ซีเอสไอ: นิวยอร์ก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ซีเอสไอ: นิวยอร์ก
CSI NY.jpg
สัญลักษณ์รายการ ซีเอสไอ: นิวยอร์ก
รูปแบบ สืบสวนสอบสวนฆาตกรรม
ผู้สร้าง แอนโทนี่ อี. ซุยเคอร์ (Anthony E. Zuiker)
คารอล เมนเดลซอห์น (Carol Mendelsohn)
แอน ดอนนาฮิว (Ann Donahue)
แสดง แกรี่ ซีนีส (Gary Sinise)
เซล่า วอร์ด (Sela Ward)
คาร์มีน จีโอวินแน็ซโซ่ (Carmine Giovinazzo)
แอนนา เบ็คแน็พ (Anna Belknap)
โรเบิร์ต จอย (Robert Joy)
เอ.เจ. บัคเล่ย์ (A.J. Buckley)
ฮิล ฮาร์เพอร์ (Hill Harper)
เอ็ดดี้ คาร์ฮิล (Eddie Cahill)
เพลงเริ่มรายการ The Who: "Baba O'Riley"
ต้นกำเนิด สหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา
แคนาดา แคนาดา
จำนวนซีซัน 9
จำนวนตอน 197 (รายชื่อตอน)
การผลิต
ความยาวตอน ประมาณ 40 - 45 นาที
การออกอากาศ
เครือข่าย/สถานี ซีบีเอส
ระบบภาพ 480i (SDTV),
1080i (HDTV)
ออกอากาศ 17 พฤษภาคม 2547 (ใน ซีเอสไอ: ไมอามี่)
22 กันยายน 254722 กุมภาพันธ์ 2556
รายการที่เกี่ยวข้อง
รายการอื่นที่เกี่ยวข้อง ซีเอสไอ: ไครม์ซีนอินเวสติเกชั่น
ซีเอสไอ: ไมอามี่
เว็บไซต์ทางการ
http://www.cbs.com/primetime/csi_ny/

ซีเอสไอ: นิวยอร์ก (อังกฤษ: CSI: NY หรือชื่อเต็มว่า Crime Scene Investigation: New York) เป็นรายการซีรีส์ออกฉายทางโทรทัศน์ที่เกี่ยวกับการทำงานของตำรวจที่เป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกา ที่ผลิตโดยช่อง CBS ร่วมกับบริษัทกิจการบันเทิง Alliance Atlantis, ออกฉายในสหรัฐอเมริกา ที่มีเนื้อเรื่องคาบเกี่ยวมาจาก CSI: Crime Scene Investigation หรือ ซีเอสไอ ไครม์ซีนอินเวสติเกชั่น และ CSI: Miami หรือ ซีเอสไอ ไมอามี่ (ในประเทศไทย ซีรีส์ชุดนี้ถูกเรียกว่า ทีมปฏิบัติการล่าความจริง นิวยอร์ก ตามที่ออกฉายในช่อง AXN ของ True Visions และถูกเรียกว่า ไขคดีปริศนา นิวยอร์ก ตามที่ออกเป็นสื่อบันเทิงตามบ้าน ที่ผลิตและจัดจำหน่ายโดยบริษัท เอสทีจี มัลติมีเดีย จำกัด) รายการนี้มีศูนย์กลางของเรื่องอยู่ที่ทีมนักนิติเวชวิทยา ซึ่งตั้งอยู่ใน นิวยอร์ก

หน่วยนี้จะสืบสวนสอบสวนการเสียชีวิตที่เป็นปริศนา ผิดธรรมดา และบางครั้งก็น่าสยดสยอง เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงและความเป็นมาของผู้ที่เสียชีวิต พวกเขายังสอบสวนอาชญากรรมร้ายแรงอื่น ๆ ด้วย แต่แกนสำคัญส่วนใหญ่ของเรื่องมักจะเป็นการฆาตกรรม

ซีเอสไอ นิวยอร์ก เป็นซี่รีส์เรื่องที่สองของตระกูลซีเอสไอ ที่ถูกยกเลิกการออกอากาศจากซีบีเอส หลังจากออกอากาศมาทั้งหมด 9 ซีซั่น

รายชื่อตัวละคร[แก้]

