ซุคฮอย ซู-34

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ซุคฮอย ซู-34
บทบาท เครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิด
สัญชาติ  รัสเซีย
บริษัทผู้ผลิต ซุคฮอย
บินครั้งแรก 13 เมษายน พ.ศ. 2533
เริ่มใช้ 4 มกราคม พ.ศ. 2550[1]
สถานะ อยู่ในการผลิตและประจำการ
ผู้ใช้งานหลัก กองทัพอากาศรัสเซีย
ช่วงการผลิต พ.ศ. 2550-ปัจจุบัน
จำนวนที่ผลิต 59 ( 15 ตุลาคม 2014 ) ลำ[2][3]
มูลค่า 36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีพ.ศ. 2540[4]
พัฒนามาจาก ซุคฮอย ซู-27

ซุคฮอย ซู-34 (อังกฤษ: Sukhoi Su-34 Fullback, รัสเซีย: Сухой Су-34) (รุ่นส่งออกจะใช้ชื่อซู-32, นาโต้เรียกมันว่าฟุลแบ็ค) เป็นเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดแบบสองที่นั่งของรัสเซีย มันถูกใช้เพื่อเข้ามาแทนที่ซุคฮอย ซู-24 Su-34 ถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานด้านยุทธวิธีอากาศสู่พื้นดินและเป้าหมายทางเรือ รวมถึงเป้าหมายขนาดเล็ก สามารถปฏิบัติภารกิจได้ทั้งในเวลากลางวันและเวลากลางคืน บินได้ทุกสภาพอากาศ

การพัฒนา[แก้]

มันเป็นเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดจากแบบซู-27 แฟลงเกอร์ ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2523 สำหรับสหภาพโซเวียต (ทางซุคฮอยเรียกมันว่างที-10วี) มันทำการบินครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2533 และเดิมทีมีชื่อว่าซู-27ไอบี (ไอบีย่อมาจาก Istrebitel Bombardirovshchik / แปลว่า เครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิด)[5] มันถูกสร้างขึ้นเทียบกับรุ่นสำหรับฝึกแบบสองที่นั่งของซู-27เคยูบี (เคยูบีย่อมาจาก Korabelnyy Uchebno-Boyevoy, แปลว่า เครื่องบินสำหรับฝึกในกองทัพเรือ) ถึงแม้ว่าไม่เหมือนกับที่รายงานเอาไว้ก่อนหน้า เครื่องบินทั้งสองนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกันโดยตรง[6]

มุมมองทางด้านหน้าของซู-34

ด้วยข้อกำหนดของทุนทำให้โครงการหยุดกลางคันหลายครั้ง และทำให้เครื่องบินต้นแบบถูกจัดแสดงในที่สาธารณะภายใต้บทบาทและชื่อมากมาย เมื่อการบรรยายครั้งแรกของทางการรัสเซียเกิดขึ้นในปีพ.ศ. 2537 มันก็ถูกบรรยายว่าเป็นซู-34 เครื่องบินที่ผลิตก่อนลำที่สามถูกนำไปแสดงที่งานแสดงในปารีสเมื่อปีพ.ศ. 2538 ด้วยชื่อซู-34เอฟเอ็น (เอฟเอ็นหมายถึง เครื่องบินขับไล่ (fighter) กองทัพเรือ (navy)) ถูกบรรยายว่าเป็นเครื่องบินที่ทำการในฐานที่ติดกับชายฝั่ง และมันถูกจัดแสดงด้วยชื่อซู-34เอ็มเอฟ (เอ็มเอฟย่อมาจาก MnogoFunksionalniy, แปลว่า หลากหลายบทบาท) ที่งานเอ็มเอเคเอสเมื่อปีพ.ศ. 2542 กองทัพอากาศรัสเซียได้รายงานการใช้ชื่อล่าสุดว่าเป็นซู-34

