ฟุกุชิมะ (เมือง)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฟุกุชิมะ
福島市
เมือง
เมืองฟุกุชิมะ
เมืองฟุกุชิมะ
ธงของฟุกุชิมะ
ธง
ที่ตั้งของเมืองฟุกุชิมะ ในจังหวัดฟุกุชิมะ
ที่ตั้งของเมืองฟุกุชิมะ ในจังหวัดฟุกุชิมะ
ฟุกุชิมะ is located in Japan
ฟุกุชิมะ
ฟุกุชิมะ
 
พิกัดภูมิศาสตร์: 37°46′N 140°28′E / 37.767°N 140.467°E / 37.767; 140.467พิกัดภูมิศาสตร์: 37°46′N 140°28′E / 37.767°N 140.467°E / 37.767; 140.467
ประเทศ ญี่ปุ่น
ภูมิภาค โทโฮะกุ
จังหวัด ฟุกุชิมะ
การปกครอง
 • นายกเทศมนตรี Takanori Seto
เนื้อที่
 • ทั้งหมด 746.43 กม.2 (288.20 ตร.ไมล์)
ความสูง 67 m (220 ft)
ประชากร (มิ.ย. 2014)
 • ทั้งหมด 283,079 คน
 • ความหนาแน่น 380คน/กม.2 (980คน/ตร.ไมล์)
เขตเวลา เวลามาตรฐานญี่ปุ่น (UTC+9)
- ต้นไม้ Zelkova serrata[1]
- ดอกไม้ Peach[1]
- นก Great tit[1]
โทรศัพท์ 024-535-1111
ที่อยู่ 3-1 Gorōuchimachi, Fukushima-shi, Fukushima-ken
960–8601
เว็บไซต์ City of Fukushima

เมืองฟุกุชิมะ (ญี่ปุ่น: 福島市 Fukushima-shi ?) เป็นเมืองเอกของจังหวัดฟุกุชิมะ ภูมิภาคโทโฮะกุ ประเทศญี่ปุ่น มีขนาดพื้นที่ทั้งสิ้น 746.43 ตารางกิโลเมตร ในปี 2007 มีจำนวนประชากรประมาณ 289,483 คน ฟุกุชิมะตั้งอยู่ทางทิศเหนือห่างจากกรุงโตเกียวประมาณ 250 กิโลเมตร และอยู่ทางทิศใต้ห่างจากเมืองเซนได ประมาณ 80 กิโลเมตร


แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ พ.ศ. 2554[แก้]

ฟุกุชิมะได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิในโทโฮะกุ พ.ศ. 2554 ทำให้ขาดแคลนน้ำประปาและเชื้อเพลิง รถไฟหยุดบริการเนื่องจากรางรถไฟได้รับความเสียหาย[2]


อุบัติเหตุนิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิชิ[แก้]

ดูบทความหลักที่ อุบัติเหตุนิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิชิ

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิชิ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมืองฟุกุชิมะ ประมาณ 63 กิโลเมตร ได้รับความเสียหายจากเหตุการ์แผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ ทำให้อุปกรณ์เครื่องมือขัดข้องและปลดปล่อยสารกัมมันตรังสีจำนวนมากออกมาภายนอก ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นต้องประกาศมาตรการป้องกันภัยกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบโรงไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม พลเมืองของเมืองฟุกุชิมะไม่ได้รับผลกระทบมากเท่าใดนัก

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 Fukushima Tourist Office Information Pamphlet - "A Letter from Fukushima."
  2. David Dolan (31 March 2011). "Bars empty in lonely city near Japan nuclear accident". Reuters. สืบค้นเมื่อ 14 April 2011. 


แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]