เมย์ โตโรก ฟอน เซนโดร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เมย์ โตโรก ฟอน เซนโดร
May Török von Szendrö
Djavidan Hanum.jpg
เคาน์เตสเมย์ในเครื่องทรงฮิญาบ
เกิด มารีอันนา เมย์
15 มิถุนายนค.ศ. 1877
เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา
เสียชีวิต 5 สิงหาคม ค.ศ. 1968 (91 ปี)
เมืองกราซ ประเทศออสเตรีย
อาชีพ นักเปียโน, นักเขียน, นักแปล, จิตรกร
ศาสนา ศาสนาอิสลาม (เดิมนับถือ ศาสนาคริสต์)
คู่สมรส อาร์เธอร์, เฟรเฮรร์ ฟอน คลิงสปอร์ (หย่า)
คีดิฟอับบาสที่ 2 แห่งอียิปต์ (1910-1913)
บิดามารดา เคานท์โยเซฟที่ 3 โตโรก ฟอน เซนโดร
เคานท์เตสโซฟี เวตเตอร์ ฟอน เดอร์ ลิลี
ลายมือชื่อ May Torok von Szendro Signature.JPG

เมย์ โตโรก ฟอน เซนโดร (อังกฤษ: May Torok von Szendro, อาหรับ: جاويدان هانم Djavidan Hanem‎, เกิด 15 มิถุนายน ค.ศ. 1877เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา5 สิงหาคม ค.ศ. 1968เมืองกราซ ประเทศออสเตรีย) นักเปียโน, นักเขียน, นักแปล และจิตรกรสตรีชาวฮังการี ที่มีชื่อเสียงจากการเป็นพระภรรยาคนที่สองของคีดิฟอับบาสที่ 2 แห่งอียิปต์[1]

ประวัติ[แก้]

เมย์ โตโรก ฟอน เซนโดร เป็นธิดาของเคานต์เตสโซฟี เวตเตอร์ ฟอน เดอร์ ลิลี และเป็นบุตรบุญธรรมของธีโอดอร์ ปัสกาส์ นักประดิษฐ์ชาวฮังการี[ต้องการอ้างอิง] เธอถูกส่งไปปราสาทวัสเซินที่เมืองกราซ ประเทศออสเตรีย ตั้งแต่เธอยังเด็ก เมื่อมีอายุได้ 12 ปี เธอได้เขียนไดอารีและเล่นเปียโน ต่อมาพี่ชายของเธอ เคานต์โยเซฟ โตโรก ฟอน เซนโดร ได้ศึกษาต่อที่เทเรสเซียนัมอะคาเดมี (Theresianum) ที่กรุงเวียนนา[2] และเป็นพระสหายของอับบาส เบย์ เจ้าชายแห่งอียิปต์ (ในขณะนั้น) เมย์ได้พบกับอับบาสครั้งแรกและครั้งที่สองที่เทเรสเซียนัมอะคาเดมี[2] ต่อมาภายหลังอับบาสได้กลับไปยังอียิปต์เพื่อครองราชย์ และพวกเขาก็ได้พบกันอีกครั้งเป็นครั้งที่สามในปี ค.ศ. 1900 ที่โรงแรมแกรนด์ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทั้งคู่ก็เริ่มรักกันและอับบาสจึงพาเธอกลับมายังอียิปต์ด้วย[2]

อภิเษกสมรส[แก้]

ความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มพัฒนาเป็นความรัก ทั้งคู่ได้สมรสอย่างลับๆกัน ที่พระราชวังมอนตาซาห์ เมืองอเล็กซานเดรีย โดยมีชีกสองคนในพิธี ก่อนที่จะอภิเษกสมรสอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1910 โดยมีแกรนด์มุฟติ (Grand Mufti) เป็นประธานในพิธี เธอจึงเข้ารับศาสนาอิสลาม[2] และได้รับพระนาม เจ้าหญิงจาวิดัน ฮานิม (جاويدان هانم Djavidan Hanem) ภรรยาในคีดิฟแห่งอียิปต์ หลังจากพระสวามีได้หย่ากับอิกบาล ฮานิม อดีตนางทาสที่รับใช้พระมารดาของคีดิฟ

คีดิฟอิสมาอิล ปาชา เป็นกษัตริย์อียิปต์องค์สุดท้ายที่ใช้ระบบฮาเร็ม รวมไปถึง บุยุก, ออตังกี และคุคุก ฮาเร็ม (พระภรรยาเอก, ภรรยารอง และภรรยาคนที่สาม) และตำแหน่งอะกา (ยูนุค) ก็ถูกยกเลิกเช่นกัน และเริ่มระบบเอกอัครมเหสีเพียงพระองค์เดียวตามแบบยุโรป[2]

อ้างอิง[แก้]

  1. Famille Souveraine
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 "FROM MAG-ARABS TO AL-MAGARY". Samir Raafat. April 13, 1996. สืบค้นเมื่อ 2010-10-23. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]