มิเชลล์ ร็อดริเกซ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มิเชลล์ ร็อดริเกซ
Michelle Rodriguez by Gage Skidmore 2.jpg
ร็อดริเกซในปี 2013 งานที่ Comic Con ที่ แซนดีเอโก
เกิด เมยท์ มิเชลล์ ร็อดริเกซ
12 กรกฎาคม ค.ศ. 1978 (36 ปี)
แซนแอนโทนีโอ, รัฐเทกซัส, ประเทศสหรัฐอเมริกา
อาชีพ นักแสดง, คนเขียนบทภาพยนตร์, ดีเจ
ปีที่มีบทบาท 1999–ปัจจุบัน
เว็บไซต์
www.michellerodriguez.com

เมยท์ มิเชลล์ ร็อดริเกซ (อังกฤษ: Mayte Michelle Rodriguez[1]) เกิดเมื่อ 12 กรกฎาคม ค.ศ. 1978[2] รู้จักกันดีในชื่อ มิเชลล์ ร็อดริเกซ, เป็นนักแสดงสาวชาวอเมริกัน เป็นผู้เขียนบทภาพยนตร์ และเป็นดีเจ[3] เธอเริ่มมีชื่อเสียงจากบทบาทในภาพยนตร์เป็นนักมวยเจ้าปัญหาในภาพยนตร์อิสระเรื่อง Girlfight ในปี 2000 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและทำให้เธอสามารถคว้ารางวัลมาได้หลายรางวัล รวมไปถึงรางวัล Independent Spirit Award ซึ่งจะประกาศก่อนรางวัลออสการ์ 1 วันซึ่งถือเป็นรางวัลสำคัญสำหรับหนังอิสระต้นทุนต่ำ[4] และรางวัล Gotham Award ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับแนวหนังอินดี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งถือว่าเปิดตัวครั้งแรกได้ดี[5] และในปีต่อมา เธอเริ่มได้รับบทนำที่ชื่อว่า เล็ตตี้ โอติซ (รายชื่อตัวละครในเดอะฟาสต์แอนด์เดอะฟิวเรียส) ในภาพยนตร์ดังเรื่อง เร็ว แรง ทะลุนรก (The Fast and the Furious) ในปี 2001, บทบาทของเธอในเวลาต่อมาที่เธอแสดงเรื่อง Fast & Furious ในปี 2009 และ เร็ว..แรงทะลุนรก 6 ในปี 2013

เส้นทางสายอาชีพของเธอ, โรดิเกซเล่นในบทบาทที่ยากลำบาก, เป็นนักแสดงหญิงอิสระคนที่ประสบความสำเร็จในวงการแสดงภาพยนตร์, รวมไปถึงหนังที่เธอแสดงในเรื่อง คลื่นยักษ์รักร้อน(Blue Crush),สวาทหน่วยจู่โจมระห่ำโลก(S.W.A.T.),วันยึดโลก(Battle: Los Angeles), และ อวตาร(Avatar) และเธอยังเป็นที่รู้จักดีในบทบาทนักแสดงภาพยนตร์แนวแอ๊กชั่นตลกสนุกสนาน(action comedy) ในเรื่อง ระห่ำกระฉูด(Machete) และคนระห่ำ ดุกระฉูด(Machete Kills) และ เรน โอแคมโบ(Rain Ocampo) ยังมีในหนังแนวนิยายวิทยาศาสตร์(บันเทิงคดีแนววิทยาศาสตร์ films) ในเรื่อง ผีชีวะ(Resident Evil) และผีชีวะ 5( Resident Evil: Retribution)

ร็อดริเกซยังมีงานทางซีรีส์ทางรายการโทรทัศน์ที่เล่นเป็นแอนนา โลนิการ์ คอร์เทซ(Ana Lucia Cortez) ในซีชั่น 2 ของหนังซีรีส์เรื่องอสุรกายดงดิบ(Lost) เธอเป็นส่วนหนึ่งของนักแสดงซึ่งมีการแยกเป็นหลายชุดก่อนที่ซีรีส์จะจบลง เธอยังมีการทำงานเกี่ยวกับเสียงมากมาย(voice work) ในวิดีโอเกม เช่น เกม Call of Duty และเกม Halo, และหนัง 3 มิติแอนนิเมชั่น( 3D แอนิเมชัน) เรื่องหอยทากจอมซิ่งสายฟ้า(Turbo) และซีรีส์ทางโทรทัศน์เรื่อง IGPX.[6]

หนังของเธอทำรายมากกว่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2013 ความบันเทิงรายสัปดาห์ ได้มีบทความเกี่ยวกับร็อดริเกซ ว่าเป็น "นักแสดงหญิงที่โดดเด่นที่สุดในฐานะนักแสดงหญิงประเภทแนวแอ็กชั่นที่เป็นชาวละตินที่เห็นได้ชัดเจนในฮอลลิวูด".[7]

ชีวิตในวัยเด็ก[แก้]

ร็อดริเกซ เกิดที่เมืองแซนแอนโทนีโอ(San Antonio),รัฐเทกซัส(Texas) แม่ของเธอ คาเมน มิลาดี้ ร็อดริเกซ เป็นคนพื้นเมืองของโดมินิกัน และพ่อของเธอ ราฟาเอล ร็อดริเกซ เป็นชาวเปอร์โตริโก(Puerto Rican) ทำงานในกองทัพสหรัฐ(U.S. Army)[8][9][10] ร็อดริเกซได้ย้ายตามแม่ของเธอไปอยู่สาธารณรัฐโดมินิกันเมื่อเธออายุได้ 8 ขวบและอาศัยอยู่ที่นั่นจนกระทั่งอายุ 11 ปี หลังจากนั้นเธอย้ายไปอยู่ที่เปอร์โตริโกจนอายุได้ 17 ปี และสุดท้ายเธอตั้งรกรากที่เมืองเจอร์ซีย์(Jersey City), รัฐนิวเจอร์ซีย์(รัฐนิวเจอร์ซีย์) เธอหยุดเรียนไปตอนมัธยมปลายแต่ก็มาเรียนGED ต่อ;[11] เธอถูกไล่ออกมา 5 โรงเรียน.[12] เธอเข้าเรียนหลักสูตรเร่งรัดที่โรงเรียนทางธุรกิจก่อนที่จะออกจากอาชีพนักแสดง โดยเธอนั้นมีความฝันสูงสุดที่จะเป็นนักเขียนบทและผู้อำนวยการสร้าง.[13]

