พระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์
263px

พระปรมาภิไธย ฟูอัดที่ 2
พระอิสริยยศ กษัตริย์แห่งอียิปต์และซูดาน
องค์อธิปัตย์แห่งนูเบีย, คูร์ดูฟาน และดาร์ฟูร์
ราชวงศ์ มูฮัมหมัดอาลี
ระยะครองราชย์ 26 กรกฎาคม ค.ศ. 1952-18 มิถุนายน ค.ศ. 1953 (324 วัน)
รัชกาลก่อนหน้า พระเจ้าฟารุกที่ 1 แห่งอียิปต์
รัชกาลถัดไป สิ้นสุดระบอบกษัตริย์
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 16 มกราคม พ.ศ. 2495 (62 ปี)
พระราชวังอับดีน กรุงไคโร ประเทศอียิปต์
พระราชบิดา พระเจ้าฟารุกที่ 1 แห่งอียิปต์
พระราชมารดา นาร์รีมาน ซาเดก
พระมเหสี โดมินิก ฟรองซ์ ปิการ์ (ค.ศ. 1976-1999)
พระราชโอรส/ธิดา เจ้าชายมูฮัมหมัด อาลี เจ้าชายแห่งซาอิด
เจ้าหญิงเฟาซียะห์-ลาติฟา แห่งอียิปต์
เจ้าชายฟากูรุดดินแห่งอียิปต์
พระมหากษัตริย์แห่งอียิปต์
– ตำแหน่งในนาม –
พระราชวงศ์แห่งอียิปต์
CoA of Kingdom of Egypt.PNG
พระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์

พระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์ (อาหรับ: الملك فؤاد الثاني‎) (พระราชสมภพ 16 มกราคม ค.ศ. 1952-) กษัตริย์แห่งอียิปต์และซูดาน และองค์อธิปัตย์แห่งนูเบีย, คูร์ดูฟาน และดาร์ฟูร์ แห่งราชวงศ์มูฮัมหมัดอาลีองค์สุดท้าย โดยได้รับการสถาปนาเป็นกษัตริย์ขณะที่พระองค์มีพระชันษาเพียง 7 เดือน เนื่องจากพระราชบิดา คือ พระเจ้าฟารุกที่ 1 แห่งอียิปต์ทรงประกาศสละราชสมบัติ

พระราชประวัติ[แก้]

พระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์ ประสูติเมื่อวันที่ 16 มกราคม ค.ศ. 1952 ณ พระราชวังอับดีน กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เป็นพระราชโอรสในพระเจ้าฟารุกที่ 1 แห่งอียิปต์ และอดีตสมเด็จพระราชินีนาร์รีมานแห่งอียิปต์ พระองค์มีพระนามาภิไธยเดิม เจ้าชายอะห์มัด ฟูอัด (อาหรับ: أحمد فؤاد‎‎) พระองค์มีพระเชษฐภคิณีต่างพระมารดาคือ เจ้าหญิงเฟริยาลแห่งอียิปต์, เจ้าหญิงเฟาซียะห์แห่งอียิปต์ และเจ้าหญิงฟาดียะแห่งอียิปต์ ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีพระอนุชาต่างบิดาคือ นายอะกรัม อดัม อาเหม็ด นาจีบ[1]

ขึ้นครองราชย์[แก้]

