ซีเอสไอ: ไครม์ซีนอินเวสติเกชัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ CSI
ซีเอสไอ: ไครม์ ซีน อินเวสติเกชัน
Crime Scene Investigation.jpg
สัญลักษณ์รายการ ซีเอสไอ: ไครม์ ซีน อินเวสติเกชัน
รูปแบบ สืบสวนสอบสวนฆาตกรรม
ผู้สร้าง แอนโธนี่ อี. ซุยเคอร์ (Anthony E. Zuiker)
แสดง เท็ด แดนสัน (Ted Danson)
อลิซาเบ็ธ ซู (Elisabeth Shue)
จอร์จ เอียดส์ (George Eads)
จอร์จา ฟ็อกซ์ (Jorja Fox)
เอริค ซึสแมนดา (Eric Szmanda)
โรเบิร์ต เดวิด ฮอลล์ (Robert David Hall)
วอลเลซ แลงแฮม (Wallace Langham)
เดวิด เบอร์แมน (David Berman)
อลิซาเบ็ธ ฮาร์นอยส์ (Elisabeth Harnois)
พอล กิวฟอยล์ (Paul Guilfoyle)
เพลงเริ่มรายการ The Who: "Who Are You"
ต้นกำเนิด สหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา
แคนาดา แคนาดา
จำนวนซีซัน 14
จำนวนตอน 296 (รายชื่อตอน)
การผลิต
ความยาวตอน ประมาณ 40 - 45 นาที
การออกอากาศ
เครือข่าย/สถานี ซีบีเอส
ระบบภาพ 480i (SDTV),
1080i (HDTV)
ออกอากาศ 6 ตุลาคม 2543 – ปัจจุบัน
รายการที่เกี่ยวข้อง
รายการอื่นที่เกี่ยวข้อง ซีเอสไอ: ไมอามี่
ซีเอสไอ: นิวยอร์ก
เว็บไซต์ทางการ
http://www.cbs.com/primetime/csi/

ซีเอสไอ: ไครม์ ซีน อินเวสติเกชัน (อังกฤษ: CSI: Crime Scene Investigation) หรือ ซีเอสไอ (บางครั้งจะรู้จักกันดีในนาม CSI: Las Vegas หรือ ซีเอสไอ ลาสเวกัส) (ในประเทศไทย ซีรีส์ชุดนี้ถูกเรียกว่า ทีมปฏิบัติการล่าความจริง ตามที่ออกฉายในช่อง AXN ของ True Visions และถูกเรียกว่า ไขคดีปริศนา ตามที่ออกเป็นสื่อบันเทิงตามบ้าน ที่ผลิตและจัดจำหน่ายโดยบริษัท เอสทีจี มัลติมีเดีย จำกัด) คือชื่อของรายการซีรีส์ออกฉายทางโทรทัศน์ที่เกี่ยวกับการทำงานของตำรวจที่เป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกา ที่ผลิตโดยช่อง ซีบีเอส ร่วมกับบริษัทกิจการบันเทิง Alliance Atlantis, ออกฉายในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000) เป็นต้นมา, รายการนี้มีศูนย์กลางของเรื่องอยู่ที่ทีมนักนิติเวชวิทยา ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองลาส เวกัส, รัฐเนวาดา ในช่วงเวลาปัจจุบัน (เหตุผลที่เลือกเมืองนี้ไม่ได้เลือกเพื่อการแสดงเท่านั้น แต่เพราะว่าห้องทดลองอาชญากรรมของกรมตำรวจเมืองลาส เวกัส ยังมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมเป็นที่สองในสหรัฐอเมริกา อีกด้วย จะเป็นรองก็แต่ห้องทดลองของสำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา - FBI ในเมือง ควอนทิโค, รัฐเวอร์จิเนียเท่านั้น)

ซีซันแรก ของ CSI ดำเนินเรื่องในลาส เวกัส ต่อมาได้มีการสร้าง ซีเอสไอ ที่ดำเนินเรื่องในเมืองอื่นๆ เช่น ซีเอสไอ ไมอามี่ (อังกฤษ: CSI: Miami) (ไมอามี่, ฟลอริดา) และ ซีเอสไอ นิวยอร์ก (อังกฤษ: CSI: NY) (นิวยอร์ก) แสดงโดยทีมนักแสดง ที่แตกต่างกันออกไป

หน่วยนี้จะสืบสวนสอบสวนการเสียชีวิตที่เป็นปริศนา ผิดธรรมดา และบางครั้งก็น่าสยดสยอง เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงและความเป็นมาของผู้ที่เสียชีวิต พวกเขายังสอบสวนอาชญากรรมร้ายแรงอื่น ๆ ด้วย แต่แกนสำคัญส่วนใหญ่ของเรื่องมักจะเป็นการฆาตกรรม

ความเป็นมาของรายการ[แก้]

เดิมรายการนี้ออกฉายทางสถานีโทรทัศน์ ABC ซึ่งในขณะนั้น ABC คือเครือข่ายยอดนิยมอันดับสองในสหรัฐอเมริกา, ตามหลังอยู่แค่สถานี NBC เท่านั้น ในขณะที่ความนิยมของ CBS ในขณะนั้นเริ่มเสื่อมถอยลงจนยากที่จะขึ้นมาอีกครั้ง อย่างไรก็เมื่อนักวิจารณ์ของ ABC ยกเลิกรายการนี้ในปี พ.ศ. 2542 (ค.ศ. 1999) เนื่องจากเนื้อเรื่องที่ซับซ้อนเกินไปซึ่งไม่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายวัยกลางคน CBS ซื้อรายการนี้อย่างรวดเร็วแล้วนำมันออกฉายในช่วงหัวค่ำของวันศุกร์ ทำให้ทั้งเรตติ้งรายการและเรตติ้งของสถานีพุ่งขึ้นจนถึงจุดสูงสุด - CSI มีผู้ชมรายการโดยเฉลี่ยสำหรับตอนใหม่ถึง 25 ล้านคน และผู้ชมรายการโดยเฉลี่ยสำหรับตอนเก่าถึง 15 ล้านคน และทำให้เรตติ้งของ ABC ตกลงอย่างมากถึงขนาดต้องแข่งกับสถานี Fox เพื่อชิงที่สามมา

ต่อมารายการนี้ถูกย้ายไปยังวันพฤหัสบดีในปี พ.ศ. 2543 (ค.ศ. 2000) เพื่อแย่งผู้ชมของ NBC มา - ซึ่งฉายแต่ซี่รี่ส์ชื่อดังซึ่งรวมไปถึง Friends, Will & Grace, และ ER CSI นั้นยังคงมีผู้ชมเท่าเดิมในช่วงเวลาใหม่ และเมื่อซี่รี่ส์สุดฮิต Friends จบไปในปี พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) เรตติ้งของ CSI ยังมั่นคงและเพิ่มขึ้นเรื่อย สร้างแรงกดดันให้กับรายการใหม่ในวันพฤหัสบดี ของ NBC

