พลัง (สตาร์ วอร์ส)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ดาร์ธ เวเดอร์ และโอบีวัน เคโนบี ต่างพยายามที่จะเอาชนะอีกฝ่ายด้วยพลัง

พลังคือสิ่งที่มอบพลังอำนาจให้กับเหล่าเจได มันเป็นสนามพลังที่ถูกสร้างโดยสิ่งมีชีวิตทั้งมวล มันอยู่รอบตัวเรา และแทรกซึมเข้าไปในตัวเรา รวมทั้งเชื่อมโยงกาแลกซีทั้งกาแลกซีเข้าไว้ด้วยกัน

โอบีวัน เคโนบี

ในจักรวาลสตาร์ วอร์ส นั้น "พลัง" หมายถึงสิ่งเหนือธรรมชาติที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่งซึ่งถูกใช้โดยลัทธิเจไดและซิธ ด้วยเหตุว่ามีเพียงสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว มิดิคลอเรียน เท่านั้น ที่สามารถสื่อสารกับ "พลัง" ได้ การที่บุคคลจะมี "พลัง" สถิตแข็งกล้านั้นย่อมขึ้นอยู่กับจำนวนของมิดิคลอเรียนที่อยู่ในร่างของบุคคลนั้น

อาจารย์เจได โอบีวัน เคโนบี อธิบายว่า "พลัง" คือ "สนามพลังที่ถูกสร้างโดยสิ่งมีชีวิตทั้งมวล" บางสังคมหรือกลุ่มองค์กรเชื่อว่า "พลัง" เป็นสิ่งที่มีความคิดสติปัญญาราวกับเป็นพระเจ้าอย่างหนึ่ง ในขณะที่กลุ่มคนอื่นเชื่อว่า "พลัง" เป็นสิ่งที่มีอยู่เป็นธรรมดา และสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำการต่างๆ ได้ตามปรารถนา

นอกจากเจไดและซิธที่นำ "พลัง" มาใช้ได้แล้ว ยังมีกลุ่มบุคคลและแนวคิดอีกมากที่สามารถใช้ประโยชน์จาก "พลัง" ได้ในรูปแบบต่างๆ กันออกไป

ด้านสว่าง[แก้]

ด้านสว่างของพลัง (อังกฤษ: ภาษาอังกฤษ: light side of the Force) ยังรู้จักโดยทั่วไปว่า อาชล่า (Ashla) หรือเรียกง่ายๆ ว่า พลัง เป็นด้านหนึ่งของพลังที่อยู่บนความซื่อสัตย์ ความเห็นใจ ความเมตตา เสียสละ และความรู้สึกด้านบวกอื่นๆ ส่วนใหญ่แล้ว เจไดจะสื่อถึงด้านนี้ของพลัง

มันง่ายมากที่จะรู้ถึงแสงสว่าง เจไดต้องรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างทั้งสองด้านของพลัง ในตัวเขาเอง และจักรวาล

ธอน

ผู้ยึดเหนี่ยวและผู้สอนด้านสว่างส่วนใหญ่นั้นคือนิกายเจได ผู้ซึ่งต่อสู้เพื่อรักษาความสงบและความยุติธรรมของกาแลกซี่ เจไดยังระวังในอันตรายของด้านมืดของพลัง ดังที่มันเป็นตัวแทนของความเสื่อมและความเพิกเฉยต่อระเบียบของจักรวาล ด้านมืดถูกมองว่าเป็นความรู้ของซิธ ผู้ซึ่งเจไดพยายามจะทำลายเพื่อรักษาสมดุลของพลัง


พลังมีบทบาทอย่างมากในการใช้กระบี่แสงของเจได ทำให้พวกเขามีความสามารถที่จะทำนายสิ่งที่จะขึ้นในอนาคต ความระวังตน และความเร็วที่น่าตะลึง ซึ่งป้องกันให้พวกเขาปลอดภัยจากอุบัติเหตุซึ่งเกิดจากตัวพวกเขาเองขณะทำการต่อสู้และทำให้พวกเขามีความสามารถอื่นๆ อย่างการใช้กระบี่แสงสะท้อนการยิงจากบลาสเตอร์ เจไดจะใช้พลังเพื่อช่วยพวกเขาในการสร้างกระบี่แสง ทั้งการประกอบและให้พลังงาน

