ภาษาฮิตไตต์
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
| ภาษาฮิตไตต์ Nesili |
||
|---|---|---|
| พูดใน: | อนาโตเลีย | |
| การสูญหาย: | ประมาณ 557 ปีก่อนพุทธศักราช | |
| ตระกูลภาษา: | อินโด-ยูโรเปียน อนาโตเลีย ภาษาฮิตไตต์ |
|
| รหัสภาษา | ||
| ISO 639-1: | ไม่มี | |
| ISO 639-2: | hit | |
| ISO 639-3: | hit | |
| หมายเหตุ: บทความนี้มีสัญลักษณ์สัทอักษรสากลปรากฏอยู่ คุณอาจต้องการไทป์เฟซที่รองรับยูนิโคดเพื่อการแสดงผลที่สมบูรณ์ | ||
ภาษาฮิตไตต์ จัดเป็นภาษาที่สำคัญที่สุดภาษาหนึ่งในบรรดาภาษากลุ่มอินโด-ยูโรเปียน หรืออินเดีย-ยุโรป ในอะนาโตเลีย อยู่ในกลุ่มย่อยภาษาอินโด-ฮิตไตต์ จัดเป็นที่ตายแล้ว มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับภาษาลูเวีย, ภาษาไลเดีย, ภาษาไลเซีย และ ภาษาปาลา เคยใช้พูดโดยชาวฮิตไตต์ กลุ่มชนที่สร้างจักรวรรดิฮิตไตต์มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองฮัตตูซาสในอนาโตเลียภาคกลางตอนเหนือ (ตุรกีปัจจุบัน) ภาษานี้ใช้พูดในช่วง 1,057 – 557 ปีก่อนพุทธศักราช มีหลักฐานแสดงว่าภาษาฮิตไตต์และภาษาที่เกี่ยวข้องได้ใช้พูดต่อมาอีก 200 -300 ปีหลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิฮิตไตต์ ภาษาฮิตไตต์จัดเป็นภาษาตระกูลอินโด-ยุโรเปียนรุ่นแรกๆ นักภาษาศาสตร์ส่วนใหญ่จัดให้เป็นภาษาที่สืบทอดมาจากภาษาอินโด-ยุโรเปียนดั้งเดิมและเป็นพี่น้องกับภาษาตระกูลอินโด-ยุโรเปียนในสมัยโบราณ
[แก้] ประวัติ
หลักฐานภาษาฮิตไตต์ที่รู้จักในเบื้องต้น มาจากจารึกอักษรรูปลิ่มประมาณ 25,000 แผ่น หรือเศษจารึก ที่ยังคงเก็บรักษาอยู่ในหอจดหมายเหตุเมืองโบอาซเกย (Boğazköy) ในประเทศตุรกี เรียกว่า จารึกฮิตไตต์ ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงจักรวรรดิฮิตไทต์ (ประมาณ 957-647 ปีก่อนพุทธศักราช) และเป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสนา และเรื่องอื่นๆ ส่วนจารึกภาษาฮิตไตต์โบราณ (ประมาณ 1650-1595 ปีก่อนคริสตกาล) นั้น ยังมีการเก็บเป็นสำเนาไว้จากสมัยจักรวรรดิ และถือเป็นจารึกที่เก่าแก่ที่สุดในตระกูลภาษาอินเดียยุโรปที่เคยพบมา
นักภาษาตะวันออกศึกษา ชื่อเบดริช โฮรซนี (Bedrich Hrozny)ได้สรุปไว้เมื่อปี พ.ศ. 2458 ว่า ฮิตไตต์เป็นภาษาในกลุ่มตระกูลอินเดียยุโรป เพราะมีการลงวิภัตติปัจจัย ของทั้งคำนามและกริยา ที่คล้ายกันกับภาษาในตระกูลเดียวกันนี้ในสมัยต้นๆ ภาษาฮิตไตต์นี้ให้ข้อมูลที่สำคัญมากเกี่ยวกับระบบเสียงของภาษาในตระกูลนี้
[แก้] ไวยากรณ์
ภาษาฮิตไตต์ไม่มีลักษณะทางไวยากรณ์หลายอย่างที่พบในภาษาตระกูลอินโด-ยุโรเปียนสมัยโบราณอื่นๆ เช่น ภาษาลิธัวเนีย ภาษาสันสกฤตและภาษากรีก คำนามมี 8 การกคือ ประธาน การเรียกขาน กรรมตรง ความเป็นเจ้าของ กรรมรอง-สถานที่ เครื่องมือ คำนามและ alative จากหลักฐานเท่าที่มีอยู่พบว่ามีการใช้การกกับนามพหูพจน์น้อยกว่านามเอกพจน์ และในระยะท้ายๆพบว่าการใช้การกกับนามพหูพจน์ได้สูญหายไป นามแบ่งเป็นสองเพศคือสามัญกับเป็นกลางและมีสองจำนวนคือเอกพจน์กับพหูพจน์
คำกริยาผันตามระดับของคำกริยาสองแบบคือการเชื่อมต่อกับ mi- และ hi- รูปการกระทำมีสองแบบคือประธานกระทำและประธานถูกกระทำ มีสองมาลาคือ ชี้เฉพาะและคำสั่ง กาลมีสองแบบคือปัจจุบันและอดีต มีรูปนามกริยาสองแบบคือนามกริยาและรูปอนุภาค การเยงประโยคเป็นแบบเดียวกับภาษากลุ่มอนาโตเลียอื่นๆ โดยทั่วไป การเริ่มต้นประโยคหรือวลีจะใช้อนุภาคเชื่อมประโยคหรืออื่นๆในรูปนำหน้าหรือรูปหัวข้อซึ่งเป็นห่วงโซ่ที่ผูกแต่ละประโยคเข้าด้วยกัน