ลิขสิทธิ์การฉายตอนเก่าของ CSI ถูกขายให้กับเครือข่ายเคเบิล Spike TV ในปี พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) ด้วยราคาค่าลิขสิทธิ์ถึง 1.6 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ต่อหนึ่งตอน แต่ในทันทีที่มันออกฉาย ตอนเก่าที่ออกฉายช่วงหัวค่ำของ CSI ก็กลายเป็นรายการยอดนิยมของสถานีในทันที

CSI ในบางครั้งยังได้รับการกล่าวขานว่าเป็นผู้ชุบชีวิตซี่รี่ส์แนวอาชญากรรมในสหรัฐอเมริกา, แม้ว่าจะมีรายการแนวนี้ฉายมาก่อน CSI อย่างเช่น Law & Order ซึ่งยังคงฉายอยู่ในช่วงที่ CSI เปิดตัว และได้รับการกล่าวขานว่าเป็นซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จมาก่อนที่ CSI จะออกฉายครั้งเสียอีก CSI รวมถึงภาคเสริมของมัน CSI: Miami และ CSI: NY ล้วนได้รับคำชมว่าเป็นผู้ชุบชีวิตซี่รี่ส์ประเภทนี้ ซึ่งทำให้มีรายการจำนวนมากที่ออกฉายในแนวเดียวกัน หรือแม้แต่พยายามที่จะเลียนแบบ เช่น Crossing Jordan, Law and Order: Criminal Intent, Law and Order: Special Victims Unit, และ Medical Investigation CBS ยังพยายามที่จะเพิ่มความนิยมในซี่รี่ส์แนวนี้มากเพิ่มขึ้นไปอีกด้วยการแนะนำรายการแนวเดียวกับ CSI ได้แก่ Cold Case และ Without A Trace

CSI โดดเด่นกว่าซีรีส์แนวเดียวกันกับมันทั้งหมด เนื่องจากการเน้นไปที่การค้นหาหลักฐานทางนิติเวชในกระบวนการการสืบสวนสอบสวนคดี โดยที่หลักฐานทางกายภาพนั้นจะถูกพิจารณาเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเล็กเพียงใดหรือแม้แต่หลักฐานที่แทบจะมองไม่เห็นก็จะถูกขยายขึ้นมาเพื่อวิเคราะห์, อย่างเช่นเศษด้ายหรือแม้แต่เกล็ดรังแคก็จะได้รับการวิเคราะห์

รายชื่อตัวละคร[แก้]

ตัวละคร แสดงโดย บทบาท ช่วงเวลาที่ปรากฏ
ดายเบนกรอน "ดี.บี." รัสเซลล์ (Diebenkorn "D.B." Russell) เท็ด แดนสัน (Ted Danson) หัวหน้าแผนกเจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุกะกลางคืน (CSI Night Shift Supervisor) // เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 (CSI Level 3) เป็นตัวละครหลักในชีซั่นที่ 12 - ปัจจุบัน
จูเลีย "ฟินน์" ฟินเล่ย์ (Julie "Finn" Finlay) อลิซาเบ็ธ ซู (Elisabeth Shue) ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกเจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุกะกลางคืน (CSI Assistant Night Shift Supervisor) // เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 (CSI Level 3) เป็นตัวละครหลักในชีซั่นที่ 12 ตอน Seeing Red - ปัจจุบัน
นิโคลาส "นิค" ปาร์คเกอร์ สโตคส์ (Nicholas "Nick" Parker Stokes) จอร์จ เอียดส์ (George Eads) เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 (CSI Level 3) เป็นตัวละครหลักในชีซั่นที่ 1 - ปัจจุบัน
ซาร่า ไซเดิล (Sara Sidle) จอร์เจีย ฟ็อกซ์ (Jorja Fox) เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 (CSI Level 3) อดีตตัวละครหลักในซีซั่นที่ 1 - 8 ตอน Goodbye and Good Luck, 11 - ปัจจุบัน
เป็นตัวละครรับเชิญในซีซั่นที่ 9 -10
เกร็กกอรี่ "เกร็ก" โฮเจ็ม แซนเดอร์ส (Gregory "Greg" Hojem Sanders) เอริค ซึสแมนดา (Eric Szmanda) เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 (CSI Level 3) // อดีตเจ้าหน้าที่แล็บเทคนิค (Former Lab Technician) เป็นตัวละครหลักในชีซั่นที่ 3 ตอน The Execution of Catherine Willows - ปัจจุบัน
เป็นตัวละครเสริมในซีซั่นที่ 1 - 3 Let the Seller Beware
ด็อกเตอร์ อัลเบิร์ต "อัล" ร็อบบิ้นส์ (Doctor Albert "Al" Robbins) โรเบิร์ต เดวิด ฮอลล์ (Robert David Hall) หัวหน้าเจ้าหน้าที่นิติวิทยา (Chief Medicial Examiner) เป็นตัวละครหลักในชีซั่นที่ 3 ตอน The Execution of Catherine Willows - ปัจจุบัน
เป็นตัวละครเสริมในซีซั่นที่ 1 - 3 Let the Seller Beware
เดวิด ฮ็อดเจส (David Hodges) วอลเลซ แลงแฮม (Wallace Langham) เจ้าหน้าที่เทคนิคพิสูจน์ร่องรอย (Trace Technician) เป็นตัวละครหลักในชีซั่นที่ 8 - ปัจจุบัน
เป็นตัวละครเสริมในซีซั่นที่ 3 - 7
เดวิด ฟิลลิปส์ (David Phillips) เดวิด เบอร์แมน (David Berman) ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่นิติวิทยา (Assistant Medicial Examiner) เป็นตัวละครหลักในซีซั่นที่ 10 - ปัจจุบัน
เป็นตัวละครเสริมในซีซั่นที่ 1 - 9
มอร์แกน โบรดี้ (Morgan Brody) อลิซาเบ็ธ ฮาร์นอยส์ (Elisabeth Harnois) เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 2 (CSI Level 2) เป็นตัวละครหลักในชีซั่นที่ 12 - ปัจจุบัน
เฮนรี่ แอนดริว (Henry Andrew) จอน เวลเนอร์ (Jon Wellner) เจ้าหน้าที่พิษวิทยา (Toxicologist) / เจ้าหน้าที่เทคนิค DNA (DNA Technician) เป็นตัวละครหลักในชีซั่นที่ 13 - ปัจจุบัน
เจมส์ "จิม" บราส (James "Jim" Brass) พอล กิวฟอยล์ (Paul Guilfoyle) ร้อยตำรวจเอก (Captain) // เจ้าหน้าที่แผนกสืบสวน (Homicide Detective) เป็นตัวละครหลักในซีซั่นที่ 1 - ปัจจุบัน
แคทเธอรีน วิลโลวส์ (Catherine Willows) มาร์ก เฮลเกนแบเกอร์ (Marg Helgenberger) อดีตผู้ช่วยหัวหน้าแผนกเจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุกะกลางคืน (Former CSI Assistant Night Shift Supervisor) // อดีตเจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 (Former CSI Level 3)
ลาออก (Resigned)
อดีตตัวละครหลักในชีซั่นที่ 1 - 12 ตอน Willows in the Wind
ด็อกเตอร์ เรย์มอนด์ "เรย์" แลงสตัน (Doctor Raymond "Ray" Langston) ลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น (Laurence Fishburne) อดีตเจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 2 (Former CSI Level 2)
ลาออก (Resigned)
อดีตตัวละครหลักในชีซั่นที่ 9 ตอน The Grave Shift - ซีซั่นที่ 11 ตอน In a Dark, Dark House
อดีตตัวละครรับเชิญในซีซั่นที่ 9 ตอน 19 Down - One to Go
เวนดี้ ซิมม์ (Wendy Simms) ลิซ วาซเซย์ (Liz Vassey) อดีตเจ้าหน้าที่เทคนิค DNA (Former DNA Technician)
ลาออก (Resigned)
อดีตตัวละครหลักในซีซั่นที่ 10 ตอน Family Affair - ตอน Meat Jekyll
อดีตตัวละครเสริมในซีซั่นที่ 6 - 9, 11
ไรลี่ย์ อดัมส์ (Riley Adams) ลอเรนซ์ ลี สมิธ (Lauren Lee Smith) อดีตเจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 2 (Former CSI Level 2)
ลาออก (Resigned)
อดีตตัวละครหลักในซีซั่นที่ 9 ตอน Art Imitates Life - ตอน All in
ด็อกเตอร์ กิลเบิร์ต "กิล" อาเธอร์ กริซซั่ม (Doctor Gilbert "Gil" Arthur Grissom) วิลเลี่ยม ปีเตอร์เซ็น (William Petersen) อดีตหัวหน้าแผนกเจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุกะกลางคืน (Former CSI Night Shift Supervisor) // อดีตเจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 (Former CSI Level 3)
ลาออก (Resigned)
อดีตตัวละครหลักในซี่ซั่นที่ 1 - ซีซั่นที่ 9 ตอน One to Go
วอร์ริค บราวน์ (Warrick Brown) แกรี่ เดอร์แดน (Gary Dourdan) อดีตเจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 (Former CSI Level 3)
เสียชีวิต (Decreased)
อดีตตัวละครหลักในซีซั่นที่ 1 - 9 ตอน For Warrick
โซเฟีย เคอร์ติส (Sofia Curtis) ลูอิส ลอมบาร์ด (Louise Lombard) รองผู้กำกับการ (Deputy Chief) // อดีตเจ้าหน้าที่แผนกสืบสวน (Former Homicide Detective) อดีตตัวละครหลักในซีซั่นที่ 7
อดีตตัวละครเสริมในซีซั่นที่ 5, 6, 8 ตอน Dead Doll และ 11 ตอน Father of the Bride