ในช่วงเวลาหนึ่งเธอถูกเลี้ยงโดยคุณยายและถูกนำขึ้นเป็นพยานพระยะโฮวาห์(พยานพระยะโฮวา) ตามศาสนาแม่ของเธอ, แม้ว่าเธอจะเริ่มละทิ้งศรัทธา[14][15] การทดสอบดีเอ็นเอของโรดิเกซจัดทำขึ้นตามโปรแกรมของรายการโทรทัศน์ที่มีชื่อว่า Finding Your Roots, ว่าบรรพบุรุษของเป็น 72.4% ยุโรป, 21.3% แอฟริกัน, and 6.3%เป็นชนพื้นเมืองอเมริกัน.[16] ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีบางส่วนขัดแย้งกับระหว่างเชื่อชาติกับครอบครัวของเธอ,ตั้งแต่พ่อของเธอเป็นเปอร์โตริโกผิวขาวและแม่ของเธอซึ่งเป็นโดมินิกันซึ่งเป็นผิวสี

อาชีพ[แก้]

ภาพยนตร์และโทรทัศน์[แก้]

โรดิเกซในงาน นิวยอร์กแฟชั่นวีค ฤดูใบไม้ผลิ ปี 2006

มีการเปิดทดสอบหน้ากล้องหรือเรียกว่าแคสติ้งดาราหน้าใหม่ซึ่งเป็นการออดิชั่นครั้งแรกของเธอ ร็อดริเกซชนะผู้ที่เข้าสมัคร 350 คนในหนังอิสระทุนต่ำ ที่ชื่อว่า Girlfight.ด้วยการรับบทเป็นไดน่า ก๊อทแมน(Diana Guzman),ซึ่งเป็นบทวัยรุ่นที่ก้าวร้าวแล้วได้รับการฝึกฝนเพื่อจะเป็นนักมวย,[17] ร็อดริเกซได้รับรางวัลต่อหลายรางวัลและถูกเสนอชื่อในฐานะนักแสดงอิสระ, รวมทั้งได้รับรางวัลนักแสดงหลักจากงาน National Board of Review และ Deauville Film Festival,[18] และก็ยังมีอีกหลายรางวัล เช่น Independent Spirit Awards,[4] Gotham Awards,[5] Las Vegas Film Critics Sierra Awards, และอีกหลายที่ได้รับ ตัวภาพยนตร์เองก็ได้รับรางวัลสูงสุดจาก Sundance[19] และชนะเลิศรางวัลเยาวชนที่เทศกาลประกวดภาพยนตร์ที่เมืองคานส์(เทศกาลภาพยนตร์เมืองกาน) ในปี 1999, เธอได้รับคัดเลือกในบทบาทที่เป็น Sisqó's ในมิวสิควิดีโอ ชื่อว่า "Thong Song". ในปี 2002, เธอปรากฏตัวในมิวสิควิดีโอเพลงที่มีชื่อว่า "Always On Time".

ร็อดริเกซมีบทบาทที่โดดเด่นในภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จ รวมถึงบทบาทของเธอที่เป็นแล็ตตี้ โอติซ ในภาพยนตร์เรื่อง เร็ว แรง ทะลุนรก(The Fast and the Furious) ในปี 2001 และในบทของเรน โอคัมโป ในหนังเรื่องผีชีวะ(Resident Evil) ในปี 2002. เธอปรากฏตัวในหนังเรื่องคลื่นยักษ์รักร้อน(Blue Crush) และสวาทหน่วยจู่โจมระห่ำโลก(S.W.A.T.)[20] ในปี 2004, ร็อดริเกซได้พากษ์เสียงของเธอในวิดีโอเกมชื่อว่า Halo 2, เล่นในตัวชื่อว่ามารีน(Marine)[21] เธอยังมีการให้เสียงของอลิซ ริคาร์โรว์(Liz Ricarro) ในการ์ตูนเน็ตเวิร์คซีรีส์(การ์ตูนเน็ตเวิร์ค series) ของ IGPX.[6] จากปี 2005 ถึง 2006 เธอได้รับบทเล่นเป็นตำรวจ แอนนา โลนิการ์ คอร์เทซ(Ana Lucia Cortez)[22] ในซีรีส์โทรทัศน์ชื่อ Lost เธอปรากฏตัวในซีชั่นที่ 2 (ตัวละครที่ปรากฏตัวในครั้งแรกเป็นเรื่องย้อนหลังในช่วงจบซีชั่นแรกชื่อว่า "Exodus: Part 1") และมาปรากฏตัวอีกครั้งในฐานะนักแสดงรับเชิญในซีชั่นที่ 5 "The Lie" ในปี 2009 เธอกลับมาอีกครั้งในตอนสุดท้ายของซีรีส์ที่ชื่อตอนว่า "What They Died For", ในปี 2010 เมื่อปี 2006 ร็อดริเกซที่ตอนสำคัญที่เป็นเอพพิโซดของตัวเธอเองใน G4's แสดงเป็น Icons.[23]