เครื่องบินมีโครงสร้างปีก หาง และเครื่องยนต์แบบเดียวกับซู-27/ซู-30 แฟลงเกอร์ พร้อมกับบางส่วนของซู-30/ซู-33 แฟลงเกอร์-ดี/ซู-35 แฟลงเกอร์เอฟที่เพิ่มความมั่นคงและเพื่อลดแรกฉุด เครื่องบินมีส่วนจมูกใหม่ทั้งหมดและลำตัวด้านหน้าที่มีห้องนักบินที่นั่งแบบหน้ากระดานสองที่นั่ง ซู-34 มีเครื่องยนต์ของซู-27 แต่มีส่วนรับอากาศที่ตายตัวและความเร็วสูงสุดที่จำกัดไว้ 1.8 มัค

การจัดซื้อ[แก้]

ปัจจุบันมีเพียงแบบที่สร้างก่อนการผลิตเท่านั้นที่ถูกสร้างออกมา ในพ.ศ. 2547 ซุคฮอยได้ประกาศว่าจะมีการผลิตอัตราต่ำและเครื่องบินจะได้เข้าประจำการในปีพ.ศ. 2551 อย่างไรก็ตามโครงการพัฒนายังคงดำเนินต่อไปเพื่อรักษาซู-24 เฟนเซอร์เอาไว้ เมื่อซู-34 จะยังไม่เข้าประจำการในเร็วๆ นี้

ในเดือนมีนาคมพ.ศ. 2549 รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของรัสเซียเซอร์เก ไอวานอฟได้ประกาศว่ารัฐบาลได้ซื้อซู-34 เพียงสองลำซึ่งจะส่งในปีพ.ศ. 2549 และได้วางแผนที่จะมีซู-34 จำนวน 44 ลำในประจำการเมื่อถึงปีพ.ศ. 2553 เครื่องบินทั้งหมด 200 ลำจะถูกซื้อในปีพ.ศ. 2558 เพื่อเข้าแทนที่ซู-24[7] ซึ่งอยู่ในการพัฒนาให้ทันสมัยเพื่อยืดอายุการใช้งาน ไอวานอฟอ้างว่านั่นเป็นเพราะเครื่องบิน"มีดีกว่าหลายเท่าในปัจจัยทั้งหมด" กองทัพรัสเซียจะต้องการเครื่องบินทิ้งระเบิดใหม่นี้น้อยกว่าซู-24

ในเดือนธันวาคมพ.ศ. 2549 ไอวานอฟได้ประมาณการว่ามีซู-34 จำนวน 200 ลำที่จะเข้าประจำการในปีพ.ศ. 2563[8] สิ่งนี้ถูกยืนยันโดยหัวหน้ากองทัพอากาศวลาดิเมีย มิกเฮลลอฟเมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2550[9]

ซู-34 สองลำถูกส่งเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2550 และอีกหกลำจะถูกส่งเมื่อสิ้นสุดปี[1] เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2551 ซุคฮอยได้รายงานว่าซู-34 ได้เริ่มผลิตอย่างเต็มอัตราแล้ว รัสเซียวางแผนที่จะมีซู-34 จำนวน 24 ลำในประจำการเมื่อถึงปลายปีพ.ศ. 2553 พร้อมทั้งหมด 70 ลำที่จะซื้อในปีพ.ศ. 2558[7][10]

การออกแบบ[แก้]

ซู-34 กำลังลงจอด

ห้องนักบินและระบบอิเลคทรอนิกอากาศ[แก้]

มันไม่เหมือนกับซู-27 รุ่นก่อนหน้า ซู-34 นั้นมีห้องนักบินแบบกระจกที่ทันสมัย มันมีจอแสดงผลสีแบบซีอาร์ที ระบบอิเลคทรอนิกอากาศของมันในปัจจุบันจะมีเรดาร์วี004 ของเลนิเน็ทส์ และระบบเลเซอร์/โทรทัศน์แบบยูโอเอ็มซี (Urals Optical-Mechanical Plant) สำหรับระบุและนำทางกระสุนนำวิถี เรดาร์ที่ติดตั้งอยู่ด้านหน้าจะรวมเข้ากับเรดาร์วี005 ที่ด้านหลังที่ติดตั้งอยู่ในส่วนหางที่เรียกว่า"สติงเกอร์" ซู-34 มีอุปกรณ์อีเอ็มซี (Electronic countermeasures) หรืออุปกรณ์ป้องกันอิเลคทรอนิก ซึ่งรวมทั้งระบบตรวจับการยิงขีปนาวุธ