ตัวละครหลัก[แก้]

ชื่อเต็มของตัวละครและตำแหน่งอยู่ด้านล่าง ชื่อที่เพื่อนร่วมงานและเพื่อนๆ เรียกกันจะใส่เครื่องหมายเน้นข้อความเอาไว้

  • เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 หัวหน้ากะกลางคืน ดายเบนกรอน "ดี.บี." รัสเซลล์ - CSI Level 3 Night Shift Supervisor: Diebenkorn "D.B." Russell (แสดงโดย Ted Danson) ผู้ดูแลทีมกะกลางคืนของหน่วย CSI ลาสเวกัส และเป็นหัวหน้าทีม CSI ของซีรีส์นี้
  • เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 ผู้ช่วยหัวหน้ากะกลางคืน จูเลีย "ฟินน์" ฟินเล่ย์ - CSI Level 3 Assistant Night Shift Supervisor: Julie "Finn" Finlay (แสดงโดย Elisabeth Shue) ผู้ช่วยหัวหน้ากะกลางคืน ที่มาแทน แคทเธอรีน วิลโลวส์ เป็นนักวิเคราะห์หยดเลือด และเคยร่วมงานกับ ดี.บี รัสเซลล์ มาก่อน ที่ ซีแอตเทิล
  • เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 นิโคลาส "นิค" ปาร์คเกอร์ สโตคส์ - CSI Level 3: Nicholas "Nick" Parker Stokes (แสดงโดย George Eads) เคยเป็นผู้ช่วยหัวหน้ากะกลางคืน ที่ถูกเลื่อนขั้นขึ้นมาจาก แคทเธอรีน เวลาที่เธอไม่อยู่ในบางครั้ง อดีตเคยเป็นนักศึกษาสังกัดหอชมรม (Fraternity Brothers) นิสัย 'ยังไงก็ได้' ที่เป็นมิตรกับทุกคน พร้อมด้วยปริญญา สาขาวิชา ความยุติธรรมทางอาญา จากมหาวิทยาลัย เท็กซัส เอแอนด์เอ็ม (Texas A & M University) ทำงานเป็นนักวิเคราะห์เส้นไยและเส้นผมจากเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส เมื่อเขาอายุ 9 ปี เขาถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยพี่เลี้ยงเด็กผู้หญิงที่พ่อแม่ของเขาหามาได้อย่างรีบร้อน นิคเป็นคนอ่อนไหว และบ่อยครั้งที่ เขามักใช้ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดี มีอยู่หลายครั้งที่เราเห็นว่านิคเป็นคนหัวโบราณ เช่น การที่เขาไม่เห็นด้วยกับการอาศัยอยู่ด้วยกันของหนุ่มสาวก่อนแต่งงาน เป็นต้น เขาพูดภาษาสเปนได้อย่างดีเยี่ยม เขาอยู่ในทีมของกริซซัมใน 4 ซีซั่นแรก แต่ถูกย้ายให้ไปทำงานกับแคทเธอรีนในตอนกลางของซีซั่นที่ 5 ก่อนจะกลับมาร่วมทีมกับกริซซัมในซีซั่นที่ 6
  • เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 ซาร่า ไซเดิล - CSI Level 3: Sara Sidle (แสดงโดย Jorja Fox) เธอคือนักวิเคราะห์หลักฐานวัตถุและธาตุ สำเร็จการศึกษา เอกสาขาวิชาฟิสิกส์จาก มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) ซาร่าเคยเป็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์ศพ และเคยทำงานในห้องทดลองอาชญากรรมในเมืองซาน ฟรานซิสโกมาก่อน เธอถูกเกณฑ์เข้ามาทำงานในหน่วยนี้โดยกริซซั่ม ชายที่เธอเห็นว่าเป็นมากกว่าแค่เจ้านาย ในบางครั้งซาร่าทำให้งานที่เธอได้รับเป็นเรื่องส่วนตัวมากเกินไป โดยเฉพาะถ้าเหยื่อนั้นเป็นผู้หญิง เธอโตขึ้นมาในครอบครัวที่มีแต่ปัญหาและความรุนแรง ซึ่งภายหลังต้องไปอาศัยอยู่ในบ้านเด็กกำพร้า หลังจากพ่อของเธอถูกฆ่าโดยแม่ของเธอเอง รายละเอียดของอดีตอันเลวร้ายของเธอถูกเปิดเผยขึ้นมาทั้งหมดในช่วงหลังของซีซั่นที่ 4 ซึ่งมาพร้อมกับอาการติดสุราเรื้อรัง ของเธอ ซึ่งเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดพบว่าเธอหลบหนีการจับกุมข้อหา ขับรถในขณะดื่มของมึนเมา โดยไม่ได้เจตนาเนื่องจากความมึนเมาของเธอเอง ในขณะที่เรื่องในซีซั่นที่ 5 กำลังดำเนินไป มีอาการที่เริ่มเห็นได้เด่นชัดว่าปัญหา ติดเหล้าเรื้อรัง ของเธอยังไม่จบลง เห็นได้จากการขัดคำสั่งอยู่เป็นนิจ และการแสดงความก้าวร้าวต่อพยาน เริ่มมีความสัมพันธ์กับกริซซั่มอย่างชัดเจนในช่วงหลังซีซั่นที่ 5 ในซีซั่นที่ 7 ตอน Living Doll ได้ถูกฆาตกรต่อเนื่องแบบจำลองขนาดเล็ก จับตัวไป แต่กริซซั่มและเพื่อนร่วมทีมช่วยเหลือได้ทันเวลา ในซีซั่นที่ 8 ตอน The Case of the Cross - Dressing Carp ซาร่าได้ตอบรับในการหมั้นของกริซซั่ม ปรากฏตัวครั้งสุดท้าย ตอน Goodbye and Good Luck ก่อนที่เธอจะออกจากทีมไปเพราะสาเหตุจากความเครียดเรื่องงาน กลับมาเป็นนักแสดงรับเชิญในซีซั่นที่ 9 เนื่องจากได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของ วอร์ริค บราวน์ และเป็นตัวละครหลักอีกครั้งในซีซั่นที่ 11
  • เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 เกร็กกอรี่ "เกร็ก" โฮเจ็ม แซนเดอร์ส - CSI Level 3: Gregory "Greg" Hojem Sanders (แสดงโดย Eric Szmanda) เขาคือ อดีตช่างเทคนิค ชายหนุ่มผู้ที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นเหมือนกับกริซซั่ม และได้เป็นเจ้าหน้าที่ CSI ในซีซั่นที่ 5 ตอน Who Shot Sherlock? โดยอยู่ในทีมของกริซซั่ม เกร็กเป็นคนตลก และรักในงานที่ทำ เชี่ยวชาญเรื่อง DNA ในช่วงแรกของรายการ เขาเป็นเจ้าหน้าที่ประจำห้องแล็บ DNA ครั้งหนึ่งเขาเกือบต้องเสียชีวิตเพราะห้องแล็บระเบิดในซีซั่นที่ 3 แต่ก็รอดมาได้ ก่อนที่เขาจะเริ่มหันมาสนใจในงานออกภาคสนามมากขึ้น จนได้มาเป็นเจ้าหน้าที่ CSI ในซีซั่นที่ 7 ตอน Fannysmackin เขาได้ถูกทำร้ายอย่างสาหัสในขณะที่ช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายจากการรุมทำร้ายของกลุ่มแก๊งค์วัยรุ่น และซีซั่นที่ 9 ตอน 19 Down เขาได้รับการเลื่อนขั้นเป็น เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3
  • หัวหน้าเจ้าหน้าที่นิติวิทยา ด็อกเตอร์ อัลเบิร์ต "อัล" ร็อบบิ้นส์ - Chief Medicial Examiner: Doctor Albert "Al" Robbins (แสดงโดย Robert David Hall) ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพ แต่งงานแล้วและให้กำเนิดลูกสามคน บางครั้ง เขาเข้าใจในสิ่งที่กริซซั่มพูดในขณะที่คนอื่นไม่เข้าใจ เขาใส่ขาเทียม ทั้งสองข้างและชอบเล่นดนตรีในวงร็อกเป็นงานอดิเรก มักทำงานอยู่แต่ในห้องชันสูตร แต่ก็มีบ่อยครั้งที่เขามักจะออกไปชันสูตรเบื้องต้นนอกสถานที่ด้วยตนเอง นอกจากนี้เขายังเป็นคนหาห้องทำงานส่วนตัวให้กับเรย์มอนด์ด้วย
  • เจ้าหน้าที่เทคนิคพิสูจน์ร่องรอย เดวิด ฮ็อดเจส - Trace Technician: David Hodges (แสดงโดย Wallace Langham) เจ้าหน้าที่แล็บเทคนิคที่ย้ายมาจาก ลอสแอนเจลิส เขาถูกพบในการ์ตูนคลายเครียดบางเล่ม แต่เพื่อนร่วมทีมกลับบอกว่าน่ารังเกียจและน่ารำคาญซะมากกว่าที่จะน่าตลกขบขัน เขาพยายามที่จะแนะนำตัวเองต่อกริซซั่ม ผู้ที่ยอมรับความสามารถของเขาในบางครั้ง ปรากฏตัวครั้งแรกในตอน Recipe for Murder เขาชอบที่จะเอาชนะเจ้าหน้าที่เทคนิค มิอา ดิกเคอสัน และเจ้าหน้าที่เทคนิค DNA เวนดี้ ซิมม์ อยู่เป็นประจำ และซีซั่นที่ 7 ตอน Lab Rats เขาและเพื่อนในแล็บคนอื่นๆ ได้ร่วมมือกันช่วยแก้ปริศนาเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมของ ฆาตกรต่อเนื่องแบบจำลองขนาดเล็ก ซึ่งได้พบเบาะแสสำคัญ นั่นคือ ส่วนประกอบสารเคมีในที่เกิดเหตุ ที่ช่วยกริซซั่มคลี่คลายคดีนี้ลงได้ในที่สุด
  • ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่นิติวิทยา เดวิด ฟิลลิปส์ - Assistant Medicial Examiner: David Phillips (แสดงโดย David Berman) เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพของด็อกเตอร์ อัลเบิร์ต ร็อบบิ้นส์ และทั้งคู่มีความสนิทสนมซึ่งกันและกัน ฉายาของเขา คือ Super Dave โดยฉายานี้ได้มาหลังจากเขาได้ช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายคนหนึ่ง ระหว่างที่เขาช่วยอัลเบิร์ตชันสูตรศพอยู่ ซีซั่นที่ 9 ได้เลื่อนขั้นมาเป็น ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่นิติวิทยา และได้ชันสูตรศพด้วยตนเองเป็นครั้งแรกด้วย
  • เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 2 มอร์แกน โบรดี้ - CSI Level 2: Morgan Brody (แสดงโดย Elisabeth Harnois) เคยเป็นเจ้าหน้าที่แผนกพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ สถานีตำรวจลอสแอนเจลิส ก่อนจะมารวมทีม CSI ที่นี่ และเป็นลูกสาวของ คอนราด แอ็คลี่ย์
  • เจ้าหน้าที่พิษวิทยา เฮนรี่ แอนดริว - Toxicologist Henry Andrew (แสดงโดย Jon Wellner)
  • เจ้าหน้าที่แผนกสืบสวน ร้อยตำรวจเอก เจมส์ "จิม" บราส - Homicide Detective: Captain James "Jim" Brass (แสดงโดย Paul Guilfoyle) เจ้าหน้าที่แผนกสืบสวนจาก นิวเจอร์ซีย์ อดีตหัวหน้าหน่วย CSI จนกระทั่งเขาถูกย้ายกลับไปยังแผนกสืบสวนฆาตกรรมในตอนแรกของรายการ ขณะนี้เขาดำรงตำแหน่ง ร้อยตำรวจเอก แผนกสืบสวนฆาตกรรมและมักจะทำงานร่วมกับหน่วย CSI อยู่บ่อยๆ โดยคอยช่วยในเรื่องการออกหมาย หรือการสืบพยานบุคคลต่างๆ เขาสนิทสนมกับกริซซั่ม หย่าร้างกับภรรยาหลังจากที่ให้กำเนิดและเลี้ยงลูกสาวคนเดียวจนโต ชื่อว่า เอลลี่ ซึ่งเธอติดยาและเป็นโสเภณี ในเมือง ลาสเวกัส และความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผยในซีซั่นที่ 2 ว่า เธอไม่ใช่ลูกของเขาและเขาไม่ใช่พ่อของเธอ ตามกฎหมายอีกต่อไป ในตอน Ellie และซีซั่นที่ 6 ตอน Bang Bang เขาถูกยิง 2 ครั้งซ้อนโดย วิลเลี่ยม คัทเลอร์ หลังจากที่โน้วน้าวเขาให้ปล่อยตัวประกันที่เขาจับไว้ออกมา จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่เขาจะรอดมาได้

