บอยเฟรนด์ (เพลงของจัสติน บีเบอร์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
"บอยเฟรนด์"
200px
ซิงเกิล โดย จัสติน บีเบอร์
จากอัลบั้ม บีลีฟ
ออกจำหน่าย 26 มีนาคม ค.ศ. 2012
รูปแบบ ซีดีซิงเกิล, ดิจิตอลดาวน์โหลด
บันทึกเสียง 2011; ชาลีสเรคคอร์ดิงสตูดิโอ (ฮอลลีวูด, ลอสแอนเจลิส)
แนวเพลง อาร์แอนด์บี
ความยาว 2:51 นาที
ค่ายเพลง ไอส์แลนด์, อาร์บีเอ็มจี, สกูลบอย
ผู้ประพันธ์ จัสติน บีเบอร์, ไมค์ พอสเนอร์, เมสัน เลวีy, แมทธิว มัสโต
โปรดิวเซอร์ ไมค์ พอสเนอร์, MdL, Kuk Harrell
ลำดับซิงเกิลของ จัสติน บีเบอร์
"ลิฟมายไลฟ์"
(2012)
"บอยเฟรนด์"
(2012)
"แอสลองแอสยูเลิฟมี"
(2012)

บอยเฟรนด์ เป็นเพลงของจัสติน บีเบอร์ จากสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 ในชื่อบีลีฟ บีเบอร์กล่าวว่าเพลงนี้จะทำให้คนที่ฟังเกิดความประหลาดใจในหลายเรื่อง เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงแนวเพลงจากผลงานชุดก่อนหน้า ตัวอย่างเพลงบอยเฟรนด์มีการพรีวิวในรายการ ดิเอ็ลเลนดีเจเนอเรสโชว์ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 2012 มีการประกาศว่าเพลงนี้จะเป็นซิงเกิลในวันเดียวกันนั้นเอง และพร้อมจำหน่ายในวันที่ 23 มีนาคม ค.ศ. 2012 มีการเปิดเผยภาพปกอัลบั้มในวันที่ 19 มีนาคม ค.ศ. 2012

ในด้านดนตรี เพลง "บอยเฟรนด์" เป็นเพลงที่มีอิทธิพลจากแนวอาร์แอนด์บีที่นำเสนอจังหวะป๊อบชวนให้นึกถึง ฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์ โปรดิวเซอร์ชาวอเมริกัน และเอ็นซิงก์ ศิลปินบอยแบนด์ เสียงเครื่องดนตรีอยู่ในโทนต่ำเพื่อเน้นเสียงร้องของบีเบอร์ อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์กล่าวถึงเนื้อร้องว่ายังดูไม่โตเต็มที่และไร้สาระ เพลง "บอยเฟรนด์" ประสบความสำเร็จในเชิงการค้า เปิดตัวที่อันดับที่ 2 บนชาร์ตบิลบอร์ดฮอต 100 หลังจากสามารถขายซิงเกิลได้ 521,000 หน่วย เพลงนี้ยังเป็นเพลงที่มียอดขายดิจิตอลเปิดตัวได้สูงสุดเป็นอันดับที่สองในสหรัฐอเมริกา (รองจากเพลง วีอาร์เนฟเวอร์เอฟเวอร์เกตติงแบ็คทูเก็ตเตอร์ ของเทย์เลอร์ สวิฟต์ ที่สามารถขายได้ถึง 623,000 หน่วยในสัปดาห์) และสามารถติดชาร์ตเพลงป๊อบที่อันดับที่ 9 เพลงนี้เปิดตัวที่อันดับที่ 1 ในแคนาดาและอันดับที่ 2 ในสหราชอาณาจักร