ระบบอิเลคทรอนิกอากาศมีคอมพิวเตอร์ บอร์ดความจำ จอแสดงผลลแบบสี และหน่วยประมวลผลกลางที่ออกแบบมาเพื่อบรรจุข้อมูลในตัวเอง พวกมันประกอบด้วยหน่วยคอมพิวเตอร์"อาร์กอน"ขนาดใหญ่พร้อมกับหน่วยประมวลผลที่ถูกโปรแกรมมาเป็นพิเศษ ซึ่งมีช่องแลกเปลี่ยนข้อมูลมามาย โมดูลข้อมูลทั้งหมดถูกควบคุมโดยระบบคอมพิวเตอร์กลางซึ่งจะส่งข้อมูลทั้งหมดและทำงานรวมกับข้อมูลของห้องนักบิน การเชื่อมต่อข้อมูลแบบสองทางทำให้สามารถเปลี่ยนแผนหรือการเล็งอาวุธได้ในขณะที่ทำการบิน ในฐานะเครื่องบินจู่โจม ซู-34 จึงมีเรดาร์ตรวจภูมิประเทศ ความสามารถในการหลบหลีกขณะทำความเร็วสูง และการปฏิบัติการในระดับความสูงต่ำ

จุดเด่นสุดของซู-34 คือห้องนักบินที่กว้างผิดปกติ การออกแบบมากมายเกี่ยวกับความสบายของลูกเรือ นักบินทั้งสองจะนั่งข้างกันในห้องขนาดใหญ่ โดยมีนักบินผู้บัญชาการอยู่ทางด้านซ้าย และผู้นำร่องหรือผู้ควบคุมอาวุธอยู่ทางด้านขวา ข้อได้เปรียบของห้องนักบินแบบนี้คือทั้งสองใช้เครื่องมืออุปกรณ์ร่วมกันได้ ซึ่งเพื่อความมีประสิทธิภาพและความสะดวกสบาย เมื่อการทำภารกิจที่ยาวนานต้องการความสบายมันจึงมีการรักษาความดันในเครื่องบินที่มำให้มันสามารถบินได้สูงถึง 32,800 ฟุตโดยที่นักบินไม่ต้องใช้อากาศหายใจ ซึ่งมีไว้เพื่อสถานการณ์ฉุกเฉินและการสู้รบ[11] ลูกเรือจะมีห้องพอที่จะยืนและขยับได้ตลอดการทำภารกิจ[12][13] ช่องว่างระหว่างที่นั่งทำให้พวกเขาสามารถนอนได้หาจำเป็น[11] ห้องน้ำขนาดเล็กและห้องครัวอยู่ที่ด้านหลังที่นั่ง[12][11]

เรดาร์ระยะไกล ระบบตรวจจับ ระบบสื่อสาร และข้อมูลจะอยู่ในที่เดียวกันพร้อมด้วยความจุระยะไกลที่สามารถเติมน้ำมันกลางอากาศได้ มันทำให้ซู-34 สามารถเฝ้าดูและเป็นที่ควบคุมได้ ทำให้มันระบบจัดการการรบอย่างสมบูรณ์

การทำงาน[แก้]

ซู-34 มีที่บรรทุก 12 ตำแหน่งที่จุได้มากถึง 8,000 กิโลกรัม ซึ่งจะรวมอาวุธนำวิถีรุ่นใหม่ของรัสเซียเอาไว้ด้วย มันมีปืนใหญ่จีเอสเอช-30-1 ขนาด 30 ม.ม.เหมือนกับซู/27 และซู-30[14]