ตัวละครหลักที่ผ่านมา[แก้]

  • เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 ผู้ช่วยหัวหน้ากะกลางคืน แคทเธอรีน วิลโลวส์ - CSI Level 3 Assistant Night Shift Supervisor: Catherine Willows (แสดงโดย Marg Helgenberger) ผู้ช่วยหัวหน้ากะกลางคืน เคยเป็นผู้ดูแลทีมกะกลางคืนของหน่วย CSI ลาสเวกัส และเป็นหัวหน้าทีม CSI แทน กริซซั่ม ที่ลาออกไป ในซีซั่นที่ 9 ตอน One to Go เดิมทีในช่วงซีซั่นที่ 1-4 เธอเป็นผู้ช่วยหัวหน้ากะกลางคืน จนซีซั่นที่ 5 เธอถูกย้ายให้ไปเป็นผู้ดูแลของทีมใหม่ในช่วงกะกลางวัน ก่อนที่ในซีซั่นที่ 6 จะถูกย้ายกลับมารวมทีมกับกริซซั่มอีกครั้ง แคทเธอรีนเป็นนักวิเคราะห์หยดเลือดจากเมืองโบซแมน มอนแทนา เธอเป็นนักเต้นระบำเปลื้องผ้าในช่วงแรก ๆ ของชีวิตการทำงานของเธอ เพื่อนำเงินที่ได้ไปจ่ายเป็นทุนการศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งเนวาดา เมืองลาสเวกัส หรือ UNLV ที่ ๆ เธอสำเร็จการศึกษาสาขาวิชา วิทยาการทางการแพทย์ เธอมีลูกสาวอยู่หนึ่งคน คือ ลินด์ซี่ย์ น่าเศร้าหลังจากเหตุการณ์ฆาตกรรมสามีเก่าของเธอ เธอไม่สามารถที่จะหาหลักฐานใด ๆ ในการเอาผิดฆาตกรได้ ซีซั่นที่ 3 ตอน Inside The Box แคทเธอรีนได้พบว่าพ่อที่แท้จริงของเธอ คือเจ้าของกาสิโนและผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมที่ชื่อว่า แซม บรอน ซึ่งภายหลังก็ถูกฆาตกรรมจนเสียชีวิตในซีซั่นที่ 7
  • เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 2 ด็อกเตอร์ เรย์มอนด์ "เรย์" แลงสตัน - CSI Level 2: Doctor Raymond "Ray" Langston (แสดงโดย Laurence Fishburne) ก่อนหน้านี้เขาเป็นนายแพทย์ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านอายุรเวชศาสตร์ ซึ่งมีเพื่อนร่วมงานเป็นฆาตกรคนไข้ถึง 27 ราย ซึ่งเขาได้เห็นหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคนไข้ 27 ราย แต่ไม่สามารถเชื่อมโยงหากันได้ ปรากฏตัวครั้งแรกในซีซั่นที่ 9 ตอน 19 Down โดยเป็นอาจารย์สอนบรรยายเกี่ยวกับ ฆาตกรต่อเนื่อง ซึ่ง กริซซั่ม สนใจหนังสือที่เขาเขียนขึ้นมาเกี่ยวกับกรณีศึกษาเรื่องนี้ และได้ปลอมตัวเป็นนักศึกษาอยู่ในชั้นเรียน เพื่อสืบสวนเกี่ยวกับคดีฆาตกรต่อเนื่อง Dick & Jane หลังจากที่เรย์มอนด์ทราบว่า กริซซั่ม ปลอมตัวเข้ามา เขารู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก ที่ห้องเรียนของเขาถูกเอามาใช้ในการสืบสวนคดี แต่ท้ายที่สุด เขาได้ให้ความช่วยเหลือ กริซซั่ม ในคดีนี้ ตอน One to Go เขาถูกจ้างเป็น ที่ปรึกษาพิเศษ ให้กับ กริซซั่มและเพื่อนร่วมทีม ในคดีฆาตกรต่อเนื่อง Dick & Jane และตอนท้าย กริซซั่ม ได้เสนองานในการเป็นเจ้าหน้าที่ CSI ให้กับเขา โดยที่เขาได้ตอบตกลง และได้เข้าร่วมกับทีม เป็น เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 1 ตอน The Grave Shift การทำงานวันแรกของเรย์มอนด์ ดูช่างไม่ราบรื่นสักเท่าไหร่ เริ่มตั้งแต่การหาร่องรอยลายนิ้วมือไม่ได้จากที่เกิดเหตุ ตอนที่กำลังเคลื่อนย้ายศพ เน็กไทของเขาบังเอิญโดนหยดเลือดของศพผู้เคราะห์ร้าย ทำให้เขาต้องตัดสินใจตัดมันทิ้งไป เพราะ ถือว่าเป็นหลักฐานอย่างหนึ่ง รวมทั้งได้รับการต้อนรับที่แสนเย็นชาและไม่ค่อยเป็นมิตรจากเดวิด ฮ็อดเจส ซึ่งยังมีอารมณ์โกรธอยู่ อันเนื่องมาจากการ ลาออก ของ กริซซั่ม แต่หลังจากที่เขาหาหลักฐานในการสืบสวนเกี่ยวกับคดี อาร์สัน นั่นก็คือ การสร้างวัตถุระเบิดที่ถูกใช้ในที่เกิดเหตุ ทำให้ ฮ็อดเจส รู้สึกประทับใจในตัวเขา รวมทั้งเพื่อนร่วมทีม ก็ได้เชิญเขาไปรับประทานอาหารร่วมกันอีกด้วย ตอน Deep Fried and Minty Fresh มีการเปิดเผยว่าเขาสามารถพูดภาษาจีนแมนดารินได้ ซีซั่นที่ 10 เขาได้รับการเลื่อนขั้นเป็น เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 2
  • เจ้าหน้าที่เทคนิค DNA เวนดี้ ซิมม์ - DNA Technician: Wendy Simms (แสดงโดย Liz Vassey) เจ้าหน้าที่เทคนิค DNA ที่ย้ายมาจาก แคลิฟอร์เนีย ปรากฏตัวครั้งแรกในตอน Secrets and files ซีซั่นที่ 7 ตอน Lab Rats เธอเป็นคนหนึ่งที่ช่วยเหลือ ฮ็อดเจส ในการแก้ปริศนาเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมของ ฆาตกรต่อเนื่องแบบจำลองขนาดเล็ก ซึ่งได้พบเบาะแสสำคัญ นั่นคือ ส่วนประกอบสารเคมีในที่เกิดเหตุ ที่ช่วยกริซซั่มคลี่คลายคดีนี้ลงได้ในที่สุด ทั้งซิมม์และฮ็อดเจส เหมือนจะเป็นคู่ปรับกันอยู่ตลอดเวลา แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อนข้างคลุมเครือ ฮ็อดเจส เคยบ่น ซิมม์ ว่าเธอชอบเข้ามาควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง และ เขาคิดว่าเธอ เป็นคนใจเย็นเกินไปสำหรับแล็บแห่งนี้ ซึ่ง ซิมม์ เองก็ชอบพูดจาดูหมิ่น ฮ็อดเจสว่า "Freaky Boy" หรือ "Loser" ด้วยเช่นกัน แต่เธอก็ยกย่องฮ็อดเจสว่า เป็นคนที่สืบสวนสอบสวนอย่างเต็มที่และอย่างละเอียดถี่ถ้วน ครั้งหนึ่ง ซิมม์ กับ ด็อกเตอร์ ร็อบบิ้นส์ เคยมีการโต้แย้งกันครั้งใหญ่เกี่ยวกับหลักฐานรอยเลือด แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยดี ในซีซั่นที่ 8 ตอน The Chick Chop Flick Shop มีการเปิดเผยว่า เธอเคยเป็นนักแสดงภาพยนตร์แนวสยองขวัญ หลังออกจากมหาวิทยาลัยด้วย ตอน The Theory of Everything มีการเปิดเผยว่า เธอเป็นแฟนพันธุ์แท้ภาพยนตร์เรื่อง Star Terk ซึ่งในซีซั่นที่ 9 ตอน A Space Oddity เธอเองเป็นแฟนพันธุ์แท้ภาพยนตร์เรื่อง Astro Quest ซึ่งร่วมไปถึงฮ็อดเจสเองด้วยที่ชอบหนังเรื่องนี้
  • เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 2 ไรลี่ย์ อดัมส์ - CSI Level 2: Riley Adams (แสดงโดย Lauren Lee Smith) ก่อนหน้านี้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ เซนต์ หลุยส์ และกลายมาเป็นเจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 2 อันเนื่องมาจากมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ในหน่วยตำรวจของเมือง ลาสเวกัส ซึ่งยังคงมีสถานการณ์ที่ค่อนข้างระส่ำระส่ายเกี่ยวกับการถูกยิงของ วอร์ริค บราวน์ อยู่ เธอมีความฉลาดหลักแหลมและความคล่องตัวสูง ลักษณะของอาชีพของเธอดูจะตรงข้ามกับของพ่อเธอที่มีอาชีพเป็น นักจิตวิทยา โดยสิ้นเชิง
  • เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 หัวหน้ากะกลางคืน ด็อกเตอร์ กิลเบิร์ต "กิล" อาเธอร์ กริซซั่ม - CSI Level 3 Night Shift Supervisor: Doctor Gilbert "Gil" Arthur Grissom (แสดงโดย William Petersen) อดีตผู้ดูแลทีมกะกลางคืนของหน่วย CSI ลาสเวกัส และเป็นอดีตหัวหน้าทีม CSI ของซีรีส์นี้ เขาเป็นนักกีฏวิทยา และ พิษวิทยา สำเร็จการศึกษาวุฒิปริญญาตรี สาขาวิชาชีววิทยา จากมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย เมือง ลอสแอนเจลิส หรือ UCLA ถูกลูกน้องตั้งชื่อให้เล่น ๆ ว่า "The Bug Man" หรือ "มนุษย์แมลง" กริซซั่มสามารถใช้ภาษามือได้ และสืบทอดโรคติดต่อทางพันธุกรรมมาจากแม่ของเขา คือโรคกระดูกโกลนงอกผิดปกติ หรือ โอโตสเคลโรซิส (Otosclerosis) โรคที่ทำให้หูของเขาค่อยๆ หนวกลงอย่างช้า ๆ ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางของเรื่องตลอดซีซั่นที่ 3 ของรายการ เพื่อที่โรคจะได้รับการรักษา เขาจะต้องเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติของกระดูกโกลนที่เกิดขึ้น (รวมถึงการฟื้นฟูสภาพ) ซึ่งเขาเข้าผ่าตัดและฟื้นฟูระหว่างซีซั่นที่ 3 ถึงซีซั่นที่ 4 ของรายการ (เพียงแค่กล่าวถึง) งานอดิเรกของเขาก็คือ การเข้าแข่งขันการจับแมลงสาบวิ่งแข่ง, การอ่านหนังสือ และการนั่งรถไฟเหาะ ทีมของเขามีเจ้าหน้าที่หลักอยู่ 4 คนและทีมช่างเทคนิคสนับสนุน ในช่วง 4 ซีซั่นแรก ทีมของเขาประกอบไปด้วย แคทเธอรีน วิลโลวส์, นิค สโตคส์, วอร์ริค บราวน์ และซาร่า ไซเดิล แต่การโยกย้ายบุคลากรกลางซีซั่นที่ 5 ทำให้ทีมของเขาในขณะนั้น ประกอบไปด้วยซาร่า ไซเดิล, เกร็ก แซนเดอร์ส และ โซเฟีย เคอร์ติส ก่อนที่แคทเธอรีน, นิค และวอร์ริค จะย้ายกลับมารวมทีมกับกริซซั่มอีกครั้งในซีซั่นที่ 6 แทนโซเฟีย เคอร์ติส ที่ผันตัวเองไปเป็นนักสืบแผนกสืบสวนแทน ซีซั่นที่ 6 ตอน Way to Go ความสัมพันธ์ระหว่างกริซซั่มและซาร่าเริ่มชัดเจนมากขึ้น ซีซั่นที่ 8 ตอน The Case of the Cross - Dressing Carp ซาร่าได้ตอบรับในการหมั้นของกริซซั่ม ซีซั่นที่ 9 ตอน 19 Down กริซซั่มได้บอกกับสมาชิกทุกคนในทีมว่าเขา ลาออก จากการเป็นสมาชิก CSI และให้แคทเธอรีน เป็นผู้ดูแลทีมกะกลางคืนของหน่วย CSI แทนเขา หลังจากเสร็จคดีฆาตกรต่อเนื่อง Dick & Jane ตอน One to Go กริซซั่มได้เสนองานในการเป็นเจ้าหน้าที่ CSI ให้กับ ด็อกเตอร์ เรย์มอนด์ แลงสตัน ซึ่งเดิมทีถูกจ้างมาเป็น ที่ปรึกษาพิเศษ เกี่ยวกับคดี ฆาตกรต่อเนื่อง Dick & Jane ในฉากสุดท้ายของตอน กริซซั่มได้พบกับ ซาร่า ในป่าแห่งหนึ่ง ของประเทศ คอสตา ริก้า
  • เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 วอร์ริค บราวน์ - CSI Level 3: Warrick Brown (แสดงโดย Gary Dourdan) เขาเป็นชาวเมืองลาสเวกัสและผู้สำเร็จการศึกษา เอกสาขาวิชาเคมี จาก มหาวิทยาลัยแห่งเนวาดา เมืองลาสเวกัส หรือ UNLV ทำงานเป็นนักวิเคราะห์หลักฐานภาพและเสียง เขาเป็นตัวดำเนินเรื่องหลักในซีซั่นที่ 1 (มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในตอนแรกของรายการ) เนื่องจากเขามีปัญหาติดการพนัน ทำให้จุดหลักของเรื่องคือการพยายามเลิกการพนันของเขาที่เป็นไปอย่างช้า ๆ ด้วยความที่เขาเกิดและโตในลาสเวกัส ทำให้วอร์ริครู้จักผับ, บาร์, โรงแรม และคาสิโนต่างๆ ในลาสเวกัสเป็นอย่างดี รวมถึงเหล่าพนักงานและเจ้าของบาร์และคาสิโนนั้นๆ ด้วย เขาอยู่ในทีมของกริซซั่มใน 4 ซีซั่นแรก แต่ถูกย้ายไปอยู่กับแคทเธอรีนในตอนกลางของซีซั่นที่ 5 ก่อนจะกลับมาร่วมทีมกับกริซซั่มในซีซั่นที่ 6 ซึ่งในขณะเดียวกันเขาได้แต่งงานกับทีน่า แฟนสาวที่เป็นแพทย์ ก่อนที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะลุ่มๆ ดอนๆ และได้หย่าร้างในที่สุด ซีซั่นที่ 8 ตอน For Gedda วอร์ริคถูก นายอำเภอแมคคีน ยิงบริเวณคอและอกขณะที่เขากำลังจะขึ้นรถกลับบ้าน กริซซั่มพยายามช่วยชีวิตให้วอร์ริครอด แต่เขาก็เสียชีวิตในที่สุด ในซีซั่นที่ 9 ตอน For Warrick
  • เจ้าหน้าที่แผนกสืบสวน นักสืบ โซเฟีย เคอร์ติส - Homicide Detective: Detective Sofia Curtis (แสดงโดย Louise Lombard) เจ้าหน้าที่ CSI ผู้เป็นส่วนหนึ่งในทีมของกริซซั่ม หลังจากช่วงกลางซีซั่นที่ 5 ถูกลดขั้นโดยผู้ช่วยผู้ควบคุมห้องทดลองอาชญากรรม คอนราด แอ็คลี่ย์ ซึ่งแต่เดิมเป็น หัวหน้ากะกลางวัน และให้ไปช่วยกะกลางคืนแทน ในซีซั่นที่ 6 เธอตัดสินใจลาออกโดยไม่ลังเล และย้ายไปทำหน้าที่เป็นนักสืบในแผนกสอบสวนแทน ปรากฏตัวครั้งแรกในตอน Formalities เป็นตัวละครหลักในซีซั่นที่ 7 และปรากฏตัวครั้งสุดท้ายในซีซั่นที่ 8 ตอน Dead Doll

