ภาษาฟรีเจีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จารึกภาษาฟริเจียในเมืองมิดัส

ภาษาฟริเจีย เป็นภาษาตระกูลอินโด-ยุโรเปียน ใช้พูดโดยชาวฟริเจีย ซึ่งอาจจะอพยพจากเทรซเข้าสู่เอเชียน้อยในช่วง 657 ปีก่อนพุทธศักราช ภาษาฟริเจียแบ่งเป็นสองกลุ่มคือ ภาษายุคเก่า (257 ปีก่อนพุทธศักราช) และภาษายุคใหม่ เริ่มใช้เมื่อราว พ.ศ. 543 ภาษานี้กลายเป็นภาษาตายเมื่อราว พ.ศ. 1143 .[1] การศึกษาจารึกภาษานี้ทำได้ไม่ยากนักเพราะใช้อักษรใกล้เคียงกับอักษรกรีก

การจัดจำแนก[แก้]

ภาษาฟรีเจียมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษากรีกและภาษาทราเซีย[2][3] ในหลายแห่งพบว่าภาษาฟรีเจียใช้อักษรที่มีต้นกำเนิดมาจากอักษรฟินิเชียน

ไวยากรณ์[แก้]

ลักษณะโดยทั่วไปเหมือนภาษาในตระกูลอินโด-ยุโรเปียน คำศัพท์ส่วนใหญ่ใกล้เคียงกับภาษาอินโด-ยุโรเปียนดั้งเดิมที่สร้างขึ้นมา

คำศัพท์[แก้]

คำศัพท์เกี่ยวกับร่างกายของภาษาฟรีเจียเป็นที่รู้จักในทางทฤษฎี แต่ความหมายและรูปแบบที่ถูกต้องของคำโดยเฉพาะจากจารึกยังเป็นที่โต้เถียง คำภาษาฟรีเจียที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ bekos หมายถึงขนมปัง จากบันทึกของเฮโรโดตัส ฟาโรห์เซมเมติอุสที่ 1 ต้องการรู้ว่าภาษาดั้งเดิมของมนุษย์คืออะไร จึงให้นำเด็กสองคนไปเลี้ยงไว้โดยไม่ให้ได้ยินเสียงใดๆ เมือผ่านไป 2 ปี เด็กพูดคำว่า bekos ซึ่งเป็นศัพท์ภาษาฟรีเจียแปลว่าขนมปังสีขาว ชาวอียิปต์จึงเชื่อว่าชาวฟรีเจียเป็นชนชาติที่เก่าแก่กว่าตน คำว่า bekos นี้อาจจะมีที่มาเดียวกันกับคำว่า bukë "ขนมปัง"ในภาษาอัลเบเนีย และ bake "อบ" ในภาษาอังกฤษ[4] ภาษาที่มีอิทธิพลต่อคำศัพท์ภาษาฟรีเจีย ได้แก่ ภาษาฮิตไตต์ ภาษาลูเวีย ภาษากาลาเทีย และภาษากรีก

คำภาษาฟรีเจียอื่นๆได้แก่

  • anar, 'สามี', จาก PIE *ner- 'ผู้ชาย';
cf. ภาษากรีก:anḗr (ἀνήρ)"ผู้ชาย, สามี", ภาษาเคิร์ด: nēr (nêr) "ความเป็นผู้ชาย", ภาษาอาร์มีเนีย: aner "brides father", ภาษาอัลเบเนีย: njeri "ผู้ชาย คน", ภาษาเปอร์เซีย nær "สัตว์ตัวผู้"

อ้างอิง[แก้]

  1. Swain, Simon; Adams, J. Maxwell; Janse, Mark (2002). Bilingualism in ancient society: language contact and the written word. Oxford [Oxfordshire]: Oxford University Press. pp. 246–266. ISBN 0-19-924506-1. 
  2. Brixhe, Cl. "Le Phrygien". In Fr. Bader (ed.), Langues indo-europeennes, pp. 165-178, Paris: CNRS Editions.
  3. Roger D. Woodard - 'The ancient languages of Asia Minor', Cambridge University Press, 2008,ISBN-10: 052168496X,page 72,"Unquestionably, however, Phrygian is most closely linked with Greek"
  4. The etymology is defended in O. Panagl & B. Kowal, "Zur etymologischen Darstellung von Restsprachen", in: A. Bammesberger (ed.), Das etymologische Wörterbuch, Regensburg 1983, pp. 186-7. It is contested in Benjamin W. Fortson, Indo-European Language and Culture: An Introduction. Blackwell, 2004. ISBN 1405103167, p. 409.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]