ซู-34 ให้ความสะดวกสบายกับลูกเรือเพื่อความมีประสิทธิภาพในการทำภารกิจ นักบินสามารถใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์วิทยุร่วมกัน อุปกรณ์เหล่านี้ทำให้การทิ้งรเบิดมีความแม่นยำโดยที่จะพลาดก็เพียงไม่กี่เมตรและทำได้ในทุกสภาพอากาศ ระเบิดที่ขนาด 8 เมตตริกตันที่มันบรรทุกซึ่งรวมทั้งขีปนาวุธเหนือเสียงและระเบิดร่อน จะสามารถทำลายเป้าหมายที่ป้องกันหนาแน่นได้ไกลถึง 250 กิโลเมตร เนื่องมาจากการเข้าประจำการพร้อมกับฝูงบินทิ้งระเบิดในเร็วๆ นี้มันจึงมีระบบที่ปลอดภัยพร้อมกับสมองกล ระบบนี้ทำให้เครื่องบินสามารถทำการบินที่อันตรายได้ทั้งความสูงระดับยอดไม้และระดับพื้นดินโดยใช้ความเร็วได้มากสูงสุดที่ 1,400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซู-34 ยังสามารถบินตามสภาพภูมิประเทศ ผ่านสิ่งกีดขวาง และแอบเข้าสู่พื้นที่ป้องกันทางอากาศ ลูกเรือจึงสามารถทำการทิ้งระเบิดที่มีประสิทธิภาพ ถอยกลับ ทำลายอาวุธของศัตรู และปลอดภัยจากขีปนาวุธและกระสุนต่อต้านอากาศยานได้

การทำภารกิจของซู-34 จะเริ่มด้วยการวางแผนและนำข้อมูลโอนถ่ายเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์หลักทั้งสองของเครื่องบิน ข้อมูลเชื่อมกับเครื่องบิน สถานีภาคพื้น และเรือบัญชาการที่จะทำการดูแลและเป็นที่ที่มีข้อจำกัดทางสายตาจึงต้องใช้ระบบการสื่อสารด้วยดาวเทียม การอัปเดตภารกิจสามารถส่งผ่านเข้ามาในเครื่องบินเวลาใดก็ได้ขณะทำการบิน ระเบิดมากมายจะถูกใช้ตรงกับความจำเป็นอย่างเช่น ขีปนาวุธร่อนแบบเคเอช-59 โอวอด/เคเอช-59เอ็มอี เคเอช-29 และเคเอช-31 อาวุธต่อต้านเรือแบบเคเอช-35 และขีปนาวุธต่อต้านเรือระยะไกลแบบเคเอช-41

ซู-34 มีถังเชื้อเพลิงภายในขนาดใหญ่สำหรับเที่ยวบินที่ไม่มีการเติมน้ำมันตลอด 4,000 กิโลเมตร ด้วยการเติมเชื้อเพลิงสามครั้งซู-34 จะสามารถบินได้มากกว่า 14,000 กิโลเมตร วิศวกรรมบนเครื่องบินทำให้แน่ใจว่าลูกเรือจะมีข้อมูลมากพอเกี่ยวกับตัวแปรของการบิน สภาพของระบบบนเครื่องบิน และเครื่องยนต์ จุดประสงค์ในอากาศบนพื้น บนพื้นน้ำ และใต้น้ำ เรดาร์จะทำการตรวจจับเกี่ยวกับมุมองศาของภัยคุกคาม ทำให้พวกมันเป็นจุดสำคัญของเครื่องบินลำใหม่นี้ นอกจากนี้ซู-34 ยังมีจุดเด่นที่เรดาร์ที่ด้านหลังทำซึ่งสามารถตรวจจับ ติดตาม และชี้เป้าให้กับขีปนาวุธอากาศสู่อากาศอาร์-73 หรืออาร์-77

ประเทศผู้ใช้งาน[แก้]

  • ธงของสหภาพโซเวียต สหภาพโซเวียต - อดีตผู้ใช้งาน
    • กองทัพอากาศโซเวียต - มีต้นแบบสองลำ มีหนึ่งลำที่สมบูรณ์
  • ธงของประเทศรัสเซีย รัสเซีย
    • กองทัพอากาศรัสเซีย - มีสิบลำกับอีก 48 ลำในรายการสั่งซื้อ [3]

รายละเอียดของซุคฮอย ซู-34[แก้]