ในปี 2008,โรดิเกซปรากฏตัวในหนังเรื่อง ซึแอตเติล ปิดเมืองเดือดระอุ(Battle in Seattle)[24] ใน 2009, เธอแสดงในหนังเรื่อง เร็วแรงทะลุนรก 4(เดอะฟาสต์แอนด์เดอะฟิวเรียส), ซึ่งเป็นภาคที่ 4 ของหนังเรื่อง The Fast and the Furious film series.[25][26] หลังจากนั้นอีกปี, ร็อดริเกซได้เริ่มในหนังของเจมส์ แคเมลอน ในหนังทุนสร้างสูงแนวไซไฟผจญภัยในเรื่องอวตาร, ซึ่งกลายเป็นหนังที่รายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์(highest-grossing film in history) และก็เป็นหนังที่ร็อดริเกซก็ประสบความสำเร็จ เธอให้ความสนใจกับการกับมาในภาพยนตร์เรื่องที่ 2.[27][28] ในปี 2009 โรดิเกซได้ร่วมแสดงในหนังของโดมิดิกันที่ชื่อว่า Trópico de Sangre, ซึ่งเป็นหนังอิสระที่สร้างโดยมิราเบลน้องสาวของเธอ(Mirabal sisters)[29][30]

จากซ้ายไปขวา, ร็อดริเกซ, โจนาธาน ลีเบสแมน และ อาร์รอน แอ๊กคาร์ท ปี 2010 แซนดีอโก ที่งาน Comic-Con International

ในปี 2010, ร็อดริเกซได้ปรากฏตัวในของโรเบิร์ท ร็อดริเกซ (Robert Rodriguez) หนังเรื่อง Machete ซึ่งหนังได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวกและทำเงินไป 44 ล้านเหรียญในบ๊อกออฟฟิต[31] ในปี 2011 ประกบคู่คับ อารอน เอคฮาร์ท (อารอน เอคฮาร์ท) ในหนังแนวแนวนิยายวิทยาศาสตร์ เรื่อง Battle: Los Angeles หนังทำรายได้มากว่า 200 ล้านเหรียญในบ๊อกออฟฟิต ในปี 2012 เธอกลับไปเล่นหนังในบทของร่างโคลนที่เป็นทั้งตัวดีและตัวร้ายในบทของ เรน โอแคมโบ ในหนังเรื่อง ผีชีวะ 5 ตอนสงครามไวรัสล้างนรก (Resident Evil: Retribution) ในปี 2013 เธอรับบทบาทเป็น เล็ตตี้ โอติซ ในเรื่อง เร็ว..แรงทะลุนรก 6 ในปีเดียวกันร็อดริเกซมาเล่นหนังในของโรเบิร์ท ร็อดริเกซในเรื่อง Machete Kills.

การรับบทบาท[แก้]

หลังจากภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอ ที่ชื่อว่า Girlfight ร็อดริเกซได้รับบทอย่างต่อเนื่องและมีคาแรคเตอร์แนวทอมบอยที่ทำงานในสถานีตำรวจหรือทำงานในหน่วยงานของกองทัพ ร็อดริเกซกล่าวว่าไม่สนใจว่าตัวเองจะได้รับบทบาทอย่างไร แต่เธอจะรับผิดชอบกับบทบาทที่ได้รับอย่างดีที่สุด[32]

"โอ้ไม่นะ, ฉันรู้สึกว่าเพิ่งได้รับบทบาทในหนังเรื่อง Girlfight เมื่อปีที่ผ่านมา. คุณจะยอมให้ตัวเองได้รับบท ถ้าฉันตัดสินใจฉันไม่ต้องการที่จะได้รับบทในวันพรุ่งนี้ ฉันจะต้องเล่นหนังอินดี้ที่ได้รับบทสาวยากจนที่ต้องมีประสบการณ์ที่ทนทุกข์ทรมารและต้องการที่จะเอาชนะผ่านมันมาให้ได้จากการร้องไห้หรือถูกข่มขืน แต่ช่วงท้ายๆ ของวันฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้แสดง ฉันเพียงต้องการใครบางคนฉันเชื่อในสิ่งนั้นฉันอยากให้ทุกคนสนใจหรือสนุกไปกับมัน ฉันอยู่ตรงนี้เพื่อให้ความบันเทิงกับผู้ชมและช่วยให้ผู้หญิงนั้นแข็งแกร่งขึ้น และนั่นคือสิ่งที่ฉันทำในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ฉันบอกกับตัวเองและฉันก็มีกล่องของตัวเองและจะพูดว่าเมื่อมีสิ่งต่างๆที่จะใส่ในจานของฉัน ฉันก็จะพูดว่าไม่ และในที่สุดฉันก็จะเหมือนลูกไก่ที่แข็งแรงที่จะถูกฆ่าและมันก็ไม่ผิดปกติอะไร"

คนเขียนบท[แก้]

ในระหว่าที่กำลังมีทัวร์เพื่อโปรโมทหนังเรื่อง เร็ว..แรงทะลุนรก 6 ร็อดริเกซเริ่มได้รับร่วมธุรกิจกับฮอลลีวูดที่จะผันตัวเป็นคนเขียนบาท เธอมีงานเขียนบทอยู่สองเรื่องที่กำลังพัฒนาอยู่และมีแผนที่จะหยุดพักงานแสดงเพื่อจะติดตามผลงานเขียนของเธอ หนึ่งในแนวความคิดอยู่บนพื้นฐานเป็นหนังครอบครัวเธอได้ให้คำอธิบายว่า "เรื่องราว 2012 ที่เกี่ยวข้องกับความบริสุทธิ์ เกี่ยวกับสัตว์และเกี่ยวกับเด็ก",[33] และมีจุดอื่นๆ ที่กับลังปรับปรุงแก้ไขในการที่เอามาทำใหม่เป็นหนังโจรเยอรมันปี 1997 ที่เธอให้คำอธิบายเกี่ยวกับหนังไว้ว่า "เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ 4 สาวที่หนีออกมาจากคุกและกำลังถูกตามล่าตัวทั่วประเทศโดยเอฟบีไอ"[34]