ตัวละครเสริม[แก้]

ตัวละครเสริมในรายการยังประกอบไปด้วยอาร์ชี่ จอห์นสัน (แสดงโดย Archie Kao), ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคและคอมพิวเตอร์ และ อดีตหัวหน้ากะกลางวันและเป็นผู้ช่วยผู้ควบคุมห้องทดลองอาชญากรรม ที่ได้เลื่อนขั้น รองนายอำเภอ คอนราด แอ็คลี่ย์ (แสดงโดย Marc Vann)

รายชื่อตอน[แก้]

รายการนี้เป็นที่รู้จักดีในการใช้มุมกล้องสุดพิสดาร, การใช้อุปกรณ์อันทันสมัย, บทสนทนาที่เต็มไปด้วยศัพท์เฉพาะ, และการแสดงกราฟิกของวิถีกระสุน, รูปแบบการกระจายของเลือด, ภาพความเสียหายของอวัยวะภายใน, และวิธีการกู้หลักฐานหลากหลายวิธี (ยกตัวอย่างเช่น ลายนิ้วมือจากด้านในของถุงมือลาเท็กซ์), รวมถึงการจำลองเหตุการณ์ขึ้นมาใหม่

แม้ว่าในชีวิตจริงนักอาชญวิทยาเหล่านี้แทบไม่ได้ออกจากห้องทดลองนอกจากออกไปเก็บตัวอย่างภาคสนาม หรือ (ถ้าเคยก็น้อยครั้งมาก) สอบสวนผู้ต้องหา, แต่ CSI ก็แสดงให้เห็นส่วนเล็กๆ ในงานกิจการตำรวจของสหรัฐอเมริกา พร้อมยังแสดงตามงานจริงๆ ซึ่งการสอบสวนส่วนใหญ่ไม่ได้มีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง, ซึ่งยอมเสี่ยงทำให้รายการอาจไม่ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตามนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญในด้านนิติเวชวิทยายังติด้านความสมจริงของรายการอยู่ อย่างเช่นผลวิเคราะห์ทางนิติเวชมักจะเร็วกว่าความเป็นจริงเพื่อพาผู้ชมไปสู่บทสรุปของตอนโดยเร็ว ด้วยอุปกรณ์ทันสมัยที่มีราคาแพงมากในความเป็นจริง กรณีนี้สามารถยกตัวอย่างได้จากหลายๆ ตอนของรายการที่ตัวละครจะใช้โปรแกรมฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ (จำลอง) ในการสืบหลักฐาน เช่นลายนิ้วมือ โดยใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที ในขณะที่การวิเคราะห์ลายนิ้วมือจริงๆ นั้นจะใช้เวลานาน และอาศัยความพิถีพิถันเป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน (นักสืบ) ที่ดูรายการนี้ขอข้อมูลแบบในรายการกับผู้เชี่ยวชาญจริง ซึ่งในชีวิตจริงนั้นยังทำไม่ได้ ยังมีความกังวลจากข้าราชการตุลาการในสหรัฐอเมริกา ด้วยว่าถ้าลูกขุนรับชมรายการนี้อยู่เป็นประจำอาจทำให้เกิดความเชื่อมั่นในหลักฐานทางนิติเวชที่ถูกนำเสนอในศาลมากเกินเหตุ ผลกระทบนี้ถูกเรียกเล่นๆ ว่า "ผลกระทบทาง CSI"