  • บริษัทผู้ผลิต ซุคฮอย
  • ประเทศผู้ผลิต รัสเซีย
  • บทบาท เครื่องบินขับไล่-ทิ้งระเบิด
  • ลูกเรือ 2 นาย
  • ความยาว 23.34 เมตร
  • ความยาวจากปลายปีกหนึ่งไปอีกปลายปีกหนึ่ง 14.7 เมตร
  • ความสูง 6.09 เมตร
  • น้ำหนักพร้อมบรรทุก 39,000 กิโลกรัม
  • น้ำหนักพร้อมของจำเป็น 8,000 กิโลกรัม
  • น้ำหนักมากสุดตอนนำเครื่องขึ้น 45,100 กิโลกรัม
  • ขุมกำลัง เครื่องยนต์เทอร์โบแฟนไลยูลก้า เอแอล-35เอฟ 2 เครื่องยนต์ ให้แรงขับเครื่องละ 30,845 ปอนด์พร้อมสันดาป
  • ความเร็วสูงสุด
    • ระดับความสูงสูง 1.8 มัค (1,900 กิโลเมตร/ชั่วโมง)
    • ระดับความสูงต่ำ 1.2 มัค (1,400 กิโลเมตร/ชั่วโมง)
  • รัศมีทำการรบ 1,100 กิโลเมตร
  • ระยะขนส่ง 4,000 กิโลเมตร
  • เพดานบินทำการ 49ล200 ฟุต
  • อัตราน้ำหนักต่อแรงผลัก 0.68
  • อาวุธ

ดูเพิ่ม[แก้]

การพัฒนาที่เกี่ยวข้องกัน

เครื่องบินที่เทียบเท่า

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "Russia gets first new fighters for 15 years as Sukhoi Su-34 debuts." Karnozov, V. Flight International. 4 มกราคม, พ.ศ. 2550.
  2. http://www.warfare.ru/?linkid=1615&catid=257&lang=
  3. 3.0 3.1 "Directory: World Air Forces", Flight International, 11-17 November 2008.
  4. Military aircraft prices
  5. วิลเลี่ยมส์, เมล เอ็ด ซูเปอร์ไฟเตอร์ เครื่องบินรบยุคใหม่, แอร์ไทม์, พ.ศ. 2545, ไอเอสบีเอ็น 1-880588-53-6, หน้า 132-135, 138
  6. แอนดริวส์, โธมัส, "ตระกูลซุคฮอย ซู-27/ซู-30," อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์ พาวเวอร์ รีวิว, เล่ม 8, พ.ศ. 2546
  7. 7.0 7.1 "รัสเซียซื้อเครื่องบินทิ้งระเบิดซู-34", ยูไนเต็ด เพรสส์ อินเตอร์เนชั่นแนล, 9 มกราคม พ.ศ. 2551
  8. "เครื่องบินขับไล่ซู-34 ฟุลแบ็คจะเข้าครองฟ้า", อาร์ไอเอ โนวอสติ (เจ้าหน้าที่ข่าวและข้อมูลของรัสเซีย), 19 ธันวาคม พ.ศ. 2549
  9. "ซู-34 จะเข้าครองฟ้าในเดือนพฤศจิกายน", อาร์ไอเอ โนวอสติ (เจ้าหน้าที่ข่าวและข้อมูลของรัสเซีย, 6 มีนาคม พ.ศ. 2550
  10. http://en.rian.ru/russia/20080114/96572867.html
  11. 11.0 11.1 11.2 กอร์ดอน, เยฟิม ซุคฮอย ซู-27 แฟลงเกอร์: เครื่องบินขับไล่ครองอากาศ, แอร์ไลฟ์ พับบลิชชิ่ง (พ.ศ. 2542), ไอเอสบีเอ็น 1-84037-029-7
  12. 12.0 12.1 สปิค, ไมค์ "เดอะ แฟลงเกอร์", คัมภีร์แห่งเครื่องบินยุคใหม่, หน้า 518-519, เอ็มบีไอ, พ.ศ. 2543, ไอเอสบีเอ็น 0-7603-0893-4.
  13. อีเดน, พอล "ซู-27ไอบี, ซู-32เอฟเอ็น และซู-34", สารานุกรมเครื่องบินทางทหารยุคใหม่, หนังสือแอมเบอร์, พ.ศ. 2547, ไอเอสบีเอ็น 1904687849
  14. กอร์ดอน พ.ศ. 2549, หน้า 80-81