แรกเริ่มนั้น ไอส์แลนด์เรคอร์ดสมอบหมายให้โคลิน ทิลลีเป็นผู้กำกับมิวสิกวิดีโอ อย่างไรก็ตาม ต่อมา มิวสิกวิดีโอเดิมถูกยกเลิกและถ่ายทำใหม่โดยไดเรกเตอร์เอ็กซ์ วิดีโอปล่อยออกมาในวันที่ 3 พฤษภาคม ค.ศ. 2012 สามารถทำลายสถิติของวีโวในฐานะที่มียอดผู้ชมมากที่สุดใน 24 ชั่วโมงแรกด้วยจำนวน 8.00 ล้านคน แต่ต่อมาถูกทำลายโดยเพลงลิฟไวล์วีร์ยังของวันไดเรกชัน (8.24 ล้านคน) และเพื่อเป็นการโปรโมตเพลงนี้ บีเบอร์โชว์ร้องเพลง "บอยเฟรนด์" โชว์ในรายการสดหลายรายการ รวมถึงรายการเดอะวอยซ์ในรอบปิดซีซันที่ 2 และในงานประกาศรางวัลดนตรีของบิลบอร์ดประจำปี 2012 ศิลปินแร็พดูโอ ยิงยางทวินส์ ยังได้ปล่อยเวอร์ชันรีมิกซ์ของเพลงนี้โดยเพิ่มเนื้อร้องท่อนใหม่เข้าไปด้วย เวอร์ชันรีมิกซ์อีกเวอร์ชันของเพลง "บอยเฟรนด์" ได้มีทูเชนส์ แมก มิลเลอร์ และแอชเชอร์ รอธ ร่วมร้องด้วย

เบื้องหลังและภาพปกอัลบั้ม[แก้]

"เพราะตัวผมเองก็เป็นศิลปิน ผมจะค่อนข้างช่างเลือกว่าจะให้ใครทำเพลงและแต่งทำนองให้... และสิ่งที่ผมมองหาจริง ๆ คือนักร้องน่าทึ่งสักคนที่ร้องเพลงได้ดีกว่าผม และอีกอย่างคือ บางคนที่ไม่ได้ตั้งใจว่าจะทำสิ่งที่ประสบความสำเร็จในอย่างที่เพลงป๊อปเป็นอยู่ในตอนนี้ แต่ทำตั้งใจย้ายมันกลับไปสู่จุดกำเนิดไปยังที่ที่มันเคยอยู่ และจัสตินก็ตั้งใจทำได้อย่างที่ผมต้องการ"

—พอสเนอร์กล่าวถึงการทำงานกับบีเบอร์[1]

ปลายปี ค.ศ. 2011 บีเบอร์ยืนยันกับคลื่นวิทยุ แคปิตัลเอฟเอ็ม ว่าเขากำลังบันทึกเสียงสำหรับผลงานสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 3 และจะออกจำหน่ายในต้นปี ค.ศ. 2012[2] ต่อมาเขาได้ให้สัมภาษณ์กับเอ็มทีวีนิวส์และเปิดเผยว่าอัลบั้ม บีลีฟ จะสร้างความประหลาดใจให้ผู้ฟังในแบบที่ไม่เคยเป็น เพราะดนตรีในอัลบั้มนี้จะแหวกแนวไปจากงานชุดก่อน[3]เพลง "บอยเฟรนด์" ถูกเขียนขึ้นโดยบีเบอร์, ไมเคิล พอสเนอร์ ,เมสัน ดี. เลวี และแมท มัสโต[4] ในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับดีเจบูตเลก เคฟ พอสเนอร์เผยว่าเขาประทับใจในการทำงานของบีเบอร์ และให้ความเห็นว่า "เขามีพรสวรรค์ดีเยี่ยม ในตอนแรก ผมยังไม่รู้ว่าจะคาดหวังอะไรได้เพราะเขายังเด็กมาก แต่เขาเขียนเพลงได้"[5] พอสเนอร์กล่าวว่าเหล่าคนฟังจะ "เต้น" ไปตามจังหวะเพลงและคลื่นวิทยุคงอยากเปิดเพลงนี้แน่ เลวีก็ให้ความเห็นเกี่ยวกับเพลงนี้ บรรยายเพลงนี้ว่า "เฉียบคมอย่างแท้จริง โตขึ้น มีการพัฒนา และเซ็กซี่มากขึ้นกว่าเดิม"[6] ก่อนที่เพลงจะออกจำหน่าย มีผู้คนวงในอุตสาหกรรมเพลงได้ลองฟังเพลงนี้ก่อน เช่น นักจัดรายการวิทยุ มิก ลี จาก WZFT ซึ่งกล่าวว่า "เพลงนี้แตกต่างจากเพลงก่อนหน้าเป็นอย่างมาก"[3]

ในวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 2012 บีเบอร์ได้เป็นแขกรับเชิญในรายการ ดิเอ็ลเล็นดีเจเนอเรสโชว์ เขาประกาศว่าเพลงจะออกจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 มีนาคม[7] เขากล่าวว่า "การประกาศที่ยิ่งใหญ่คือในวันที่ 26 มีนาคม ซิงเกิลแรกของผมจะออกมาและเรียกมันว่า 'บอยเฟรนด์' ตัวเพลงมีเนื้อหาว่า ผมกำลังคุยกับผู้หญิงคนนี้ [พูดว่า] ถ้าผมได้เป็นแฟนคุณ ผมจะไม่ปล่อยคุณไปไหน (If I was your boyfriend, I would never let you go.) เราเขียนท่อนนั้น และท่อนที่ผมกำลังพูด/แร็ป และในท่อนฮุตผมก็ร้อง มันเป็นเพลงที่เจ๋งจริงๆ"[7] บีเบอร์ยังแสดงการแนะนำเพลงในรายการด้วย.[8] บีเบอร์ได้ทำโพลสำรวจที่ให้แฟนคลับเลือกภาพปกอัลบั้มของซิงเกิลนี้ผ่านทางบัญชีทวิตเตอร์ของเขา เจสซิก้า เซเจอร์ จากป๊อปครัช ตั้งข้อสังเกตว่าบีเบอร์ดูโตขึ้นหากดูจากปกอัลบั้มทั้งสองปก ใช้ทรงผมของเอลวิส เพรสลีย์ และสวมเสื้อทีเชิร์ตสีขาว มีเสื้อแขนสั้น ติดกระดุมสีขาวและสีน้ำเงินเข้มใส่ทับ และสร้อยคอบางๆ[9] ภาพปกอัลบั้มที่ได้รับเลือกถูกเผยออกมาในวันที่ 19 มีนาคม ค.ศ. 2012[9]

การเขียนเพลง[แก้]

"บอยเฟรนด์" เป็นเพลงที่ได้รับอิทธิพลจากเพลงแนวอาร์แอนด์บีมีความยาว 2 นาที 50 วินาที[4][6] ผสมผสานกับดนตรีอคูสติก มีจังหวะดนตรีคลับบีท เขียนขึ้นด้วยระดับเสียงบีแฟลทไมเนอร์ มีค่าเทมโป 54 เฮิร์ตซ์ต่อ 1 จังหวะ[6][10] เพลงขึ้นต้นด้วยเสียงระดับต่ำและเสียงลมหายใจแทรกของบีเบอร์ในขณะร้องแร็ป ว่า "ถ้าผมได้เป็นแฟนคุณ ผมจะไม่ปล่อยคุณไป/ผมจะพาคุณไปในที่ที่คุณไม่เคยไปมาก่อน/ที่รัก คว้าโอกาสไว้หรือคุณจะไม่มีทางได้รู้/ผมมีเงินอยู่ในมือและอยากจะใช้ จริงๆ/ใช้มันไปกับคุณ/นั่งสบายอารมณ์ใกล้แสงไฟตอนที่เรากินฟองดู" (If I was your boyfriend, I’d never let you go/ I can take you places you ain’t never been before/ Baby, take a chance or you’ll never ever know/ I got money in my hands that I’d really like to blow/ Swag, swag, swag on you/ Chillin' by the fire while we eatin’ fondue.)[11][12][13] ทันทีที่ท่อนคอรัสตามมา เขาใช้เสียงสูงหรือเสียงฟอลเซตโตคล้ายไมเคิล แจ็กสัน และร้องออกมาเกี่ยวกับ "ทุกสิ่งที่คุณต้องการ" (everything you want)[12]

