บอนสี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บอนสี
บอนสี
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
ชั้น: Liliopsida
อันดับ: Arecales
วงศ์: Araceae
สกุล: Caladium
ชนิด: C.bicolor (Ait) Vent
ชื่อทวินาม
Caladium bicolor

บอนสี เป็นไม้ประดับที่มีใบสวยงามและเป็นไม้มงคล มีสีสันที่หลากหลายแปลกตาและเป็นเอกลักษณ์ จนได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชินีแห่งไม้ใบ"(Queen of the Leafy Plants)

ความเชื่อเกี่ยวกับบอนสี[แก้]

ในสมัยโบราณบอนสีเป็นไม้มงคลที่นิยมปลูกติดไว้ในบ้านพักอาศัยและจะทำให้บ้านที่ปลูกมีความสุขความเจริญเป็นสิริมงคลแก่บ้านพักอาศัยทำให้คนในบ้านมีความสุขกัน

ลักษณะโดยทั่วไป[แก้]

บอนสีมีความสูงประมาณ 0.5 เมตร มีพุ่มกว้างประมาณ 1 เมตร มีลำต้นอยู่ใต้ดิน มีลักษณะเป็นหัว ผิวของลำต้นเป็นผิวเรียบและ ใบกว้างประมาณ 8-15 เซนติเมตร ยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร ลักษณะใบ สีสันสวยงาม และดอกมีเกสรเป็นแท่งยาวโผล่ออกมา ดอกมีสีขาวหรือสีชมพู รังไข่ใต้วงกลีบ มีกลิ่นฉุน

ถิ่นกำเนิด[แก้]

บอนสีมีถิ่นกำเนิดมาจากแถบแอฟริกาใต้ และเริ่มเข้ามาในทวีปยุโรป อินเดีย และ อินโดนีเซีย ตามลำดับแล้วเชื่อกันว่าบอนสีเข้ามาในประเทศไทยตอนสมัยสุโขทัยและ ในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสยุโรป และได้ทรงนำบอนสีเข้ามาปลูกในประเทศไทยไว้หลายสายพันธุ์

การปลูก[แก้]

บอนสีควรจะปลูกในที่ที่มีความชื้นและไม่มีแดดร้อนจัดและดินที่ใช้ปลูกควรจะเป็นดินร่วนและมีในดินมีอินทรีย์วัตถุผสมด้วยเช่นพวกซากใบไม้ที่ผุย่อยสลลายและควรใช้ปุ๋ยชีวภาพนั้นก็คือ ปุ๋ยคอกและไม่ควรเยอะเกินไปเพราะดินจะเค็มทำให้ดินเสื่อมและต้องรดน้ำทุกวันตอนเช้าและตอนเย็นและอย่านำกระถางไปตั้งในที่แดดร้อนจัดเพราะใบจะไหม้และต้นก็จะตาย

การขยายพันธุ์[แก้]

บอนสีนั้นควรทำการขยายพันธุ์ในฤดูฝน วิธีขยายพันธุ์นั้นมีถึง 4 วิธีคือ

1. แยกหน่อ โดยการแบ่งหน่อของต้นบอนสีที่โผล่มาจากโคนต้นแม่

2. ผ่าหัว ควรใช้หัวที่มี อายุไม่เกิน 1 ปี จะช่วยให้ต้นที่เกิดใหม่โตเร็วและแข็งแรง นำไปชำในทรายสะอาดหรืออิฐมอญทุบละเอียดหรือใช้ ขี้เถ้าแกลบที่ไม่มีความเป็นด่างก็ได้ รดด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อรา แล้วนำไปไว้ในที่ร่ม มีอากาศถ่ายเท มีความชื้น ประมาณ 1-2 สัปดาห์ บอนสีจะแตกหน่อและราก พอเริ่มผลิใบได้ ประมาณ1-2 ใบจึงย้ายไป ปลูกในกระถาง