นักจัดรายการ[แก้]

ร็อดริเกซได้ผันตัวเข้ามาทำงานเป็นนักจัดรายการ(ดีเจ) ปี 2009 – เป็นไนท์คลับที่เป็นนานาชาติและเป็นดีเจในรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์ที่ช่วงท้ายมีงานปาร์ตี้.[35] โรดิเกซระบุว่ามีการมิกเพลงที่เป็นแนวเฮาส์มิวสิค(เฮาส์ (แนวดนตรี)) และมีการบันทึก เธอพูดไว้ว่า "ส่วนใหญ่ฉันชอบเล่นในที่ที่มีคนมากที่เป็นกลุ่มผู้ใหญ่เพื่อฉันจะย้อนกลับไปในยุค 1930s ไปถึงปี 1960s, 1970 และ1980s – เอามาไว้ในบ้าน มีแนวฮิปฮอปแล้วก็อาร์แอนด์บี ฉันชอบที่จะผสมผสานเสียงดนตรีอีเล็กทรอนิค"

การจัดอันดับอันน่าทึ่ง[แก้]

หลายต่อหลายครั้งในช่วงอาชีพของเธอ,เธอได้รับการจัดอันดับในนิตยสาร Stuff ว่าเป็น "เป็น 1 ในผู้หญิง 102 คนที่เซ็กซี่ที่สุดในโลก", หนังสือ Maxim "เป็นผู้หญิงที่ติดหนึ่งใน 100 ของผู้หญิงที่เซ็กซี่ที่สุด" และติดอันดับที่ 74 ของนิตยสาร เอฟเอชเอ็ม's ของ"ผู้ 100 คนแรกที่เซ็กซี่ที่สุดในปี 2009".[ต้องการอ้างอิง]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

ความสัมพันธ์[แก้]

ร็อดริเกซในเดือนธันวาคมปี 2009

ในช่วงต้นปี 2000, ร็อดริเกซได้ยุติการหมั้นกับแฟนหนุ่มที่เป็นชาวมุสลิม โดยเหตุผลหรือข้ออ้างมาจากความแตกต่างทางศาสนาของฝ่ายชายที่เขาขอร้องจากเธอ.[36] เธอได้รับการนำเสนอข่าวแต่ที่มาร่วมงานวิน ดัสเซล(วิน ดีเซล) ในหนังเรื่อง เร็ว แรง ทะลุนรก(Fast and the Furious)[37] และ สวาทหน่วยจู่โจมระห่ำโลก(S.W.A.T.) ที่ได้มีโอกาสร่วมงานกับโอลิเวียร์ มาร์ติเนซ(Olivier Martinez)[38][39]

ในเดือนกรกฎาคม 2006, ร็อดริเกซได้บอกกับนิตยสาร Cosmopolitan ว่าเธอไม่ใช่เลสเบี้ยน, แต่ว่า"เธอได้เคยมีประสบการณ์กับทั้งสองเพศ" [40] ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2006, เธอได้ถูกเปิดเผยว่าเธอเป็นไบเซ็กชวล กับตอนที่เธอเล่นหนังเรื่องผ่าภิภพแวมไพร์(Bloodrayne)ที่ได้ร่วมงานกับดาราที่ชื่อว่า คริสแตนน่า โลเค่น(Kristanna Loken) ได้สร้างความคิดเห็นหลายความเห็นผู้ที่ให้การสนับสนุน มีการตีความกันอย่างกว้างขวางจากสื่อถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่, แต่ก็ไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากคนทั้งคู่.[41] ในเดือนมิถุนายน ปี 2007, นิตยสารเลสเบี้ยนที่ชื่อว่าCurve ได้นำเสนอเรื่องราวอ้างว่าร็อดริเกซนั้นเป็นไบเซ็กชวล[42] ร็อดริเกซได้วิพากษ์วิจารณ์นิตยสารเล่มนี้ว่า"เอาคำพูดยัดใส่ปากของเธอ".[43] เธอก็ได้บอกอีกครั้งว่าเธอไม่ใช่เลสเบี้ยนในเดือนพฤศจิกายน ปี 2008 จากการที่เธอให้สัมภาษณ์กับหนังสือนิตยสารสำหรับผู้หญิงที่ชื่อว่า Cayena ซึ่งเป็นนิตยสารของสาธารณรัฐโดมินิกัน.[44]

ในเดือนตุลาคม 2013, หนังสือเอนเตอร์เทนเมนท์รายสัปดาห์(เอนเตอร์เทนเมนต์วีกลี) ได้ยกคำพูดของเธอที่ว่า "ฉันได้ทั้งสองอย่าง ฉันทำในสิ่งที่ฉันชอบ ฉันแปลกมากที่มานั่งอยู่ตรงนี้และฉันไม่พยายามทนในเมื่อฉันสามารถทำได้ ผู้ชายก็มีอะไรที่น่าทึ่ง เหมือนดังลูกไก่"[7] แล้วเธอก็ได้อธิบายคำพูดของเธอกับนิตยสารที่มีชื่อว่าLatina ว่า "ฉันว่ามันเก่าแล้ว. ในที่สุดมันก็จะทำเกิดความยุ่งยากจนฉันไม่อยากจะกลับไปทำอีก. ฉันอยากจะซื่อสัตย์และมองดูสิ่งที่กำลังจะเกิด."[45] ในเดือนพฤษภาคม ปี 2014, เธอกล่าวว่าการที่เธอให้สัมภาษณ์เธอหวังว่าการกระทำของเธอจะสามารถช่วยคนอื่นๆ ที่เจอในสถานการณ์ที่คล้ายกัน "โดยอาจจะเปิดปากใหญ่โตที่เต็มได้ด้วยไขมันของฉัน เหมือนกับจะทำให้ก้าวผ่านขึ้นไปอีกขั้นโดยที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครบางคนที่เป็นคล้ายๆกัน"[46] เธอได้ให้คำอธิบายหลังจากการให้สัมภาษณ์อีกครั้งนั้นหลังจากนั้นว่าตัวเธอเองเป็นไบเซ็กชวล: "ไบ , ใช่ ฉันตกอยู่ในแบบ B-ของ กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ(กลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ)" ร็อดริเกซขาดความแปลกใหม่ในบทนักแสดงหญิงที่มีอยู่ในบทภาพยนตร์ เธอกล่าวว่า "มีอะไรที่ผิดปกติกับการเป็นไบเซ็กชวลเหรอ? ฉันหมายถึง,พวกเราต่อต้านสิ่งที่จะมารบกวนในที่ที่เราจะไป"[47]