ลักษณะของรายการที่มีอุปกรณ์ล้ำยุคและการใช้อุปกรณ์จากเทคโนโลยีที่กำลังจะถูกสร้างในบางครั้งทำให้รายการนี้เป็นซี่รี่ส์แนววิทยาศาสตร์อนาคต (Future Science - Fiction) ได้อีกด้วยจึงทำให้มันได้รับรางวัล Saturn Award ประจำปี พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) สาขาซี่รี่ส์ทางโทรทัศน์แนววิทยาศาสตร์, แฟนตาซี, หรือสยองขวัญยอดเยี่ยม

รายการนี้ยังมีซี่รี่ส์ภาคเสริมของมันอีกด้วยคือ CSI: Miami ซึ่งเริ่มออกฉายในสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2545 (ค.ศ. 2002) นำแสดงโดย David Caruso ภาคเสริมที่ถูกสร้างอีกเรื่องคือ CSI: NY, นำแสดงโดย Gary Sinise ซึ่งเริ่มออกฉายในสหรัฐอเมริกา ครั้งแรกในช่วงกลางปี พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) ในขณะเดียวกัน รายการที่มีโครงเรื่องคล้ายๆ กันก็ถูกสร้างและนำมาออกฉายในเครือข่ายสถานีของทั้ง CBS และ NBC ทั่วสหรัฐอเมริกา ได้แก่ NCIS (หรือ Navy NCIS), Crossing Jordan, และ Medical Investigation

ในช่วงซีซั่นระหว่างปี 2546 - 2547 (ค.ศ. 2003-2004) รายการนี้ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งในสหรัฐอเมริกา รายการนี้ยังได้รับคำชมว่ามีส่วนในการเพิ่มจำนวนนักศึกษาในสาขาวิชานิติเวชวิทยาศาสตร์เป็นจำนวนมากอีกด้วย ความนิยมในรายการถูกคาดการณ์ว่ามีส่วนมาจากการดำเนินเรื่องในการแก้ปัญหาต่างของผู้เชี่ยวชาญอย่างไม่ลดละ โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544 เนื่องจากการดำเนินเรื่องของมันให้แรงบันดาลใจในการที่จะจัดการกับบรรดาอาชญากรทั้งหลาย เพื่อแสวงหาความยุติธรรมไม่ว่าจะเสี่ยงแค่ไหน

ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) George Eads และ Jorja Fox ถูกไล่ออกโดย CBS โดยถูกกล่าวหาว่าละเมิดกฎในสัญญา โดยที่จอร์จมาทำงานสายเป็นชั่วโมงในวันถ่ายทำซีซั่นที่ห้าวันแรก และจอร์เจียถูกกล่าวหาว่าไม่ได้คอยตอบกลับจดหมายของ CBS ที่แจ้งเตือนให้เธอมาทำงานให้ตรงเวลายิ่งขึ้น ข้อพิพาธคลี่คลายลงภายในหนึ่งสัปดาห์ และทั้งสองก็ได้รับการว่าจ้างอีกครั้งโดย CBS

แม้ว่าเนื้อเรื่องของรายการนี้จะดำเนินไปในเมือง ลาสเวกัส แต่การถ่ายทำเกิดขึ้นในเมืองซานตา คลาริต้า, รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งฉากส่วนใหญ่ก็จะอยู่รอบเมืองซานตา คลาริต้า มีอยู่น้อยครั้งที่ทีมงานจะไปถ่ายทำในตัวเมือง ลาสเวกัส ส่วนใหญ่เพื่อถ่ายฉากที่มีสิ่งก่อสร้างสำคัญของ ลาสเวกัสอยู่

รางวัลที่ได้รับ[แก้]

พ.ศ. 2548

  • รางวัล Screen Actors Guild Award - สาขาทีมนักแสดงละครโทรทัศน์ยอดเยี่ยม
  • รางวัล People's Choice Award - สาขาละครโทรทัศน์ยอดนิยม
  • รางวัล People's Choice Award - สาขานักแสดงละครโทรทัศน์หญิงยอดนิยม - Marg Helgenberger


เกร็ดน่ารู้[แก้]

  • ผู้ที่ชมรายการนี้มักจะได้ยินตัวละครกล่าวถึงรหัส 419 (four-nineteen) หรือรหัส 445 รหัสเหล่านี้คือหนึ่งในรหัสเหตุการณ์ตำรวจเมือง ลาสเวกัส หลัก 400 หรือ รหัส 419 หมายถึง 'พบบุคคลเสียชีวิต'; ในขณะที่รหัส 445 หมายถึง 'พบวัตถุระเบิดอันตราย'
  • Anthony E. Zuiker ผู้สร้างซีรีส์เลือกที่จะให้เมือง ลาสเวกัส เป็นสถานที่ตั้งของทีม CSI ก็เนื่องจากแล็บอาชญากรรมของเมือง ลาสเวกัส ของจริงนั้นเป็นแล็บที่มีงานมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาเป็นอันดับสองรองมาจากแล็บ สำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา - FBI ในเมือง ควอนติโก รัฐเวอร์จิเนีย
  • ในซีซั่นที่ 2 ตอนที่ 23: ตอน The Hunger Artist - ชื่อตอนและโครงเรื่องบางส่วนของตอนนี้ถูกยืมมาจากเรื่องสั้น ประพันธ์โดย Frank Kafka ที่ชื่อว่า A Hunger Artist
  • ในซีซั่นที่ 5 ตอนที่ 8: ตอน Ch-Ch-Changes - ในเรื่องมีนายแพทย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนที่ทำการผ่าตัดแปลงเพศ 'เพื่อสงเคราะห์คนไข้' มีชื่อว่า นายแพทย์ Carl Benway ซึ่งนายแพทย์ Benway นั้นถูกพบบ่อย ๆ ในงานเขียนของ William S. Burroughs ในบทบาทของ "นายแพทย์ผู้ผิดจรรยาบรรณ"
  • ชื่อตอน Ch-Ch-Changes ยังเป็นชื่อเพลงที่สองของ Changes ที่ขับร้องโดย David Bowie ในอัลบั้ม Hunky Dory
  • เว็บไซต์ www.ladyheather.com ที่เคยถูกกล่าวถึงในตอนหนึ่งของ CSI เมื่อมีคนพยายามเข้าไปตามลิงก์นี้ ลิงก์จะเปลี่ยนทางไปยังเว็บไซต์รายการ CSI อย่างเป็นทางการโดยอัตโนมัติ

ดูเพิ่ม[แก้]