เสียงดนตรีได้พอสเนอร์และเลวีเป็นคนผลิต ได้ใส่เสียงปรบมือและจังหวะที่มีรูปแบบคล้ายฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์ และตามที่เอมี เซียเรตโต นักวิจารณ์จากป๊อบครัชได้พูดถึงไว้ว่า "ถูกปรับให้อยู่ระดับต่ำสุด ปล่อยให้เสียงของบีเบอร์ซึ่งหนักแน่นเพราะเขาโตขึ้นให้เปล่งประกายและเป็น ที่สนใจของผู้ฟังได้ เซียเรตโตยังคิดว่าเพลง "บอยเฟรนด์" มีความคล้ายคลึงกับเพลง "ครายมีอะริเวอร์" (2002)[12] ของจัสติน ทิมเบอร์เลค ในขณะที่ร็อบบี ดอว์ จากเว็บไซต์ ไอโดเลเตอร์ ถือว่าเป็นการแสดงความรำลึกถึงต้นยุคคริสต์ศตวรรษ 1990[14] โจดี โรเซน จากนิตยสาร โรลลิงสโตน ไม่ใส่ใจเนื้อหาในเนื้อเพลง และสรุปว่า "จัสตินเพิ่งมีความสัมพันธ์ทางเพศมา แต่เขาจะไม่ทำอันตรายเด็กอายุ 9 ขวบของคุณแน่"[15] มาร์ค โฮแกน นักเขียนจากนิตยสาร สปิน กล่าวว่าเนื้อเพลงได้อ้างถึงเพลงหลายเพลง เช่น "ปาร์ตี้" ของบียอนเซ่ โนวส์ (2011) "ทิลเดอะเวิลด์เอนด์ส" ของบริตนีย์ สเปียส์ (2011) และ "อิฟ" ของเจเน็ต แจ็กสัน (1993) แอนดรูว์ แฮมป์ จากนิตยสาร บิลบอร์ด กล่าวว่า จังหวะแบบคลับเรดี้และคอรัสแบบกีต้าร์ไม่เสียบปลั๊กทำให้นึกถึงเพลง "เกิร์ลเฟรนด์" ซิงเกิลสุดท้ายของวง เอ็นซิงก์ และเปรียบเทียบกับเพลงยุคแรก ๆ ของจัสติน ทิมเบอร์เลค และอัชเชอร์[11]

การตอบรับ[แก้]

"บอยเฟรนด์" ได้รับการวิจารณ์อย่างหลากหลาย แอนดรูว์ แฮมป์ จากนิตยสาร บิลบอร์ด ให้คะแนน 82 คะแนนจาก 100 คะแนน พร้อมกล่าวว่า เสียงของบีเบอร์ดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเดิม แต่สังเกตได้ว่าแฟนคลับของเขาส่วนใหญ่ยังคงเป็นเด็กสาวอายุ 12 ปี[11] เอมี เซียเรตโต จากนิตยสาร ป๊อปครัช ชื่นชมบทเพลงและกล่าวว่า ผลจากการลองแนวดนตรีใหม่ ๆ คือ "เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นและมีรสนิยม"[12] เจนนา ฮอลลี รูเบนสไตน์ จากเอ็มทีวี กล่าวว่า "บอยเฟรนด์" นั้นเจ๋งจริงๆ และตระหนักได้ว่าเนื้อเพลงมีเนื้อหาตรงกับสิ่งที่บีเบอร์ทำไว้กับเซเลน่า โกเมซ แฟนสาวคนปัจจุบัน[13] เบกก้า กริม จากนิตยสาร โรลลิงสโตน มีความคิดว่าเพลงนี้ "เจ๋งกว่าปกติ"[16] ขณะที่ เบรนยา บรานดาโน่ นักวิจารณ์จากบริษัทอาร์ทิสท์ไดเรกต์ กล่าวว่า "บอยเฟรนด์" ไม่เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงบีเบอร์ไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ยังเป็น "รุ่งอรุณใหม่แห่งเพลงป๊อป"[17] มาร์ก โฮแกน จากนิตยสาร สปิน กล่าวว่า บีเบอร์ "ต้องการจะปลุกเร้าอารมณ์ของคุณ" ไปกับเพลง แต่คิดว่า "บีเบอร์อาจจะเป็นนักเกี้ยวผู้มั่งคั่ง แต่เขายังไม่โตพอ"[18] นักวิจารณ์จากนิตยสาร แร็ป-อัพ กล่าวชมเพลง "บอยเฟรนด์" ที่แสดงให้เห็นการเติบโตของบีเบอร์และเสียงดนตรีแบบในเมืองลงในเพลง[19] สตีเวน ไฮเดน และ Genevieve Koski บรรณาธิการของ ดิ เอ.วี. คลับ ให้เกรด A- พร้อมกล่าวชมเพลงในด้านการผลิตและเสียงร้อง และถือว่า "ต้านทานไม่ได้ เมื่อบีเบอร์ปล่อยเสียงสูงแบบทิมเบอร์เลก มันรู้สึกค่อนข้างสมบูรณ์แบบ" พวกเขายังจัดอันดับให้เป็นเพลงที่ดีที่สุดของบีเบอร์ แม้ว่าพวกเขาจะวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาในเนื้อเพลง[20]

