ตูโปเลฟ ตู-160

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตู-160
บทบาท เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์
สัญชาติ  สหภาพโซเวียต
บริษัทผู้ผลิต ตูโปเลฟ
บินครั้งแรก 18 ธันวาคม พ.ศ. 2524
เริ่มใช้ พ.ศ. 2530 (เริ่มใช้อย่างเป็นทางการในปีพ.ศ. 2548)
สถานะ อยู่ในการผลิต
จำนวนที่ผลิต 35 ลำ
แบบอื่น ดูที่นี่

ตูโปเลฟ ตู-160 (อังกฤษ: Tupolev Tu-160 Blackjack, รัสเซีย: Туполев Ту-160, นาโต้ใช้ชื่อรหัสว่าแบล็คแจ็ค) เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดหนักที่มีความเร็วเหนือเสียงและปีกที่สามารถพับได้ซึ่งออกแบบโดยสหภาพโซเวียต มันมีความคล้ายคลึงกับบี-1 แลนเซอร์แต่มีขนาดใหญ่กว่าและเร็วกว่าบี-1บี พร้อมกับความจุและพิสัยที่มากกว่ามาก

มันได้เข้าประจำการในปีพ.ศ. 2530 ในกองบินทิ้งระเบิดที่ 184 ของสหภาพโซเวียต[1] ตู-160 เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์แบบสุดท้ายที่ออกแบบโดยโซเวียตแต่ยังคงอยู่ในการผลิต โดยมีอย่างน้อย 16 ลำที่ประจำการในกองทัพอากาศรัสเซีย

นักบินของตู-160 เรียกมันว่า"หงส์ขาว" (White Swan) เพราะว่าความคล่องตัวและสีขาวของมัน[2]

ถึงแม้ว่าเครื่องบินขนส่งทางทหารและพลเรือนจำนวนมากจะมีขนาดใหญ่กว่า ตู-160 ก็มีแรงขับที่มากที่สุดและมีน้ำหนักตอนนำเครื่องขึ้นมากที่สุดในบรรดาเครื่องบินรบ มันยังมีความเร็วสูงสุดเช่นเดียวกับความจุมากที่สุดในบรรดาเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดหนัก

การพัฒนา[แก้]

ตู-160

การแข่งขันครั้งแรกของเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ขนาดหนักที่มีความเร็วเหนือเสียงเกิดขึ้นในสหภาพโซเวียตเมื่อปีพ.ศ. 2510 เครื่องบินลำใหม่มีความเร็วมากกว่ามัค 3 เทียบกับบี-70 วัลคีรีของอเมริกา ไม่นานมันก็เห็นได้ชัดว่าเครื่องบินแบบนั้นอาจมีราคาแพงเกินไปและยากเกินไปที่จะทำการผลิต ดังนั้นมันจึงถูกลดจำนวนการผลิตลง (บี-70 ของสหรัฐฯ ถูกยกเลิกไปเรียบร้อยแล้ว)

ในปีพ.ศ. 2515 สหภาพโซเวียตได้เปิดการแข่งขันของเครื่องบินทิ้งระเบิดหลากภารกิจครั้งใหม่เพื่อสร้างเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดหนักที่มีความเร็วเหนือเสียงและสามารถพับปีกได้ พร้อมความเร็วสูงสุดที่ 2.3 มัค เทียบกับบี-1 แลนเซอร์ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ตูโปเลฟได้ทำแบบที่เรียกว่า 160เอ็มที่มีส่วนประกอบจากตูโปเลฟ ตู-144 แบบของมิยาซิสเชฟคู่แข่งถูกมองว่าประสบความสำเร็จมากที่สุดแม้ว่าของติวโปเลฟจะเป็นสิ่งที่ตรงตามโครงการมากกว่า ดังนั้นตูโปเลฟได้รับสิทธิในการพัฒนาเครื่องบินของมิยาซิสเชฟต่อในปีพ.ศ. 2516


