พระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์
|
||||||||||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||||||||
พระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์ (อาหรับ: الملك فؤاد الثاني) (พระราชสมภพ 16 มกราคม ค.ศ. 1952-) กษัตริย์แห่งอียิปต์และซูดาน และองค์อธิปัตย์แห่งนูเบีย, คูร์ดูฟาน และดาร์ฟูร์ แห่งราชวงศ์มูฮัมหมัดอาลีองค์สุดท้าย โดยได้รับการสถาปนาเป็นกษัตริย์ขณะที่พระองค์มีพระชันษาเพียง 7 เดือน เนื่องจากพระราชบิดา คือ พระเจ้าฟารุกที่ 1 แห่งอียิปต์ทรงประกาศสละราชสมบัติ
เนื้อหา |
พระราชประวัติ[แก้]
พระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์ ประสูติเมื่อวันที่ 16 มกราคม ค.ศ. 1952 ณ พระราชวังอับดีน กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เป็นพระราชโอรสในพระเจ้าฟารุกที่ 1 แห่งอียิปต์ และอดีตสมเด็จพระราชินีนาร์รีมานแห่งอียิปต์ พระองค์มีพระนามาภิไธยเดิม เจ้าชายอะห์มัด ฟูอัด (อาหรับ: أحمد فؤاد) พระองค์มีพระเชษฐภคิณีต่างพระมารดาคือ เจ้าหญิงเฟริยาลแห่งอียิปต์, เจ้าหญิงเฟาซียะห์แห่งอียิปต์ และเจ้าหญิงฟาดียะแห่งอียิปต์ ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีพระอนุชาต่างบิดาคือ นายอะกรัม อดัม อาเหม็ด นาจีบ[1]
ขึ้นครองราชย์[แก้]
หลังเกิดความยุ่งยากเกี่ยวกับการปกครองของอียิปต์ เนื่องจากประชาชนเริ่มไม่พอใจในการปกครองของพระเจ้าฟารุกที่ 1 แห่งอียิปต์ เนื่องจากในช่วงนั้นมีการฉ้อราษฎร์บังหลวงในเหล่าข้าราชการ บางพวกใช้อำนาจหน้าที่ของตนสร้างความร่ำรวยแก่ตนเอง ขณะที่เหล่าราษฎรอยู่อย่างลำบากยากจน แต่ราชสำนักและเหล่าข้าราชการกลับใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือย สร้างความไม่พอใจแก่เหล่าพสกนิกรทั้งหลาย จนวันที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ. 1952 กลุ่มขบวนการ Free Officers Movement ภายใต้การนำของมูฮัมเหม็ด นาจีบ และกาเมล อับเดล นัสซอร์ ได้กระทำการรัฐประหารใน ค.ศ. 1952 โดยบังคับให้พระองค์สละราชสมบัติ โดยทันทีทันใดหลังจากการสละราชสมบัติของพระเจ้าฟารุก ก็ได้มีการยกเจ้าชายอะห์มัด ฟูอัด พระราชโอรสของพระเจ้าฟารุกที่ยังเป็นทารกอยู่เสด็จขึ้นครองราชย์ขึ้นเป็น พระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์
แต่เนื่องจากพระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์ยังทรงพระเยาว์มาก ในรัชสมัยของพระองค์จึงมีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์คือ เจ้าชายมูฮัมหมัด อับดุล โมนีม (Prince Muhammad Abdul Moneim) ซึ่งเป็นพระสวามีของเจ้าหญิงเนสลิชาห์แห่งจักรวรรดิออตโตมัน
โดยพระเจ้าฟารุกทรงคิดว่าหากพระองค์สละราชสมบัติแล้ว อาจจะทำให้กลุ่มนักปฏิวัติและผู้ต่อต้านระบอบราชาธิปไตยภายในประเทศยุติการเคลื่อนไหวและนำความสงบสุขกลับเข้ามาในอียิปต์อีกครั้ง และยังทรงเชื่อว่ายุวกษัตริย์พระองค์น้อยองค์นี้จะสามารถยุติความรุนแรงภายในอียิปต์และซูดานได้ แต่โชคไม่ดีที่สิ่งที่พระเจ้าฟารุกต้องการนั้นไม่เป็นอย่างที่พระองค์หวังไว้เลย
พระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์ได้ถูกปลดจากการเป็นยุวกษัตริย์หลังจากที่พระองค์ทรงครองราชย์ได้ 324 วัน และภายหลังจากการลงจากราชบัลลังก์ ประเทศอียิปต์จึงได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นสาธารณรัฐ และพระองค์ได้เสด็จลี้ภัยไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และใช้ชีวิตอยู่ที่นั้น
อภิเษกสมรส[แก้]
พระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์ เมื่อเจริญวัยแล้ว พระองค์ได้เริ่มต้นความสัมพันธ์กับนางสาวโดมินิก ฟรองซ์ ปิการ์ (สกุลเดิม โลบ) ธิดาของนายโรเบร์ โลบ และนางปอล มาเดอแลน ปิการ์ โดยได้รู้จักกันครั้งแรกในปี ค.ศ. 1976 ครั้งแรกที่พระราชวังโมนาโก โดยต่อมาภายหลังทั้งสองพระองค์ได้อภิเษกสมรสกันเมื่อวันที่ 16 เมษายน ค.ศ. 1976 ที่กรุงปารีส แม้ว่าพระองค์จะอภิเษกสมรสภายหลังจากที่พระเจ้าฟูอัดที่ 2 พระสวามีลงจากราชบัลลังก์แล้ว แต่พระองค์ยังได้รับการแต่งตั้งเป็นสมเด็จพระราชินีแห่งอียิปต์ โดยได้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม และเปลี่ยนพระนามเป็น ฟาดิลา
แต่ภายหลังหลังจากการครองคู่กันมาเป็นเวลานานพระราชินีฟาดิลา และพระเจ้าฟูอัดที่ 2 ได้หย่าจากกันในปี ค.ศ. 1996 โดยในปี ค.ศ. 1999 พระราชินีฟาดิลาได้ดำรงอิสริยยศเป็น เจ้าฟ้าหญิงฟาดิลาแห่งอียิปต์[2] แต่อย่างไรก็ตามทั้งสองพระองค์ก็มีพระโอรส-ธิดาด้วยกัน 3 พระองค์ ได้แก่[3]
- เจ้าชายมูฮัมหมัด อาลี เจ้าชายแห่งซาอิด (เกิด 5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1979-)
- เจ้าหญิงเฟาซียะห์-ลาติฟา แห่งอียิปต์ (เกิด 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1982-)
- เจ้าชายฟากูรุดดินแห่งอียิปต์ (เกิด 25 สิงหาคม ค.ศ. 1987-)
พระเกียรติยศ[แก้]
พระอิสริยยศ[แก้]
- ฮิสรอยัลไฮนิส เจ้าชายอะห์มัด ฟูอัด เจ้าชายแห่งซาอิด (16 มกราคม ค.ศ. 1952 - 26 กรกฎาคม ค.ศ. 1952)[4]
- ฮิสมาเจสตี พระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์ (26 กรกฎาคม ค.ศ. 1952 - 18 มิถุนายน ค.ศ. 1953)[5]
- ฮิสรอยัลไฮนิส เจ้าชายอะห์มัด ฟูอัด ฟารุก (18 มิถุนายน ค.ศ. 1953 - ปัจจุบัน)[6]
เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]
พระราชตระกูล[แก้]
| พระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
อ้างอิง[แก้]
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: Fuad II of Egypt |
- ↑ Queen Narriman
- ↑ Time Monday, Oct. 17, 1977
- ↑ EGYPT
- ↑ Elbendary, Amina (7 – 13 February 2002). "Happy birthday, Your Majesty". Al-Ahram Weekly (572). สืบค้นเมื่อ 2010-10-10. "Prince of the Sa'id (Upper Egypt) — Ahmed Fouad's title, the same his father held before assuming the throne..."