จอร์แดน ซาคาริน จาก เดอะฮอลลิวูดรีพอร์เตอร์ บรรยายเกี่ยวกับเพลงนี้ว่า "เป็นการนำเสนออย่างเหมาะสม ด้วยโครงร่างทั้งแนวคิดการเดตในเมืองเล็กและคำสัญญาชั่วนิรันดร์"[21] Raju Mudhar จาก โตรอนโตสตาร์ ให้ความเห็นว่า จากเนื้อเพลง บีเบอร์นั้น "ไม่เหมือนกับเพลงเซ็กซีแบ็ค แต่ฟังเหมือนเขาต้องการจูงมือของคุณเดินกลับบ้านไปด้วยกัน"[22] โจดี้ โรเซน จากนิตยสาร โรลลิงสโตน ให้ คะแนนเป็น 3 ดาวจาก 5 ดาว และเนื่องจากเห็นเบื้องหลังเป็น "การคำนวณอย่างเชียวชาญเพื่อบรรเทาการเปลี่ยนแปลงของบีเบอร์จากเด็กน้อยเสน่ห์แรงไปเป็นหนุ่มน้อยเสน่ห์แรง" ได้ตั้งคำถามว่า "เพลงเริ่มด้วยบีเบอร์ร้องแร็ปในภาษาท้องถิ่นอย่างเด่นชัดเกี่ยวกับการใช้เงินที่ไม่ได้ดูถูกใครได้อย่างไร"[15] บิล แลมบ์ นักวิจารณ์จาก อะเบาต์ดอตคอม ถือว่าเพลงนี้เป็น "การแปลงเพลงของจัสติน ทิมเบอร์เลกอย่างง่าย" และกล่าวว่า เนื้อเพลงไม่มี "ใจความสำคัญที่จะขยายไปสู่เพลงทั้งเพลงได้" [4] คริส เอกเกิร์ตเซน นักเขียนบล็อก ฮิตฟิกซ์ คิดว่า "บอยเฟรนด์" ในด้านเนื้อเพลง เป็นเพลงเดียวกันกับเพลงที่บีเบอร์ร้องไว้ตั้งแต่เริ่มเป็นนักร้อง แต่สังเกตได้ว่าไม่มีแฟนคลับคนใดได้สังเกตมุมมองนี้เลย[23] เกรกอรี ฮิคส์ จากเดอะมิชิแกนเดลี ให้ความเห็นว่า บีเบอร์กำลังเลียนแบบลักษณะความเป็นอาร์แอนด์บีของจัสติน ทิมเบอร์เลก และบรรยายเนื้อเพลงว่า ในมุมมองที่นักร้องน้อยคนตั้งใจจะแสดงความโง่เขลาเชิงกวีลงไปในเพลงของพวก เขาได้มากนัก"[24] เออร์เนส วิลคินส์ จาก เรดอายส์ กล่าวว่า บีเบอร์ไม่รู้วิธีการแร็ปที่ดี และยังเสริมว่า "ผมนึกถึงช่วงที่ Wahlberg เป็นนักร้องแร็ปผิวขาวที่งุ่มง่ามที่สุดในโลก"[25]

บนชาร์ตเพลง[แก้]

เพียงไม่กี่ชั่วโมงที่เพลงถูกปล่อยออกมา "บอยเฟรนด์" ขึ้นถึงอันดับสูงสุดของร้านไอทูนส์ของสหรัฐอเมริกา[26] คีธ คอลิฟายด์ จากบิลบอร์ด ค่ายเพลงระบุว่าเพลงนี้ขายได้ประมาณ 400,000 ดาวน์โหลดภายในสุดสัปดาห์วันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 2012 และระบุว่าเพลงได้เปิดตัวที่ห้าอันดับแรกของชาร์ตฮอต 100[27] เพลงบอยเฟรนด์เปิดตัวที่อันดับที่ 2 บนชาร์ต รองจากเพลง "วีอาร์ยัง" ของวง ฟัน ร้องร่วมกัน จาเนล โมเน เพลงขายได้รวม 521,000 หน่วย สูงที่สุดเป็นอันดับสองในสัปดาห์ที่เปิดตัว[28] บิล เวิร์ด จากบิลบอร์ด กล่าวว่า เพลงไม่สามารถเปิดตัวที่อันดับที่ 1 ได้เพราะยอดดาวน์โหลดเกิดจากการดาวน์โหลดผ่านร้านไอทูนส์เท่านั้น "เป็นการจำกัดตัวเลือกในการซื้อของผู้ที่ไม่ได้ซื้อในร้ายขายปลีกของแอปเปิลบ่อยนัก"[29] เพลงขายได้ถึง 3,216,000 ดาวน์โหลดในสหรัฐภายในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2012[30] เพลง "บอยเฟรนด์" ยังเป็นซิงเกิลแรกที่ขึ้นสูงสุดบนชาร์ตแคนาเดียนฮอต 100 โดยเปิดตัวที่อันดับ 1 และอยู่ได้ 1 สัปดาห์[28]