ถึงแม้ว่าบี-1เอ จะถูกยกเลิกในปีพ.ศ. 2520 งานของโซเวียตก็ยังคงดำเนินต่อไปและในปีเดียวกันนั้นทางรัฐบาลก็ได้รับแบบ ต้นแบบถูกถ่ายภาพโดยผู้โดยสารสายการบินที่สนามบินซูคอฟสกี้เมื่อเดือนพฤศจิกายนพ.ศ. 2524 ประมาณหนึ่งเดือนก่อนมันจะทำการบินครั้งแรกในวันที่ 18 ธันวามคมพ.ศ. 2524 การผลิตเกิดขึ้นในปีพ.ศ. 2527 โดยเริ่มขึ้นที่คาซาน มันมีชื่อว่าตู-160 โดยเดิมทีถูกคาดว่าจะผลิตออกมา 100 ลำแม้ว่าจะมีเพียง 35 ลำเท่านั้นที่ผลิตออกมาซึ่งรวมทั้งต้นแบบทั้งสามลำ ต้นแบบที่สองสูญหายในการทดสอบเมื่อปีพ.ศ. 2520 ลูกเรือนั้นดีดตัวออกได้อย่างปลอดภัย

การออกแบบ[แก้]

ตู-160 เบื้องหลังของนายทหารโซเวียต
วลาดิเมียร์ ปูตินในห้องนักบินของตูโปเลฟ ตู-160

ตู-160 เป็นเครื่องบินที่ปีกสามารถพับได้ตั้งแต่ 20° ถึง 65° มันใช้ปีกแบบพับและแผ่ที่มีแฟลบอยู่ที่ขอบ ตู-160 ใช้ระบบควบคุมแบบฟลาย-บาย-ไวร์ (fly-by-wire)

มันมีเครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์เทอร์โบแฟนคุซเนทซอฟ เอ็นเค-321 พร้อมสันดาปท้ายสี่เครื่องยนต์ มันเป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยใช้กับเครื่องบินรบ มันไม่เหมือนกับบี-1บีซึ่งไม่สามารถทำความเร็วกว่ากว่า 2 มัคเหมือนกับบี-1เอ ตู-160 นั้นมีส่วนหน้าของเครื่องยนต์ที่เปลี่ยนรูปได้และสามารถทำความเร็วได้มากกว่า 2 มัค

ตู-160 ระบบเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศสำหรับภารกิจระยะไกลถึงแม้ว่าน้อยครั้งนักที่ต้องใช้ ความจุเชื้อเพลิงอย่างมหาศาลของตู-160 คือ 130 ตันทำให้ทำการบินได้นาน 15 ชั่วโมงด้วยความเร็ว 850 กิโลเมตร/ชั่วโมงที่ความสูง 30,003 ฟุต[3]

ตู-160 มีความคล้ายคลึงกับบี1เอ แลนเซอร์ของนอร์ท อเมริกัน ร็อคเวลล์ ถึงแม้ว่าตู-160 นั้นจะมีขนาดใหญ่กว่าและเร็วกว่ามากก็ตาม

แม้ว่าตู-160 นั้นจะถูกออกแบบมาเพื่อลดการถูกตรวจจับโดยเรดาร์และอินฟราเรด มันก็ยังไม่ใช่อากาศยานล่องหน ถึงกระนั้นในวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2549 ผู้บัญชาการอิกอร์ โควรอฟได้อ้างว่าตู-160 ได้ทำการรุกล้ำเขตอาร์กติกของสหรัฐฯ โดยที่ไม่ถูกตรวจจับ ทำให้นาโต้ทำการสืบสวนในเรื่องดังกล่าว[4] [5][6]