- ↑ Hofstadter, Dan (1973). Egypt & Nasser. Volume 1. New York: Facts on File. p. 47. ISBN 9780871962034. "After Farouk's abdication, the cabinet of Aly Maher said in a proclamation: "The Council of Ministers proclaims his majesty Ahmed Fuad II as king of Egypt and the Sudan..."
- ↑ Lagnado, Lucette (18 September 2010). "The Lonely King Without a Throne". The Wall Street Journal. สืบค้นเมื่อ 2010-10-10. "He has a passport from Monaco that identifies him as His Royal Highness Prince Ahmed Fouad Farouk."
- "الملك أحمد فؤاد الثاني" [King Ahmad Fuad II] (ใน Arabic). Bibliotheca Alexandrina: Memory of Modern Egypt Digital Archive. สืบค้นเมื่อ 2010-02-27.
- "King Ahmad Fouad II". Official Website of the Egyptian Presidency. สืบค้นเมื่อ 2008-07-27.
- Egyptian Royalty by Ahmed S. Kamel, Hassan Kamel Kelisli-Morali, Georges Soliman and Magda Malek.
- L'Egypte D'Antan... Egypt in Bygone Days by Max Karkegi.
บรรณานุกรม[แก้]
- Hammudah, Adil (1991). Al-Malik Ahmad Fu'ad al-Thani, al-malik al-akhir wa-'arsh Misr [King Ahmad Fuad II, the Last King and the Throne of Egypt] (ใน Arabic). Cairo: Sifinks. ISBN 9789775185068. OCLC 29394467. สืบค้นเมื่อ 2008-12-05.
| สมัยก่อนหน้า | พระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์ | สมัยถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
| พระเจ้าฟารุกที่ 1 แห่งอียิปต์ | กษัตริย์แห่งอียิปต์และซูดาน (26 กรกฎาคม ค.ศ. 1952-18 มิถุนายน ค.ศ. 1953) |
สิ้นสุดระบอบกษัตริย์ | ||
| พระเจ้าฟารุกที่ 1 แห่งอียิปต์ กษัตริย์แห่งอียิปต์และซูดาน |
ประมุขแห่งอียิปต์ (26 กรกฎาคม ค.ศ. 1952-18 มิถุนายน ค.ศ. 1953) |
โมฮัมเหม็ด นาจีบ ประธานาธิบดีแห่งอียิปต์ |
||
| เจ้าชายมูฮัมหมัด อาลี เตาฟิก | ตำแหน่งรัชทายาทผู้มีสิทธิโดยตรง (16 มกราคม ค.ศ. 1952-26 กรกฎาคม ค.ศ. 1952) |
เจ้าชายมูฮัมหมัด อาลี เตาฟิก | ||
| เจ้าชายฟารุก เจ้าชายแห่งซาอิด ต่อมาขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าฟารุก |
เจ้าชายแห่งซาอิด (16 มกราคม ค.ศ. 1952-26 กรกฎาคม ค.ศ. 1952) |
เจ้าชายมูฮัมหมัด อาลี เจ้าชายแห่งซาอิด ผู้ดำรงตำแหน่งองค์ปัจจุบัน |
||
| พระเจ้าฟารุกที่ 1 แห่งอียิปต์ | ผู้อ้างสิทธิในราชบัลลังก์อียิปต์และซูดาน (26 กรกฎาคม ค.ศ. 1952-18 มิถุนายน ค.ศ. 1953) |
เจ้าชายมูฮัมหมัด อาลี เจ้าชายแห่งซาอิด ผู้อ้างสิทธิในราชบัลลังก์ลำดับที่ 1 |
|
|||||||||||||||||||||