ในสหราชอาณาจักร เพลงเปิดตัวที่อันดับที่สองด้วยยอดขาย 54,817 ในสิ้นสุดสัปดาห์ของวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 2012 เป็นรองเพียงแค่เพลงของนักร้องร่วมสัญชาติอย่างเพลง "คอลมีเมย์บี" ของคาร์ลี เร เจปเซน[31][32] เพลงบอยเฟรนด์ขึ้นถึงสิบอันดับแรกในเดนมาร์ก ไอร์แลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน ขณะที่อยู่ในยี่สิบอันดับแรกในเบลเยียม ฝรั่งเศส ฟินแลนด์ เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ สเปน และสวิตเซอร์แลนด์[31][33] ในออสเตรเลีย เพลงบอยเฟรนด์เปิดตัวและขึ้นสูงสุดที่อันดับที่ 5 บนชาร์ตประจำวันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 2012 เพลงบอยเฟรนด์ยังคงไม่สามารถขึ้นถึงอันดับหนึ่งในนิวซีแลนด์ เนื่องจากเปิดตัวและขึ้นสูงสุดที่อันดับที่ 2 เท่านั้น[34]

อ้างอิง[แก้]

  1. Vena, Jocelyn (March 26, 2012). "Justin Bieber Takes A 'Leap' With 'Boyfriend'". MTV. MTV Networks. สืบค้นเมื่อ March 28, 2012. 
  2. "Justin Bieber Teams Up With Kanye West And Drake For New Album 'Believe'". Capital FM. October 25, 2011. สืบค้นเมื่อ March 28, 2012. 
  3. 3.0 3.1 Vena, Jocelyn (March 12, 2012). "Justin Bieber's 'Boyfriend' Track Getting Early Buzz". MTV. MTV Networks. สืบค้นเมื่อ March 28, 2012. 
  4. 4.0 4.1 4.2 Lamb, Bill (March 26, 2012). "Justin Bieber – "Boyfriend"". About.com. Rovi Corporation. สืบค้นเมื่อ March 27, 2012. 
  5. Dihn, James (March 12, 2012). "Justin Bieber's 'Boyfriend' Track Is 'Super Hip-Hop,' Producer Says". MTV. MTV Networks. สืบค้นเมื่อ March 28, 2012. 
  6. 6.0 6.1 6.2 Vena, Jocelyn (March 22, 2012). "Justin Bieber's 'Boyfriend' Single Is 'Definitely Edgier'". MTV. MTV Networks. สืบค้นเมื่อ March 28, 2012. 
  7. 7.0 7.1 Vena, Jocely (March 1, 2012). "Justin Bieber Announces New Single, 'Boyfriend'". MTV. MTV Networks. สืบค้นเมื่อ March 27, 2012. 
  8. Daw, Robbie (March 23, 2012). "Justin Bieber Plays Clip Of "Boyfriend" On ‘Ellen’, Has Us Thinking Of Hi-Five". Idolator. Buzz Media. สืบค้นเมื่อ March 27, 2012. 
  9. 9.0 9.1 Sager, Jessica (March 13, 2012). "Help Choose Justin Bieber's 'Boyfriend' Cover Art!". Pop Crush. สืบค้นเมื่อ March 27, 2012. 
  10. Bieber, Justin. "Justin Bieber – Boyfriend Sheet Music (Digital Download)". Musicnotes.com. สืบค้นเมื่อ 2012-06-13. 
  11. 11.0 11.1 11.2 Hampp, Andrew (March 26, 2012). "Track Review: Justin Bieber, 'Boyfriend'". Billboard. Prometheus Global Media. สืบค้นเมื่อ March 27, 2012. 
  12. 12.0 12.1 12.2 12.3 Sciaretto, Amy (March 26, 2012). "Justin Bieber, 'Boyfriend' – Song Review". Pop Crush. สืบค้นเมื่อ March 27, 2012. 
  13. 13.0 13.1 Rubenstein, Jenna Hally (March 26, 2012). "New Song: Justin Bieber, 'Boyfriend'". MTV. MTV Networks. สืบค้นเมื่อ March 27, 2012. 
  14. Daw, Robbie (March 26, 2012). "Justin Bieber’s "Boyfriend": Listen To The Full Song". Idolator. Buzz Media. สืบค้นเมื่อ March 27, 2012. 