ตู-160 มีเรดาร์แบบออบซอร์-เคในส่วนคล้ายโดมและเรดาร์พื้นผิวซึ่งทำให้บินได้อย่างปลอดภัยในระดับต่ำ ตู-160 มีกล้องมองแบบกลางคืนเพื่อทิ้งระเบิดในตอนกลางคืน ระบบสงครามอิเลคทรอนิกของมันก็มีระบบต่อต้านการคุกคามด้วยอิเลคทรอนิกเช่นกัน

ตู-160 มีลูกเรือทั้งสิ้นสี่นาย (นักบิน นักบินผู้ช่วย ผู้ควบคุมอาวุธ และผู้ควบคุมระบบป้องกัน) พร้อมเก้าอี้ดีดตัวแบบเค-36ดีเอ็มนักบินมีคันบังคับแบบเครื่องบินขับไล่แต่มีส่วนเข็มวัดที่เป็นแบบไอน้ำ ส่วนที่ำกของลูกเรือ ห้องน้ำ และห้องครัวมีไว้สำหรับการบินในระยะยาว มันไม่มีจอแสดงผลและจอซีทีอาร์เหมือนกับเครื่องบินทั่วไป อย่างไรก็ตามมีการวางแผนที่จะให้ตู-160 ทันสมัยยิ่งขึ้นในปีพ.ศ. 2546 พวกมันยังรวมทั้งระบบควบคุมการบินแบบดิจิตอลและความสามารถในการบรรทุกอาวุธแบบใหม่ อย่าง ขีปนาวุธพิสัยไกล

อาวุธจะถูกบรรทุกเอาไว้ในห้องสองห้องภายในตัวเครื่องบิน แต่ละห้องจะสามารถจุได้ 20,000 กิโลกรัมสำหรับอาวุธแบบปล่อยและขีปนาวุธนิวเคลียร์ นอกจากห้องเก็บขีปนาวุธแล้วก็ยังมีการบรรทุกที่ส่วนนอกอีกด้วย ความจุอาวุธของเครื่องบินอยู่ที่ 45,000 กิโลกรัมนั้นทำให้มันเป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดหนักที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างขึ้นมา อย่างไรก็ดีมันไม่มีอาวุธสำหรับป้องกันตนเอง ตู-160 เป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบแรกของโซเวียตที่ไร้อาวุธหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง

มีรุ่นสำหรับการแสดงโดยมีชื่อว่าตู-160เอสเคซึ่งถูกแสดงที่เอเซียน แอร์โรสเปซในสิงคโปร์เมื่อปีพ.ศ. 2537 พร้อมแบบจำลองของยานพาหนะอวกาศที่ส่วนใต้ของเครื่องบิน ในปีพ.ศ. 2538 ตูโปเลฟได้ประกาศหุ้นส่วนกับเยอรมนีเพื่อทำการผลิตเครื่องบินสำหรับบรรทุกยานพาหนะ รัฐบาลเยอรมันถอนตัวในปีพ.ศ. 2541

ประวัติศาสตร์การใช้งาน[แก้]

ในประจำการ[แก้]

ตู-160 ปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2532 ในปีพ.ศ. 2532 และ 2533 มันได้ทำการบินบันทึกสถิติเอาไว้ การเข้าประจำการเกิดขึ้นในเดือนเมษายนพ.ศ. 2530 จนกระทั่งในปีพ.ศ. 2534 เครื่องบิน 19 ลำก็เข้าทำหน้าที่ในกองบินทิ้งระเบิดที่ 184 ของสหภาพโซเวียตในยูเครนเพื่อเข้าแทนที่ตูโปเลฟ ตู-16 และตูโปเลฟ ตู-22เอ็ม ในเดือนมกราคมพ.ศ. 2535 บอริส เยทซินได้ตัดสินใจที่จะยกเลิกการผลิตตู-160 ในเวลานี้เองเครื่องบินจำนวน 35 ลำก็ถูกสร้างขึ้นมา ในปีเดียวกันนั้นรัสเซียได้ใช้มันทำการบินเดียวนอกดินแดนของตนเอง หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตเครื่องบิน 19 ลำจาก 35 ลำกลายมาเป็นทรัพย์สินของยูเครนถึงแม้ว่าในปีพ.ศ. 2542 จะมีการตกลงระหว่างรัสเซียและยูเครนทำให้แปดเครื่องในนั้นตกเป็นของรัสเซียเพื่อแลกเปลี่ยนกับลดหนี้ด้านพลังงานของยูเครน ยูเครนซึ่งได้ยอมแพ้ต่ออาวุธนิวเคลียร์หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ได้ทำลายตู-160 ที่เหลือยกเว้นเอาไว้หนึ่งลำ