หลังเกิดความยุ่งยากเกี่ยวกับการปกครองของอียิปต์ เนื่องจากประชาชนเริ่มไม่พอใจในการปกครองของพระเจ้าฟารุกที่ 1 แห่งอียิปต์ เนื่องจากในช่วงนั้นมีการฉ้อราษฎร์บังหลวงในเหล่าข้าราชการ บางพวกใช้อำนาจหน้าที่ของตนสร้างความร่ำรวยแก่ตนเอง ขณะที่เหล่าราษฎรอยู่อย่างลำบากยากจน แต่ราชสำนักและเหล่าข้าราชการกลับใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือย สร้างความไม่พอใจแก่เหล่าพสกนิกรทั้งหลาย จนวันที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ. 1952 กลุ่มขบวนการ Free Officers Movement ภายใต้การนำของมูฮัมเหม็ด นาจีบ และกาเมล อับเดล นัสซอร์ ได้กระทำการรัฐประหารใน ค.ศ. 1952 โดยบังคับให้พระองค์สละราชสมบัติ โดยทันทีทันใดหลังจากการสละราชสมบัติของพระเจ้าฟารุก ก็ได้มีการยกเจ้าชายอะห์มัด ฟูอัด พระราชโอรสของพระเจ้าฟารุกที่ยังเป็นทารกอยู่เสด็จขึ้นครองราชย์ขึ้นเป็น พระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์

แต่เนื่องจากพระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์ยังทรงพระเยาว์มาก ในรัชสมัยของพระองค์จึงมีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์คือ เจ้าชายมูฮัมหมัด อับดุล โมนีม (Prince Muhammad Abdul Moneim) ซึ่งเป็นพระสวามีของเจ้าหญิงเนสลิชาห์แห่งจักรวรรดิออตโตมัน

โดยพระเจ้าฟารุกทรงคิดว่าหากพระองค์สละราชสมบัติแล้ว อาจจะทำให้กลุ่มนักปฏิวัติและผู้ต่อต้านระบอบราชาธิปไตยภายในประเทศยุติการเคลื่อนไหวและนำความสงบสุขกลับเข้ามาในอียิปต์อีกครั้ง และยังทรงเชื่อว่ายุวกษัตริย์พระองค์น้อยองค์นี้จะสามารถยุติความรุนแรงภายในอียิปต์และซูดานได้ แต่โชคไม่ดีที่สิ่งที่พระเจ้าฟารุกต้องการนั้นไม่เป็นอย่างที่พระองค์หวังไว้เลย

พระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์ได้ถูกปลดจากการเป็นยุวกษัตริย์หลังจากที่พระองค์ทรงครองราชย์ได้ 324 วัน และภายหลังจากการลงจากราชบัลลังก์ ประเทศอียิปต์จึงได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นสาธารณรัฐ และพระองค์ได้เสด็จลี้ภัยไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และใช้ชีวิตอยู่ที่นั้น

พระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์ และฟาดิลา ฟรองซ์ ปิการ์ ขณะจดทะเบียนสมรส

อภิเษกสมรส[แก้]

พระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์ เมื่อเจริญวัยแล้ว พระองค์ได้เริ่มต้นความสัมพันธ์กับนางสาวโดมินิก ฟรองซ์ ปิการ์ (สกุลเดิม โลบ) ธิดาของนายโรเบร์ โลบ และนางปอล มาเดอแลน ปิการ์ โดยได้รู้จักกันครั้งแรกในปี ค.ศ. 1976 ครั้งแรกที่พระราชวังโมนาโก โดยต่อมาภายหลังทั้งสองพระองค์ได้อภิเษกสมรสกันเมื่อวันที่ 16 เมษายน ค.ศ. 1976 ที่กรุงปารีส แม้ว่าพระองค์จะอภิเษกสมรสภายหลังจากที่พระเจ้าฟูอัดที่ 2 พระสวามีลงจากราชบัลลังก์แล้ว แต่พระองค์ยังได้รับการแต่งตั้งเป็นสมเด็จพระราชินีแห่งอียิปต์ โดยได้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม และเปลี่ยนพระนามเป็น ฟาดิลา

แต่ภายหลังหลังจากการครองคู่กันมาเป็นเวลานานพระราชินีฟาดิลา และพระเจ้าฟูอัดที่ 2 ได้หย่าจากกันในปี ค.ศ. 1996 โดยในปี ค.ศ. 1999 พระราชินีฟาดิลาได้ดำรงอิสริยยศเป็น เจ้าฟ้าหญิงฟาดิลาแห่งอียิปต์[2] แต่อย่างไรก็ตามทั้งสองพระองค์ก็มีพระโอรส-ธิดาด้วยกัน 3 พระองค์ ได้แก่[3]