3. ผสมเกสร โดยเตรียมต้นบอนสีที่จะนำมาเป็นต้นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไว้ เมื่อต้นบอนสีออกดอกและบานในช่วงเวลา ประมาณ19.00 - 20.00 น. ให้ทำการผสมเกสร ซึ่งดอกบอนสีจะผสมติดภายใน 1 สัปดาห์ และฝักจะแก่เต็มที่ภายใน 30 วัน สามารถนำเมล็ดไปเพาะได้

4. เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหรือปั่นตา ให้นำชิ้นส่วนเนื้อเยื่อเจริญของต้นบอนสีมาเลี้ยงในที่มีการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น แสงสว่าง จนเกิดเป็นกลุ่มเนื้อเยื่อและพัฒนาเป็นบอนสีต้นใหม่

การจำแนกตามลักษณะใบ[แก้]

ใบของบอนสีสามารถจำแนกได้ตามลักษณะใบได้ 5 ลักษณะคือ

1. บอนสีใบไทย

รูป บอนสีลักษณะแบบใบไทย

2. บอนสีใบกลม

รูป บอนสีลักษณะแบบใบกลม

3. บอนสีใบยาว

รูป บอนสีลักษณะแบบใบยาว

4. บอนสีใบกาบ

รูป บอนสีลักษณะแบบใบกาบ

5. บอนสีใบไผ่

รูป บอนสีลักษณะแบบใบไผ่


การดูแลรักษา[แก้]

แสง[แก้]

บอนสีเป็นพืชที่ต้องการแสง เพื่อสร้างเม็ดสี แต่แสงจะต้องมีวัสดุมาพรางไว้ประมาณ 50  %

อุณหภูมิ[แก้]

ประมาณ 18 - 24 °C

ความชื้น[แก้]

บอนสีต้องการความชื้นสูง ถ้าอากาศแห้งแล้ง ควรฉีดพ่นน้ำให้ที่ใบบ่อยๆ

น้ำ[แก้]

ต้องการน้ำมากไม่ถึงกับแฉะ ควรรดน้ำให้พอดีและสม่ำเสมอ

สูตรผสมดินปลูกบอนสีในกระถาง[แก้]

1. ดินร่วน 6 ส่วน

2. ทราย 4 ส่วน

3. ปุ๋ยคอก 1 ส่วน

4. ใบมะขามผุ 1 ส่วน

ปุ๋ย[แก้]

ใช้ปุ๋ยคอกละลายน้ำรด แต่อย่าให้เข้มข้นมาก เพราะจะทำให้สีไม่สวย

โรคและแมลง[แก้]

เชื้อรา(Funji) เชื้อราเป็นเชื้อราที่สามารถเข้าทำลายเกือบทุกส่วนของพืชเชื้อจะแพร่กระจายไปได้ทั้งทางดินและน้ำ ส่วนของพืชที่เป็นโรคจากเชื้อราจะสามารถมองเห็นได้ชัดในพืชที่กกลังงอกหรือเล็กอยู่ โดยพืชจะมีอาการอ่อนแอและล้มลงอย่างรวดเร็ว ใบจะร่วง รากเน่าและส่วนที่อยู่เหนือดินขึ้นมาจะเป็นจุดลาย มีสีต่างๆ โดยเฉพาะสีน้ำตาลหรือสีเทา

เพลี้ยอ่อน(Aphide) เพลี้ยอ่อนจะทำลายใบ ลำต้น และดอก โดยการดูดน้ำหล่อเลี้ยงเซลล์ ส่วนที่ถูกทำลายจะบิดงอ ผิดรูปผิดร่างไป เพลี้ยอ่อนจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นในสภาวะแวดล้อมที่อบอุ่น

การป้องกันโรคและแมลง[แก้]

ใช้ยากำจัดเชื้อราจำพวกแคปแทน(captan) หรือมาแนบ(maneb)รด ส่วนเพลี้ยอ่อนใช้ยามาลาไธออน(malathion)หรือ ไดอาซินอน(diazinon)ฉีดพ่นก็ได้


อ้างอิง[แก้]

[1]

  1. หนังสือคู่มือ ไม้ใบประดับภายในอาคาร หน้า 80 - 81