ประเด็นเรื่องเกี่ยวกับกฎหมาย[แก้]

ในเดือนมีนาคม ปี 2002, ร็อดริเกซได้ถูกจับกุมในข้อหาทำร้ายร่างกายหลังจากที่ต่อสู้ตบตีกับเพื่อนร่วมห้องของเธอ[48] ค่าปรับได้ถูกหยุดไว้เนื่องจากเพื่อนร่วมห้องของเธอปฏิเสธข้อกล่าวหาในชั้นศาล.[49] ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2003, ร็อดริเกซขึ้นศาลเพื่อเผชิญหากับข้อกล่าวหาทางอาญา(misdemeanor) 8 ข้อ และถูกจ่ายค่าปรับกับ 2 เหตุการณ์ซึ่งรวมไปถึงกรณีขับรถชนแล้วหนีและชกต่อย.[50] ในเดือนมิถุนายน ปี 2004 , โรดิเกซสารภาพไม่ขอสู้คดี(no contest) ในลอสแอนเจลิสที่ถูกจับกุมใน 3 ข้อหาชนแล้วหนี,เมาแล้วขับ และขับรถโดยที่ใบอนุญาตในการขับขี่ถูกระงับ.[51] เธอถูกจำคุก 48 ชั่วโมง, ต้องบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม(งานบริการชุมชน)ที่ห้องเก็บศพในโรงพยาบาลนิวยอร์ก, เข้าโปรแกรมบำบัดแอลกอฮอล์ 3 เดือน, และได้รับการรอลงอาญา(probation) เป็นเวลา 3 ปี [52]

ในปี 2005 ขณะที่หนังเรื่อง Lost ใน รัฐฮาวาย ร็อดริเกซถูกจับกุมจากตำรวจโฮโนลูลู(โฮโนลูลู) หลายครั้ง เธอถูกกล่าวหาเรื่องการขับรถในเขตเกาะเกาะโอวาฮู(เกาะโอวาฮู) ในวันที่ 1 พฤศจิกายนและถูกปรับเป็นเงิน 357 เหรียญสหรัฐ. เธอต้องจ่าย 300 เหรียญสหรัฐในเรื่องการขับในวันที่ 20 ตุลาคมและถูกปรับ 197 เหรียญในวันที่ 24 เดือนสิงหาคม[53]

ในวันที่ 1 ธันวาคม ปี 2005 ร็อดริเกซถูกจับกุมจากการขับรถ[54] โรดิเกซได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเธอไม่ยอมรับความผิดเมื่อถูกฟ้องร้อง[55] แต่ในวันของการพิจารณาคดีของเธอในเดือนเมษายน ปี 2006, เธอกลับรับสารภาพและยินดีที่จะจ่ายค่าปรับ เธอเลือกที่จะเป็นจ่ายเงิน 500 เหรียญสหรัฐและถูกคุมขังเป็นเวลา 5 วันแทนที่จะบำเพ็ญประโยชน์เพื่อชุมชน 240 ชั่วโมง.[51] เธอได้อ้างว่าปริมาณสารสเตียรอยด์ที่เธอได้รับในปริมาณที่สูงจากการเบาเทาอาการแพ้มีผลกับพฤติกรรมของเธอ[56] เพราะอุบัติเหตุที่ไกลลัว(Kailua) มันอยู่ในช่วงการคุมความประพฤติของเธอที่ลอสแอนเจลิส เธอถูกตัดสินจำคุกถึง 60 วันในคุก และถูกคุมความประพฤติโปรแกรมการฟื้นฟูเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอร์และอีก 30 ในการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อชุมชน, รวมถึงงานรณรงค์ต่อต้านแม่เมาแล้วขับ(Mothers Against Drunk Driving) โดยผู้พิพากษาลอสแอนเจลิสในวันที่ 1 พฤษภาคม ปี 2006.[57] เพราะความอึดอัด เธอได้รับการปล่อยตัวจากคุกเพียงหลังจากที่เธอเดินเขาไปในคุกในวันเดียวกัน เธอนำประสบการณ์เข้าไปเขียนในบล็อกของเธอ[58]