พระเกียรติยศ[แก้]

ตราประจำพระองค์

พระอิสริยยศ[แก้]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

พระราชตระกูล[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Queen Narriman
  2. Time Monday, Oct. 17, 1977
  3. EGYPT
  4. Elbendary, Amina (7 – 13 February 2002). "Happy birthday, Your Majesty". Al-Ahram Weekly (572). สืบค้นเมื่อ 2010-10-10. "Prince of the Sa'id (Upper Egypt) — Ahmed Fouad's title, the same his father held before assuming the throne..." 
  5. Hofstadter, Dan (1973). Egypt & Nasser. Volume 1. New York: Facts on File. p. 47. ISBN 9780871962034. "After Farouk's abdication, the cabinet of Aly Maher said in a proclamation: "The Council of Ministers proclaims his majesty Ahmed Fuad II as king of Egypt and the Sudan..." 
  6. Lagnado, Lucette (18 September 2010). "The Lonely King Without a Throne". The Wall Street Journal. สืบค้นเมื่อ 2010-10-10. "He has a passport from Monaco that identifies him as His Royal Highness Prince Ahmed Fouad Farouk." 

บรรณานุกรม[แก้]

ก่อนหน้า พระเจ้าฟูอัดที่ 2 แห่งอียิปต์ ถัดไป
พระเจ้าฟารุกที่ 1 แห่งอียิปต์ 2leftarrow.png CoA of Kingdom of Egypt.PNG
กษัตริย์แห่งอียิปต์และซูดาน
(26 กรกฎาคม ค.ศ. 1952-18 มิถุนายน ค.ศ. 1953)
2rightarrow.png สิ้นสุดระบอบกษัตริย์
พระเจ้าฟารุกที่ 1 แห่งอียิปต์
กษัตริย์แห่งอียิปต์และซูดาน
2leftarrow.png CoA of Kingdom of Egypt.PNG
ประมุขแห่งอียิปต์
(26 กรกฎาคม ค.ศ. 1952-18 มิถุนายน ค.ศ. 1953)
2rightarrow.png โมฮัมเหม็ด นาจีบ
ประธานาธิบดีแห่งอียิปต์
เจ้าชายมูฮัมหมัด อาลี เตาฟิก 2leftarrow.png CoA of Kingdom of Egypt.PNG
ตำแหน่งรัชทายาทผู้มีสิทธิโดยตรง
(16 มกราคม ค.ศ. 1952-26 กรกฎาคม ค.ศ. 1952)
2rightarrow.png เจ้าชายมูฮัมหมัด อาลี เตาฟิก
เจ้าชายฟารุก เจ้าชายแห่งซาอิด
ต่อมาขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าฟารุก
2leftarrow.png CoA of Kingdom of Egypt.PNG
เจ้าชายแห่งซาอิด
(16 มกราคม ค.ศ. 1952-26 กรกฎาคม ค.ศ. 1952)
2rightarrow.png เจ้าชายมูฮัมหมัด อาลี เจ้าชายแห่งซาอิด
ผู้ดำรงตำแหน่งองค์ปัจจุบัน
พระเจ้าฟารุกที่ 1 แห่งอียิปต์ 2leftarrow.png CoA of Kingdom of Egypt.PNG
ผู้อ้างสิทธิในราชบัลลังก์อียิปต์และซูดาน
(26 กรกฎาคม ค.ศ. 1952-18 มิถุนายน ค.ศ. 1953)
2rightarrow.png เจ้าชายมูฮัมหมัด อาลี เจ้าชายแห่งซาอิด
ผู้อ้างสิทธิในราชบัลลังก์ลำดับที่ 1