หน่วยตู-160 ที่สองของรัสเซียคือกองบินทิ้งระเบิดที่ 121 ถูกจัดตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2535 แต่ในปีพ.ศ. 2537 มันก็ได้รับเครื่องบินเพียงหกลำเท่านั้น ระหว่างปีพ.ศ. 2542 และ 2543 เครื่องบินของยูเครนแปดลำถูกมอบหมายให้กับกองบินนี้ และมีการสร้างเพิ่มในปีพ.ศ. 2543 ในต้นปีพ.ศ. 2544 ในสนธิสัญญาสตาร์ท-2 รัสเซียได้สร้างตู-160 เพิ่มอีก 15 ลำ ซึ่งหกลำเคยเป็นเครื่องบินทิ้งระเบิดติดขีปนาวุธ เครื่องบินลำหนึ่งสูญหายในการทดสอบการบินหลังจากทำการซ่อมแซมเครื่องยนต์เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2546

มีตู-160 จำนวน 14 ลำในประจำการเมื่อเดือนพฤศจิกายนพ.ศ. 2548 อีกสองลำกำลังสร้างเสร็จที่ฐานบินคาซาน หนึ่งในนั้นเข้าประจำการในเดือนมีนาคมพ.ศ. 2549 พร้อมกับลำอื่นๆ ในปีเดียวกัน เมื่อถึงปีพ.ศ. 2544 มีตู-160 หกลำทำหน้าที่เป็นเครื่องบินทดสอบที่ซูคอฟสกี้ สี่ในหกยังคงทำการบินได้

ในวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ภายใต้คำสั่งของประธานาธิบดีรัสเซียวลาดิเมียร์ ปูติน ตู-160 ก็ได้เข้าประจำการในกองทัพอากาศรัสเซียอย่างเป็นทางการ

ในวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินได้ประกาศว่ารัสเซียทำยกเลิกการหยุดบินทางยุทธศาสตร์ในปีพ.ศ. 2534 ด้วยการส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดเข้าทำการลาดตระวเนระยะไกล ในวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2550 ตู-160 สองลำได้เข้ามาในน่านฟ้าของเดนมาร์ก เดนมาร์กได้ส่งเอฟ-16 ออกไปสองลำเพื่อเข้าสกัดกั้นและระบุตัวข้าศึก.[7]

ตามแหล่งข้อมูลรัฐบาลของรัสเซียเมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2550 ได้อ้างว่าตู-160 ลำหนึ่งถูกใช้เพื่อทิ้งระเบิดเชื้อเพลิงขนาดหนักเพื่อทำการทดสอบครั้งแรก[8]

ในปลายปีพ.ศ. 2550 เครื่องบินทิ้งระเบิดตู-160 ได้บินภายในระยะ 32 กิโลเมตรของเมืองคิงส์ตันในอังกฤษ มันเกือบเข้ามาในน่านฟ้าของอังกฤษซึ่งห่างจากชายฝั่ง 19 กิโลเมตรโดยที่เมืองดังกล่าวอยู่บนฝั่งห่างออกไป 16 กิโลเมตร มันไม่ถูกสกัดกั้นแม้ว่ามันจะอยู่ห่างจากอังกฤษเพียง 90 วินาที นี่แสดงให้เห็นว่าระบบป้องกันทางอากาศของอังกฤษมีความล้มเหลวที่จะตรวจับการเข้ามาของเครื่องบิน[9]

ในวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2550 เครื่องตู-160 ถูกรายงานว่าสร้างเสร็จเรียบร้อยที่ฐานบินคาซาน หลังจากการบินทดสอบมันก็เข้าประจำการในกองทัพอากาศรัสเซียในปีพ.ศ. 2551 รายงานยังบอกว่ากองทัพอากาศรัสเซียกล่าวว่าจะมีโครงการใช้อาวุธในระยะยาวที่รวมทั้งแผนที่จะสร้างตู-160 เพิ่มทุกๆ 1-2 ปีเพื่อให้ได้จำนวนทั้งสิ้น 30 ลำภายในปีพ.ศ. 2568-2573[10]

ในวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2551 ตู-160 สองลำได้เดินทางสู่อ่าวบิสเคย์ที่ซึ่งพวกมันถูกสกัดกั้นโดยเครื่องบินของนอร์เวย์

ในวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2551 ตู-160 สองลำได้ลงจอดที่เวเนซูเอลาในส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวทางทหาร เป็นการประกาศถึงพันธมิตรของรัสเซียเป็นเพิ่มความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ และยุโรปหลังจากเหตุการในจอร์เจีย กระทรวงกลาโหมของรัสเซียกล่าวว่าตู-160 สองลำกำลังทำภารกิจฝึกอยู่ มันกล่าวว่าอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่รัสเซียสองนายซึ่งเครื่องบินจะทำการฝึกบินตลอดน่านน้ำสากลก่อนที่จะกลับฐานที่รัสเซีย ผู้แถลงการกล่าวเสริมว่าเครื่องบินได้รับการคุ้มกันโดยเครื่องบินของนาโต้ในตอนที่มันบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก[11] [12]

ในวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ตู-160 จำนวนมากเกี่ยวข้องกับการฝึกทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ที่สุดของรัสเซียตั้งแต่ปีพ.ศ. 2527 มีเครื่องบินทั้งสิ้น 12 ลำที่รสมทั้งตู-160 แบล็คแจ็คและตู-95 แบร์ที่ทำการยิงขีปนาวุธร่อนของพวกมัน เครื่องบินทิ้งระเบิดบางลำได้ทำการยิงขีปนาวุธทั้งหมดของมัน มันเป็นครั้งแรกที่ตู-160 ทำการยิงอย่างเต็มรูปแบบ[13][14]

ในวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ตู-160 สองลำที่ทำภาจกิจลาดตระเวนเหนือทะเลเหนือได้ถูกสกัดกั้นโดยเอฟ-16 ของนอร์เวย์และทอร์นาโด ไฟเตอร์ของอังกฤษ[15]

ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ตู-160 หนึ่งลำบินเข้าน่านฟ้าของแคนาดาเหนือมหาสมุทรอาร์กติกหนึ่งวันให้หลังที่บารัก โอบามามาเยือนแคนาดาในการเดินทางออกนอกสหรัฐฯ ครั้งแรกของเขาในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เครื่องซีเอฟ-18 ฮอร์เน็ทสองลำของแคนาดาเข้าสกัดกั้นเครื่องตู-160 ทั้งสองประเทศอ้างว่าเป็นความบังเอิญ[16]

การทำให้ทันสมัยขึ้น[แก้]

ในปีพ.ศ. 2549 กองทัพอากาศรัสเซียถูกคาดว่าจะได้รับตู-160 ห้าลำที่ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัย[17] กองทัพอากาศรัสเซียจะได้รับอีกห้าลำในแต่ละปี[18] ซึ่งหมายความว่าการปรับปรุงให้ทันสมัยให้ทั้งกองบินจะสำเร็จภายในสามปีหากตรงตามตาราง

