ฟรันซิสโก โกยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฟรันซิสโก โกยา

ฟรันซิสโก โกยา (Francisco Goya) ชื่อเต็ม ฟรันซิสโก โคเซ เด โกยา อี ลูเซียนเตส (Francisco José de Goya y Lucientes) 30 มีนาคม พ.ศ. 2289 (ค.ศ. 1746) - 16 เมษายน พ.ศ. 2371 (ค.ศ. 1828) เขาวาดทิวทัศน์งดงามในสไตล์โรโคโคสมบูรณ์ ไม่เหมือนจิตรกรชาวสเปนท่านอื่น เขากระตุ้นศิลปินหลายรุ่นให้ตาม ฟรันซิสโก เด โกยา ผู้สำแดงพลังอารมณ์ (Expressionist) และเหนือจริง (Surrealist)เหมือนกันนับถืองานต่างๆ ของเขา แม้ว่าเขาไกลจากเวลาของเขา ในวันของเขาถูกพิจารณาอย่างมากว่าเป็นศิลปิน และเป็นจิตรกรราชสำนักคนแรกของพระราชาสเปน แม้มีตำแหน่งของเขา โกยาเป็นคนหนึ่งที่รักษาความห่างไกลจากอำนาจเสมอ

ชีวิตในตอนต้น[แก้]

เขาเกิดในหมู่บ้านเล็กๆ ที่ฟูนเดโตดอส (Fuendetodos) ในภูมิประเทศภูเขาขรุขระใกล้ซาราโกซา 300 กิโลเมตรจากมาดริด ซึ่งเดินทางประมาณแปดวันจากมาดริดในตอนนั้น โกยาเป็นหนึ่งในลูกห้าคน ครอบครัวจะชุมนุมรอบเตาไฟในห้องครัวและนั่งเล่น บิดาเป็นช่างเคลือบไม่มีเงิน มารดาเป็นผู้ดีเก่ายากจน บางทีเป็นเธอที่กระตุ้นลูกชายของเธอถึงความฝันของอาชีพในราชสำนักห่างไกล บ้านเองมีห้องชั้นล่างอื่นแค่ห้องเดียว และสองห้องนอนเล็กๆ ไม่มีหน้าต่างที่ชั้นบน

จิตรกรอายุน้อยผู้ทะเยอทะยานมามาดริด การเข้าแข่งขันของเขาตอนแรกไม่ประสบความสำเร็จ แต่เขาไม่หมดกำลังใจ เวลานั้นสเปนถูกปกครองโดยพระเจ้าชาร์ลส์ที่สาม พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่ถูกแนะนำโดยความคิดต่างๆ ของแสงสว่าง (Enlightenment) ในสภาพใจกว้างนี้ เป็นไปได้สำหรับลูกชายของช่างฝีมือที่ไม่ใครรู้จักที่จะรับความชื่นชอบของพระราชา แม้ว่าเขาเรียนศิลปะที่สตูดิโอเล็กๆ ในซาราโกซา ภาพวาดของโกยาถูกครอบงำโดยความสุขในการใช้ชีวิต (joie de vivre) และการมองโลกในแง่ดีของโรโคโค ความเชื่อของศตวรรษที่ 18 ในแสงสว่างและอารมณ์ของเหตุผล

วัยผู้ใหญ่[แก้]

ในพ.ศ. 2335 (ค.ศ. 1792) โกยาป่วยอย่างร้ายแรง เขาอายุ 46 ปีและเป็นอัมพาตหลายเดือน เขาหูหนวกจนถึงปลายของชีวิตเขา แต่ความพิการนี้ไม่ทำให้ความคิดสร้างสรรค์ของเขาน้อยลง ตรงกันข้าม มันปรับปรุงศักยภาพการมองเห็นของเขาให้ดีขึ้นและลึกขึ้น เขามีชื่อเสียงจากการเขียนภาพในช่วง พ.ศ. 2336-2337 ซึ่งเป็นช่วงที่เขากำลังป่วยจากอาการสมองอักเสบและเจอกับสภาพสงครามกลางเมืองในสเปน และสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ทำให้งานของโกยาในช่วงนั้นสะท้อนด้านมืดของสังคม ในพ.ศ. 2338 โกยาได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการการวาดภาพที่ราชสถาบันศิลปะ (Royal Academy of Art) ในมาดริด ขณะเดียวกันเขาเปลี่ยนความสนใจไปที่คนธรรมดาอย่างเพิ่มขึ้น

สเปนอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส จักรพรรดินโปเลียนทรงแต่งตั้งหนึ่งในพระอนุชาของพระองค์เป็นผู้สำเร็จราชการ ชาวฝรั่งเศสครอบครองมาดริดด้วยคน 200,000คน/ เราสามารถจินตนาการจิตรกรหูหนวก, สูงวัยกำลังเดินผ่านตรอกต่างๆ ของเมืองหลวง สังเกตชีวิตประจำวันและงานของเพื่อนร่วมชาติเขาภายใต้อำนาจฝรั่งเศส เขามีสัมผัสสายตาของเขาให้พึ่งเท่านั้น และมีประสบการณ์ในการครอบครองบ้านเกิดเขาผ่านสายตาแหลมคมอย่างยิ่ง

พระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่เจ็ด พระโอรสของพระเจ้าชาร์ลส์ที่สี่ กลายเป็นพระราชาแห่งสเปน พระองค์ทรงเป็นฝ่ายตรงข้ามที่รุนแรงของแสงสว่าง ในพ.ศ. 2363 (ค.ศ. 1820) โกยาถอนตัวจากความสันโดษของธรรมชาติ เขาซื้อบ้านบนแม่น้ำมานซานาเรส (Manzanares) เพื่อนบ้านเรียกมันว่า “บ้านของนกพิราบ” (House of Doves) กลางคืนเขาวาดกำแพงของสองห้องใหญ่สุดด้วย “พินตูราส เนกราส” (pinturas negras) หรือภาพดำที่เป็นตำนาน พ.ศ. 2367 หลังความล้มเหลวของการปฏิวัติ โกยาที่ตอนนั้นเป็นชายชรา ตัดสินใจอพยพไปบอร์โดซ์ในฝรั่งเศส ศูนย์กลางของผู้ถูกเนรเทศชาวสเปน การเดินทางสองครั้งไปมาดริดรับประกันเงินสงเคราะห์แก่เขา และเขากลับไปบอร์โดซ์ถาวร ระหว่างเวลานี้ ดูเหมือนเขาค้นพบความสงบของวันก่อนๆ ใหม่อีกครั้ง

ผลงาน[แก้]

การหลับของเหตุผลทำให้สัตว์ประหลาดเกิด (El sueño de la razón produce monstruos)

ภูเขาอาจดูดซึมความกลัวผีและปีศาจต่างๆ ของฟรันซิสโกน้อยแล้ว ปีศาจและสัตว์ประหลาด สายตาของความไม่ได้สติ สิ่งเหล่านี้เป็นหัวข้อของ “กาปรีโกส ” (Caprichos) ในเวลาต่อมาของเขา ชุดตำนานซึ่งเขาควบคุมจินตนาการและความสร้างสรรค์ของเขาอย่างอิสระ คำขวัญของแผ่นไม่ธรรมดานี้คือ “การหลับของเหตุผลทำให้สัตว์ประหลาดเกิด” การแสดงออกของความหวังอย่างยิ่งว่ายุคแห่งแสงสว่างจะให้โลกที่ดีกว่าซึ่งปกครองโดยเหตุผล โกยารวมหลายเทคนิค เขาสร้างการแสดงที่ยิ่งใหญ่ด้วยพลังเป็นนัยของความแตกต่างระหว่างดำและขาว กาปรีโกสโฆษณาในหนังสือพิมพ์ต่างๆ และเป็นฉบับแรกที่ขายโดยผู้ขายน้ำหอมใกล้บ้านของโกย/ โกยาหวังกระตุ้นเหตุผลที่เขาเชื่อว่านอนอยู่ในคนธรรมดา

ดยุคแห่งโอซูน่าที่ 9 (The 9th Duke of Osuna) โดยโกยา

ภายในเวลาสั้นๆ เขาได้รับทางเข้าไปสู่ชนชั้นสูงและแม้แต่พระอนุชาของพระราชา เขาเพลิดเพลินกับชีวิตที่ราชสำนักและบ้านในชนบทของคนรวยชั้นสูง คฤหาสน์ชนบทของดยุคแห่งโอซูน่าเปิดอย่างถาวรต่อเขา ดยุคเป็นหนึ่งในผู้อุปถัมภ์รายใหญ่แรกๆ ของเขา โกยาพยายามปรับตัวต่อการใช้ชีวิตแบบนี้แต่รักษาความโดดเดี่ยวภายในไปกับมัน แม้เป็นเช่นนั้น ไม่นานเขากลายเป็นนักวาดภาพที่ถูกแสวงหาอย่างมากโดยสังคมสง่างาม

ดยุคแห่งโอซูน่าที่ 9 กับครอบครัวของเขาที่โอซูน่า จังหวัดของเซบีญ่า (Sevilla) โดยฟรันซิสโก เด โกยา

ภาพวาดครอบครัวของดยุคแห่งโอซูน่า ภาพวาดซึ่งทำให้สเปนรับรู้แสงสว่าง โกยาวาดดยุคเป็นพ่อที่แสดงความรักของครอบครัว และแล้วในพ.ศ. 2329 (ค.ศ. 1786) โกยาได้รับการแต่งตั้งเป็นจิตรกรของพระราชา

มาร์เควียเนสแห่งวิลลาฟรังกา (Marchioness of Villafranca) วาดโดยโกยา

ภาพวาดของมาร์เควียเนสแห่งวิลลาฟรังกา เขาไม่ได้วาดชนชั้นสูง แต่วาดความเป็นอยู่ของมนุษย์ ผู้หญิงสงบกับตัวเธอเอง กับประสบการณ์ชีวิต

พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 แห่งสเปน (Charles IV of Spain) และพระบรมวงศานุวงศ์ โดยโกยา

ในฐานะจิตรกรราชสำนัก เขาต้องวาดภาพของพระบรมวงศานุวงศ์ มันกลายเป็นหนึ่งในภาพวาดมีชื่อสุดของเขา นี่คือพระเจ้าชาร์ลส์ที่สี่, พระราชินีมาเรีย ลุยซา (Maria Luisa), เจ้าชายเฟอร์ดินานด์รัชทายาท และพระราชชนนี (Queen Mother)ในเงาด้านหลังคือโกยาเอง เจ้าชายพระองค์เล็กเท่านั้นทอดพระเนตรพวกเราโดยตรง และพระองค์กลัวสิ่งที่พระองค์ทอดพระเนตร ภาพวาดนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นงานชิ้นสุดท้ายของสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในยุคที่การปฏิวัติฝรั่งเศสตามมา