ในเดือนกันยายน ปี 2007 ร็อดริเกซได้ถูกกล่าวหาว่าละเมิดการถูกคุมความประพฤติโดยการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณชนไม่เสร็จสิ้นและไม่ปฏิบัติตามโปรแกรมบำบัดแฮกอลฮอร์ มีรายงานว่าเธอส่งเอกสารเดิมที่ระบุว่าเธอทำงานบำเพ็ญประโยชน์ในวันที่ 5 เดือนกันยายนในปี 2006, แต่ก็ได้รับการยืนยันว่าเธอทำจริงที่เมืองนิวยอร์กในวันนั้น. ทนายความของเธออ้างว่าเป็นข้อผิดพลาดของฝ่ายธุรการ.[59] ในวันที่ 10 เดือนตุลาคม ปี 2007 เธอถูกตัดสินให้จำคุก 180 วันหลังจากที่เธอละเมิดการคุมความประพฤติของเธอ เธอคาดว่าเวลาในคุก 180 วันเต็มในคุกนั้นไม่เหมาะสมเนื่องจากเธอต้องพักงานเธอและถูกกักบริเวณในบ้าน.[60] อย่างไรก็ตามหลังจากที่เข้าไปในคุกที่เป็นสถานกักกันที่ตั้งอยู่ในเขตลินวูดส์(Lynwood) แคลิฟอเนียร์ ในวันที่ 23 ธันวาคม ปี 2007[61] เธอได้รับการปล่อยตัวหลังจากถูกคุมขังได้ 18 วัน ในวันที่ 9 เดือนมกราคม ปี 2008 เนื่องจากความแออัดในคุก[62]

ผลงาน[แก้]

ภาพยนตร์[แก้]

ปี เรื่อง การรับบท หมายเหตุ
2000 Girlfight ไดน่า ก๊อทแมน งาน Deauville Film Festival ได้รับรางวัล Best Female Performance
งาน Independent Spirit Award ได้รับรางวัล Best Debut Performance
งาน National Board of Review ได้รับรางวัล Best Breakthrough Performance by an Actress
งาน Gotham Award ได้รับรางวัล Breakthrough Performance
งาน Las Vegas Film Critics Society Award ได้รับรางวัล Best Female Newcomer
เสนอชื่อเข้าชิงในงาน – Chicago Film Critics Association Award ในสาขารางวัล Most Promising Newcomer
เสนอชื่อเข้าชิงในงาน – Las Vegas Film Critics Society Award ในสาขารางวัล Best Actress
เสนอชื่อเข้าชิงในงาน – Online Film Critics Society Award ในสาขารางวัล Best Cinematic Debut/Breakthrough
เสนอชื่อเข้าชิงในงาน – Black Reel Award ในสาขารางวัล Best Actress
เสนอชื่อเข้าชิงในงาน – ALMA Award ในสาขารางวัล Outstanding Latino Cast in a Feature Film
2001 เร็ว แรง ทะลุนรก

(Fast and the Furious, TheThe Fast and the Furious)

เลตติเซีย "เล็ตตี้" โอติส เสนอชื่อเข้าชิงในงาน - ALMA Award สาขารางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม
2001 3 A.M. ซาลการ์โด เสนอชื่อเข้าชิงในงาน – ALMA Award for Outstanding Actor/Actress in a Made for Television Movie or Miniseries
2002 ผีชีวะ(Resident Evil) เรน โอแคมโบ
2002 คลื่นยักษ์รักร้อน(Blue Crush) อีเดน เสนอชื่อเข้าชิงในงาน – เอ็มทีวีมูวีอะวอดส์ for Best On-Screen Team (with เคต บอสเวิร์ท and Sanoe Lake)
2003 สวาทหน่วยจู่โจมระห่ำโลก

(S.W.A.T.)

เจ้าหน้าที่ คริส ซานเซส งาน Imagen Foundation Award ได้รับรางวัล Best Supporting Actress in a Film
2004 Control Teresa
2005 ผ่าภิภพแวมไพร์

(BloodRayne)

คริสเทน เสนอชื่อเข้าชิงในงาน – Golden Raspberry Award ในสาขารางวัล Worst Supporting Actress
2006 Breed, TheThe Breed Nicki
2007 ซึแอตเติล ปิดเมืองเดือดระอุ

(Battle in Seattle)

Lou
2008 Gardens of the Night Lucy
2009 เร็วแรงทะลุนรก 4

(เดอะฟาสต์แอนด์เดอะฟิวเรียส)

เลตติเซีย "เล็ตตี้" โอติส เสนอชื่อเข้าชิงในงาน – ALMA Award for Actress in a Film
2009 Trópico de Sangre Minerva Mirabal
2009 อวตาร กัปตันทรูดี ชาร์คอน
2010 ระห่ำกระฉูด(Machete) Luz
2010 Trópico de Sangre Minerva Mirabal
2011 วันยึดโลก

(Battle: Los Angeles)

Technical Sergeant Elana Santos เสนอชื่อเข้าชิงในงาน – ALMA Award for Favorite Movie Actress-Drama/Adventure
2011 เร็วแรงทะลุนรก 5

(Fast Five)

เลตติเซีย "เล็ตตี้" โอติส มีรูปในจี้
2012 ผีชีวะ 5

(Resident Evil: Retribution)

เรน โอแคมโบ[63]
2013 InAPPropriate Comedy Harriet
2013 เร็วแรงทะลุนรก 6

(เร็ว..แรงทะลุนรก 6)

เลตติเซีย "เล็ตตี้" โอติส Premios Tu Mundo – Fandango Cine's Latino Performance of the Year
เสนอชื่อเข้าชิงในงาน – Teen Choice Award ในสาขารางวัล Choice Movie Actress: Action
2013 คนระห่ำ ดุกระฉูด

(Machete Kills)

Luz / Shé
2013 Turbo Paz ให้เสียงพากย์
2015 เร็วแรงทะลุนรก 7

(Fast & Furious 7)

เลตติเซีย "เล็ตตี้" โอติส ทำงานผลิตเบื้องหลังด้วย

ทางโทรทัศน์[แก้]

ปี เรื่อง การรับบท หมายเหตุ
2005 พังด์ เป็นตัวเอง(Herself) 1 ตอน
2005 Immortal Grand Prix Liz Ricarro 26 ตอน
2005–2010 Lost แอนนา โลนิการ์ คอร์เทซ

(Ana Lucia Cortez)