การเปลี่ยนแปลงมีดังนี้:

  • ระบบอิเลคทรอนิกอากาศแบบดิจิตอลทั้งหมดที่ต้านทานการรบกวน
  • มีการเชื่อมต่อผ่านทางดาวเทียม
  • ใช้เครื่องยนต์เอ็นเค-32 พร้อมความน่าเชื่อถือที่มากขึ้น[18]
  • ความสามารถในการใช้ขีปนาวุธร่อนแบบธรรมดาและขีปนาวุธร่อนแบบนิวเคลียร์[19]
  • ความสามารถในการจัดการกับขีปนาวุธทางทหารและดาวเทียม [20]
  • ความสามารถในการใช้ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์[21]
  • เรดาร์พิเศษ[22]

ในเดือนมกราคมพ.ศ. 2550 นายพลวลาดิเมียร์ มิไคลอฟได้ประกาศว่าจะมีการสร้างตู-160 เพิ่มอีกสองลำในทุกๆ สามปี และจะเริ่มโครงการใหม่เพื่อพัฒนาระบบอิเลคทรอนิกอากาศให้กับเครื่องบินทั้ง 16 ลำในปัจจุบัน[23]

แบบต่างๆ[แก้]

ตู-160 

แบบอื่นนั้นมีมากมายที่ถูกเสนอแต่ไม่ถูกผลิตขึ้นมา มีดังนี้

  • ตู-160เอส เป็นชื่อที่ใช้สำหรับรหัสเมื่อต้องการแยกออกจากรุ่นที่ผลิตก่อนหน้าและรุ่นทดลอง[24]
  • ตู-160วี รุ่นที่ใช้เชื้อเพลิงเป็นไฮโดรเจนเหลว (ดูที่ตู-155) [24]
  • ตู-160 เอ็นเค-74 รุ่นที่ใช้เครื่องยนต์เอ็นเค-74 เพื่อเพิ่มพิสัย[24]
  • ตู-160เอ็ม รุ่นที่มีขีปนาวุธพิสัยไกลสองลูก
  • ตู-160พี (ตู-161) เครื่องบินขับไล่สกัดกั้นที่มีพิสัยไกลมาก
  • ตู-160พีพี เครื่องบินสำหรับสงครามอิเลคทรอนิกที่มีเครื่องรบกวนสัญญาณและอุปกรณ์ต่อต้านอิเลคทรอนิก
  • ตู-160อาร์ แบบสำหรับการลาดตระเวนทางยุทธศาสตร์
  • ตู-160เอสเค รุ่นที่ออกแบบมาเพื่อปล่อยดาวเทียมภายในระบบ"เบอร์ลัค" (รัสเซีย: Бурлак) [24]
  • ตู-170

ประเทศผู้ใช้งาน[แก้]

ปัจจุบัน[แก้]

ธงของประเทศรัสเซีย รัสเซีย
  • กองทัพอากาศรัสเซียมี 16 ลำในประจำการเมื่อเดือนเมษายนพ.ศ. 2008[25] มีสามถึงสี่ลำที่จะเข้าประจำการเพิ่มเมื่อสิ้นปี[26]

อดีต[แก้]

ธงของประเทศยูเครน ยูเครน
  • กองทัพอากาศยูเครนมีตู-160 จำนวน 19 ลำ (ยูเครนมอบให้กับรัสเซีย 8 ลำแลกกับหนี้ในปีพ.ศ. 2532)
ธงของสหภาพโซเวียต สหภาพโซเวียต
  • กองทัพอากาศโซเวียต (เปลี่ยนเป็นของรัสเซียและยูเครนในปีพ.ศ. 2534)

รายละเอียดของตูโปเลฟ ตู-160[แก้]