ด้วยประสบการณ์ ดูเหมือนว่าด้วยการใช้ด้านสว่าง เจไดจะทำได้แทบทุกอย่าง สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับเจไดเท่านั้น แต่เป็นใครก็ตามที่ใช้พลังได้ เจไดใช้พลังของพวกเขาเพื่อให้ได้ความรู้มากขึ้น ต่างกับศัตรูแต่โบราณของพวกเขา พวกซิธ ในทางตรงกันข้าม ซิธจะใช้พลังของพวกเขาเพื่อพยายามครอบครองกาแลกซี่ เจไดจะใช้พลังของพวกเขาเพื่อป้องกันตัวและนำทาง ถึงแม้ว่าความแตกต่างนี้จะไม่ได้เห็นชัดนักก็ตาม นั่นทำให้ผู้คนมากมายไม่เชื่อใจในนิกายเจไดในการเป็นผู้นำของสาธารณรัฐเก่า

ด้านสว่างของพลังอยู่ในแนวเดียวกับความสุข ความสนุก รัก และความดี ซึ่งบางคนเชื่อในการใช้ด้านสว่างและเข้าใจในจริยธรรมในการใช้ของมัน มันถูกมองโดยทั่วไปว่าเป็นความคิดของความดี ความมีน้ำใจ การเยียวยา และสติปัญญา ตรงกันข้ามกับความชั่วร้าย ความรุนแรง และความหุนหัน เพื่อที่จะผสานเข้ากับด้านสว่างของพลัง ผู้ฝึกจะต้องนั่งสมาธิบ่อยครั้งเพื่อขจัดอารมณ์ของพวกเขา โดยเฉพาะอารมณ์ความรู้สึกด้านลบอย่างความเกรียวกราด ความโกรธ และความเกลียดชัง เพราะเหล่านี้จะนำเจไดเข้าสู่ด้านมืด

น่าประหลาด และถึงแม้ว่าจะมีข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัด ด้านสว่างนั้นเกิดจากปัญญาที่มีเจตจำนงและแห่นความดีที่ชัดเจน ตามที่การตีความแบบระวังตนเอง ด้านสว่างส่งอิทธิพลทำให้เจไดบางคนคิดว่าตัวของพวกเขาเป็น"เครื่องมือ"ของพลัง แม้ว่าสิ่งนี้ทำให้เกิดข้อบกพร่องหากมองในแง่ของชะตากรรมแต่ละบุคคล เจไดในฐานะของผู้นำของด้านสว่าง พวกเขายืนกรานว่ามันเป็นเหมือน"จิตใจที่เป็นอิสระอย่างสมบูรณ์"มากกว่า สิ่งที่เจไดอธิบายนี้คือพลัง (อย่างน้อยก็ด้านสว่าง) ไม่ได้เป็นการบังคับใคร ชะตากรรมอาจถูกยอมรับหรือปฏิเสธ และทุกคนสามารธเลือกทางเลือกได้อย่างอิสระ

เพราะว่าอาชล่ายังเป็นชื่อของพลังเอง ก่อนที่มันจะหมายถึงเพียงด้านสว่างเท่านั้น มันจึงอาจเป็นไปได้ว่าด้านสว่างนั้นยังหมายถึงธรรมชาโดย"ปกติ"ของพลัง มุมมองนี้เห็นด้วยโดยผู้ที่เลื่อมใสในคำสอนแบบโพเทนเชี่ยม มันถูกตีความหมายอย่างผิดๆ ว่าด้านสว่างนั้นไม่ใช่ความดี ด้านมืดก็ไม่ใช่ความชั่วร้ายเช่นกัน

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]