24 ตอน
ได้รับรางวัล ALMA Award for Outstanding Supporting Actress in a Television Series
ได้รับรางวัล Screen Actors Guild Award for Outstanding Performance by an Ensemble in a Drama Series
เสนอชื่อเข้าชิงในงาน – Saturn Award for Best Supporting Actress on Television
2011 CollegeHumor Original Jessica ตอน: "Sorority Pillow Fight"

วิดีโอเกม[แก้]

ปี เรื่อง ตัวเกม
2003 True Crime: Streets of LA Rosie Velasco
2003 Driv3r Calita
2004 Halo 2 Marine
2009 James Cameron's Avatar: The Game Captain Trudy Chacon
2012 Call of Duty: Black Ops II Strike Force Soldier

อ้างอิง[แก้]

  1. "Official Site Biography". Michelle-Rodriguez.com. สืบค้นเมื่อ February 7, 2007. 
  2. Rebecca Flint Marx (2008). "Michelle Rodriguez:Biography". MSN. Archived from the original on February 18, 2012. สืบค้นเมื่อ August 27, 2008. 
  3. "Michelle Rodriguez lands in UAE as guest DJ at two clubs". The National. Abu Dhabi. สืบค้นเมื่อ August 12, 2013. 
  4. 4.0 4.1 ""Girlfight" a Winner". FilmFestivals.com. สืบค้นเมื่อ December 23, 2010. 
  5. 5.0 5.1 IFP Gotham Independent Film Awards. "Gothan Awards Recipients". สืบค้นเมื่อ December 23, 2010. 
  6. 6.0 6.1 "The Ghost Cast & Crew List". The Big Cartoon Database. สืบค้นเมื่อ December 23, 2010. [ลิงก์เสีย]
  7. 7.0 7.1 Vilkomerson, Sara (October 1, 2013). "Michelle Rodriguez talks movies, female empowerment, and sex: 'I don't talk about what I do with my vagina'". Entertainment Weekly. สืบค้นเมื่อ 26 February 2014. 
  8. Angie Romero (April 15, 2009). "Michelle Rodriguez: "I Feel Like I'm Being Born Again"". Latina. สืบค้นเมื่อ November 13, 2010. 
  9. "Michelle Rodriguez Biography (1978–)". Film Reference. สืบค้นเมื่อ December 25, 2007. 
  10. Stated on Finding Your Roots with Henry Louis Gates, Jr., May 20, 2012, PBS
  11. "Michelle Rodriguez- Biography". Yahoo! Movies. สืบค้นเมื่อ October 13, 2012. 
  12. Raphael, Amy (April 11, 2009). "Amy Raphael interviews Michelle Rodriguez". The Guardian (UK). สืบค้นเมื่อ November 13, 2010. 
  13. "Michelle Rodriguez Official Biography". Archived from the original on May 16, 2008. สืบค้นเมื่อ June 6, 2008. 
  14. "Michelle Rodriguez: in role after role, she has kicked the stereotype of the token female in the teeth, leaving an imprint all her own.". September 2003. สืบค้นเมื่อ December 25, 2007. [ลิงก์เสีย]
  15. "The Religious Affiliation of Actress Michelle Rodriguez". World Religions. August 11, 2005. Archived from the original on February 18, 2012. สืบค้นเมื่อ December 25, 2007. 
  16. "Adrian Grenier, Michelle Rodriguez, and Linda Chavez (@ the 47:30 mark)". PBS. March 22, 2012. 
  17. "A Conversation About "Girlfight"; October 27, 2000". Charlierose.com. October 27, 2000. สืบค้นเมื่อ March 8, 2010. 
  18. ""Girlfight" a Winner". FilmFestivals.com. สืบค้นเมื่อ December 23, 2010. 
  19. "'Girlfight,' 'Count on Me' Tie at Sundance". Los Angeles Times. January 30, 2000. สืบค้นเมื่อ December 23, 2010. 
  20. "S.W.A.T.". TV Guide. สืบค้นเมื่อ December 23, 2010. 
  21. "Interview: Michelle Rodriguez in Halo 2". Gamestar. สืบค้นเมื่อ December 23, 2010. 
  22. Itzkoff, Dave (November 15, 2005). "She loves acting tough on 'Lost'". Daily News. สืบค้นเมื่อ December 23, 2010. [ลิงก์เสีย]
  23. "ICONS: Michelle Rodriguez Episode #6004". G4 Media. June 24, 2006. สืบค้นเมื่อ December 23, 2010. 
  24. "Battle in Seattle". The Miami Herald. สืบค้นเมื่อ December 23, 2010. 
  25. Itzkoff, Dave (March 26, 2009). "What a Stunt! Can They Do It Again?". The New York Times. สืบค้นเมื่อ December 23, 2010. [ลิงก์เสีย]
  26. ""Universal Shuffles 2009 Schedule"; December 10, 2008". Sfluxe.com. December 10, 2008. สืบค้นเมื่อ March 8, 2010. 
  27. Alasdair Wilkins (December 28, 2010). "Michelle Rodriguez wants to return for Avatar 2". io9.com. 
  28. "Michelle Rodriguez Talks Avatar 2". E!. 
  29. "Tropico de Sangre". Internet Movie Database. สืบค้นเมื่อ December 23, 2010. 
  30. "La historia de las hermanas Mirabal". El Tiempo (ใน Spanish). สืบค้นเมื่อ December 23, 2010. 
  31. "Get Your Grindhouse Fix With a New Poster from Robert Rodriguez's Machete". BloodyDisgusting. [ลิงก์เสีย]
  32. "Michelle Rodriquez Responds". Hollywoodnews.com. July 26, 2010. 
  33. "Michelle Rodriguez Writing Kids Film". Internet Movie Database. September 18, 2008. 
  34. "GameCulture Exclusive: 'Avatar' Vet Michelle Rodriguez Talks Modern Warfare and Dodging Earthquakes". Gameculture.com. December 14, 2009. Archived from the original on December 17, 2009. 