Tupolew Tu 160 8001.png
  • ผู้ผลิต บริษัทตูโปเลฟ (สหภาพโซเวียต)
  • จำนวนลูกเรือ 4 นาย
  • เครื่องยนต์ คุทเน้ตซอฟ เอ็นเค-32 จำนวน 4 เครื่องยนต์ ให้แรงขับเครื่องละ 25,000 กิโลกรัม
  • ความยาว 54.095 เมตร
  • ความสูง 13 เมตร
  • กางปีก 57.7 เมตร
  • พื้นที่ปีก 293.15 ตารางเมตร
  • เพดานบินทำการ 15,000 เมตร
  • พิสัยบินเมื่อบรรทุกอาวุธสูงสุด
    • เมื่อใช้เชื้อเพลิงภายในตัวเครื่อง 12,300 กิโลเมตร
    • เมื่อได้รับการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศหนึ่งครั้ง 14,100 กิโลเมตร
  • ความจุน้ำมันเชื้อเพลิง 171,000 กิโลกรัม
  • ความเร็ว
    • ความเร็วปกติ 1,000 กิโลเมตร/ชั่วโมง
    • ความเร็วสูงสุด 2,000 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.russiafile.com/tu160.htm
  2. rian.ru: ตู-160 ไวท์สวอน
  3. Aerospaceweb.org | Aircraft Museum - Tu-160 'Blackjack'
  4. ผู้บัญชาการรัสเซีย: ตู-160 รุกล้ำน่านฟ้าของสหรัฐฯ โดยไม่ถูกตรวจจับ
  5. Информационный портал United Volga / Новости / Канадские радиолокаторы не заметили российских стратегических бомбардировщиков
  6. เครื่องบินทิ้งระเบิดของรัสเซียบินเข้าเขตอาร์กติกโดยไม่มีใครเห็น อาร์ไอเอ นอวอสติ Retrieved on April 22, 2008
  7. เครื่องบินรัสเซียเข้าน่านฟ้าของเดนมาร์ก
  8. [1]
  9. dailymail.co.uk : Russian nuclear bomber flies undetected to within 20 miles of Hull
  10. На КАПО им.Горбунова испытали новый серийный Ту-160
  11. http://web.archive.org/web/20080916201155/news.yahoo.com/s/ap/20080910/ap_on_re_la_am_ca/russia_venezuela_bombers
  12. http://news.bbc.co.uk/2/hi/americas/7609577.stm
  13. http://www.telegraph.co.uk/news/worldnews/europe/russia/3148912/Russia-plans-biggest-missile-test-for-24-years.html
  14. http://russianforces.org/blog/2008/10/bombers_conduct_aclm_launches.shtml
  15. http://en.rian.ru/russia/20081212/118828766.html
  16. http://www.nationalpost.com/news/story.html?id=1335735
  17. Новости Саратова. Интервью, Аналитика, Политика, Экономика и Спорт Саратова | СаратовБизнесКонсалтинг
  18. 18.0 18.1 Информационный портал United Volga / Новости / Самара. Сергей Иванов поддержал ОАО \"СНТК им. Кузнецова\"
  19. Информационный портал United Volga / Новости / Самара. Бомбардировщик Ту-160 получил новые двигатели
  20. Vesti.Ru: Новый военный бренд России
  21. The Voice of Russia [ Efir-Daigest ]
  22. ЕВРАЗИЯ :: информационно-аналитический портал
  23. RIA Novosti - Russia - Russian Air Force to get two strategic bombers every three years
  24. 24.0 24.1 24.2 24.3 "Aviation and cosmonautics" magazine, 5.2006 ISSN 168-7759, p.10-11
  25. กองทัพอากาศรัสเซียได้รับเครื่องบินทิ้งระเบิดตูโปเลฟ-160 แบบใหม่ อาร์ไอเอ นอวอสติ retrieved on April 29, 2008
  26. กองทัพอากาศรัสเซียได้รับเครื่องบินทิ้งระเบิดตูโปเลฟเพิ่มในเดือนเมษายน อาร์ไอเอ นอวอสติ retrieved on April 22, 2008