  15. 15.0 15.1 Rosen, Jody (March 26, 2012). "Boyfriend – Song Reviews". Rolling Stone. Jann Wenner. สืบค้นเมื่อ March 27, 2012. 
  16. Grim, Becca (March 26, 2012). "Justin Bieber Drops New Single, 'Boyfriend'". Rolling Stone. Jann Wenner. สืบค้นเมื่อ March 27, 2012. 
  17. Brandano, Breña (March 29, 2012). "Justin Bieber "Boyfriend" Song Review — 5 out of 5 stars". Artistdirect. สืบค้นเมื่อ March 29, 2012. 
  18. Hogan, Marc (March 26, 2012). "Color Me Bland: Justin Bieber's 'Boyfriend' Wants to Sex You Up". Spin. Spin Media LLC. สืบค้นเมื่อ March 29, 2012. 
  19. "New Music: Justin Bieber - 'Boyfriend'". Rap-Up. Devin Lazerine. March 25, 2012. สืบค้นเมื่อ March 29, 2012. 
  20. Hyden, Steven; Koski, Genevieve (March 31, 2012). "This Was Pop: March 31, 2012". The A.V. Club. The Onion, Inc. สืบค้นเมื่อ March 31, 2012. 
  21. Zakarin, Jordan (March 26, 2012). "Justin Bieber's 'Boyfriend' Single Released (Audio)". The Hollywood Reporter. Lynne Segall. สืบค้นเมื่อ March 29, 2012. 
  22. Mudhar, Raju (March 28, 2012). "Justin Bieber releases "Boyfriend," rockets to top of iTunes chart". Toronto Star. Star Media Group. สืบค้นเมื่อ March 29, 2012. 
  23. Eggertsen, Chris (March 26, 2012). "Listen: Justin Bieber wants to be your 'Boyfriend' in new single". HitFix. สืบค้นเมื่อ March 29, 2012. 
  24. Hicks, Gregory (March 28, 2012). "Single Review: Justin Bieber makes a crappy 'Boyfriend'". The Michigan Daily. Zachary Yancer. สืบค้นเมื่อ March 29, 2012. 
  25. Wilkins, Ernest (March 23, 2012). "Unnecessary immediate Internet review: Justin Bieber's "Boyfriend"". RedEye. Kurt Mueller. สืบค้นเมื่อ March 29, 2012. 
  26. Unterberger, Andrew (March 26, 2012). "The Singles Bar: Justin Bieber, "Boyfriend"". Pop Dust. สืบค้นเมื่อ March 27, 2012. 
  27. Caulfield, Keith (March 27, 2012). "Justin Bieber's 'Boyfriend' Bound For Big Hot 100 Debut". Billboard. Prometheus Global Media. สืบค้นเมื่อ March 27, 2012. 
  28. 28.0 28.1 Trust, Gary (April 4, 2012). "Justin Bieber's 'Boyfriend' Debuts at No. 2 on Hot 100". Billboard. Prometheus Global Media. สืบค้นเมื่อ April 4, 2012. 
  29. Werde, Bill (April 4, 2012). "Editor's Note: What Role Did Bundling and Exclusives Play in Madonna and Justin Bieber's Big Debuts?". Billboard. Prometheus Global Media. สืบค้นเมื่อ April 4, 2012. 
  30. Grein, Paul (January 3, 2013). "Chart Watch Extra: Top Songs of 2012". Yahoo! Music. Yahoo!. สืบค้นเมื่อ January 5, 2013. 
  31. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อ ultratop
  32. Jones, Alan (April 15, 2012). "Official chart analysis: weekly album sales plummet to record 21st Century low, Adele back at No.1". Music Week. Intent Media. สืบค้นเมื่อ April 18, 2012. 
  33. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อ ireland
  34. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อ nz