  35. Betiku, Fehintola (May 24, 2012). "Too cool for Cannes... Michelle Rodriguez shows off her DJ skills at the Sea Shepherd party in Cannes". Daily Mail (London). สืบค้นเมื่อ August 12, 2013. 
  36. "Rodriguez Turned Down Muslim Marriage". Cinema.com. June 6, 2008. Archived from the original on February 18, 2012. 
  37. Wloszczyna, Susan (August 6, 2002). "Vin Diesel, in high gear". ยูเอสเอทูเดย์. สืบค้นเมื่อ February 4, 2007. 
  38. "Minogue's Martinez linked to Rodriguez". Contact Music. May 2, 2008. Archived from the original on February 18, 2012. สืบค้นเมื่อ March 3, 2005. 
  39. Kent, Paul (May 2, 2008). "Kylie and Oli on rocks again". The Daily Telegraph. สืบค้นเมื่อ January 29, 2005. [ลิงก์เสีย]
  40. "LOST girl" (reprint). Cosmopolitan. April 16, 2006. สืบค้นเมื่อ February 4, 2007. 
  41. Kort, Michele (November 15, 2006). "Michelle & Kristanna in love!". The Advocate (PlanetOut Inc.). สืบค้นเมื่อ February 4, 2007. [ลิงก์เสีย]
  42. "Michelle Rodriguez 'Curve' cover controversial". Monstersandcritics.com. สืบค้นเมื่อ May 2, 2008. 
  43. "Michelle Rodriguez Blogs About Curve Article". michelle-rodriguez.com. May 2007. Archived from the original on February 18, 2012. สืบค้นเมื่อ July 4, 2009. 
  44. "Michelle Rodríguez: 'RD no debería tener esa mentalidad tan gubernamental'". Cayena. สืบค้นเมื่อ November 22, 2008. [ลิงก์เสีย]
  45. Rodriguez, Priscilla (19 November 2013). "Exclusive: Michelle Rodriguez talks 'Turbo' & coming out: I wanted to be honest". Latina. สืบค้นเมื่อ 4 June 2014. 
  46. Hernandez, Greg (May 12, 2014). "Michelle Rodriguez chats with GSN at her first LGBTI event since coming out as bisexual". Gay Star News. สืบค้นเมื่อ June 2, 2014. 
  47. Ocamb, Karen (May 20, 2014). "Michelle Rodriguez Asks 'What's Wrong with Being Bi?'". frontiersla.com. สืบค้นเมื่อ June 2, 2014. 
  48. Grossberg, Josh (March 20, 2002). ""Girlfight" Star Busted for Girl Fight". E!. สืบค้นเมื่อ February 4, 2007. 
  49. Grossberg, Josh (April 8, 2002). ""Girlfight" Star Off the Hook". E!. สืบค้นเมื่อ February 4, 2007. 
  50. Haberman, Lia (November 20, 2003). "Rodriguez: Way 2 Fast 2 Furious". E!. สืบค้นเมื่อ February 4, 2007. 
  51. 51.0 51.1 ""Lost" actress chooses jail over service". CBS News. Associated Press. April 26, 2006. Archived from the original on October 13, 2007. สืบค้นเมื่อ July 21, 2006. 
  52. Hall, Sarah (December 14, 2005). "Rodriguez: Fast and Furious Driver". E!. สืบค้นเมื่อ February 4, 2007. 
  53. "Michelle Rodriguez settles two traffic cases". MSNBC. Associated Press. December 14, 2005. สืบค้นเมื่อ July 21, 2006. 
  54. "Two 'Lost' stars charged with drunken driving". MSNBC. Associated Press. December 2, 2005. สืบค้นเมื่อ July 21, 2006. 
  55. Errico, Marcus (December 29, 2005). ""Lost" Stars Arraigned for DUIs". E!. สืบค้นเมื่อ July 21, 2006. 
  56. Finn, Natalie (May 22, 2006). "More Jail Time for Michelle Rodriguez". E!. สืบค้นเมื่อ July 29, 2006. [ลิงก์เสีย]
  57. Lee, Ken and Silverman, Stephen M. (May 22, 2006). "Michelle Rodriguez Gets 60 Days in Jail". People. Archived from the original on February 12, 2007. สืบค้นเมื่อ February 4, 2007. 
  58. ""Michelle Rodriguez Blogs About Arrest and Conviction"; February 16, 2007". Michelle-rodriguez.com. Archived from the original on February 18, 2012. สืบค้นเมื่อ March 8, 2010. 
  59. Lee, Ken (October 27, 2007). "Michelle Rodriguez Sentenced to Six Months in Jail wow". People. สืบค้นเมื่อ February 10, 2008. 
  60. Finn, Natalie (October 10, 2007). "Slammer Time for Michelle Rodriguez". E!. 
  61. "Former 'Lost' star Michelle Rodriguez reports for 6-month jail term in California". MSNBC. Associated Press. December 24, 2007. สืบค้นเมื่อ December 25, 2007. [ลิงก์เสีย]
  62. "Michelle Rodriguez out of jail after 18 days". MSNBC. January 10, 2008. สืบค้นเมื่อ February 1, 2008. 
  63. Miska, Brad (September 22, 2011). "Michelle Rodriguez Returning for Some 'Retribution'!". Bloody Disgusting. The Collective. Archived from the original on September 23, 2011. สืบค้นเมื่อ September 23, 2011. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

แม่แบบ:ScreenActorsGuildAwards EnsembleTVDrama 2000–2009

ข้อมูลบุคคล
ชื่อ Rodriguez, Michelle
ชื่ออื่น
รายละเอียดโดยย่อ Actress
วันเกิด July 12, 1978
สถานที่เกิด San Antonio, U.S.
วันตาย
สถานที่ตาย