ตัวละคร แสดงโดย บทบาท ช่วงเวลาที่ปรากฏ
นักสืบระดับ 1 แม็ค เทย์เลอร์ (Detective First Grade: Mac Taylor) แกรี่ ซีนีส (Gary Sinise) นักสืบระดับ 1 (Detective First Grade) // เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 (CSI Level 3) // หัวหน้าแผนกเจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ (CSI Supervisor) เป็นตัวละครหลักในชีซั่นที่ 1 - ซีซั่นที่ 9 ตอน Today is Life
นักสืบระดับ 1 โจเซฟฟิน "โจ" แดนวิลล์ (Detective First Grade: Josephine "Jo" Danville) เซล่า วอร์ด (Sela Ward) นักสืบระดับ 1 (Detective First Grade) // เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 (CSI Level 3) // ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกเจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ (CSI Assistant Supervisor) เป็นตัวละครหลักในชีซั่นที่ 7 - ซีซั่นที่ 9 ตอน Today is Life
นักสืบระดับ 3 แดนนี่ เมสเซอร์ (Detective Third Grade: Danny Messer) คาร์มีน จีโอวินแน็ซโซ่ (Carmine Giovinazzo) นักสืบระดับ 3 (Detective Third Grade) // เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 (CSI Level 3) เป็นตัวละครหลักในชีซั่นที่ 1 - ซีซั่นที่ 9 ตอน Today is Life
นักสืบระดับ 3 ลินด์เซย์ มอนโร (Detective Third Grade: Lindsay Monroe) แอนนา เบ็คแน็พ (Anna Belknap) นักสืบระดับ 3 (Detective Third Grade) // เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 (CSI Level 3) เป็นตัวละครหลักในซีซั่นที่ 2 ตอน Zoo York - ซีซั่นที่ 9 ตอน Today is Life
ด็อกเตอร์ ซิด แฮมเมอร์แบ็ค (Doctor Sid Hammerback) โรเบิร์ต จอย (Robert Joy) เจ้าหน้าที่นิติวิทยา (Medicial Examiner) เป็นตัวละครหลักในซีซั่นที่ 5 - ซีซั่นที่ 9 ตอน Today is Life
เป็นตัวละครเสริมในซีซั่นที่ 2 - 4
อดัม รอส (Adam Ross) เอ.เจ. บัคเล่ย์ (A.J. Buckley) เจ้าหน้าที่เทคนิคแล็บ DNA (DNA Technician) เป็นตัวละครหลักในซีซั่นที่ 5 - ซีซั่นที่ 9 ตอน Today is Life
เป็นตัวละครเสริมในซีซั่นที่ 2 - 4
นักสืบระดับ 3 ด็อกเตอร์ เชลดอน ฮอว์คส์ (Detective Third Grade: Doctor Sheldon Hawkes) ฮิล ฮาร์เพอร์ (Hill Harper) นักสืบระดับ 3 (Detective Third Grade) // เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 2 (CSI Level 2)
อดีตเจ้าหน้าที่นิติวิทยา (Former Medicial Examiner)
เป็นตัวละครหลักในชีซั่นที่ 1 - ซีซั่นที่ 9 ตอน Today is Life
นักสืบระดับ 1 โดนัล "ดอน" แฟล็ค จูเนียร์ (Detective First Grade: Donald "Don" Flank Junior) เอ็ดดี้ คาร์ฮิล (Eddie Cahill) นักสืบระดับ 1 (Detective First Grade) // เจ้าหน้าที่แผนกสืบสวน (Homicide Detective) เป็นตัวละครหลักในชีซั่นที่ 1 - ซีซั่นที่ 9 ตอน Today is Life
นักสืบระดับ 1 สเตลล่า โบนาเซร่า (Detective First Grade: Stella Bonasera) เมลิน่า คานาคารีเดส (Melina Kanakaredes) อดีตนักสืบระดับ 1 (Former Detective First Grade) // อดีตเจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ ระดับ 3 (Former CSI Level 3) // อดีตผู้ช่วยหัวหน้าแผนกเจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ (Former CSI Assistant Supervisor)
ถูกเลื่อนเป็นหัวหน้าแผนกเจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุในนิวออร์ลีนส์ (Promoted to Supervisor of CSI in New Orleans)
อดีตตัวละครหลักในชีซั่นที่ 1 - 6
นักสืบระดับ 3 เอเดน เบิร์น (Detective Third Grade: Aiden Burn) วาเนสซ่า เฟอร์ลิโต้ (Vanessa Ferlito) อดีตนักสืบระดับ 3 (Former Detective Third Grade) // อดีตเจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ (Former CSI)
เสียชีวิตแล้ว (Decreased)
อดีตตัวละครหลักในซีซั่นที่ 1 - 2 ตอน Grand Murder at Central Station

ตัวละครหลัก[แก้]

ชื่อเต็มของตัวละครและตำแหน่งอยู่ด้านล่าง ชื่อที่เพื่อนร่วมงานและเพื่อนๆ เรียกกันจะใส่เครื่องหมายเน้นข้อความเอาไว้

  • เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ นักสืบระดับ 1 แม็ค เทย์เลอร์ - CSI Detective First Grade: Mac Taylor (แสดงโดย Gary Sinise) หัวหน้าทีม CSI ของซีรีส์นี้ เขาเกิดในเมือง ชิคาโก แม้กระทั่งเขาตัดสินใจมาทำงานที่ กรมตำรวจชิคาโก ยึดมั่นในหลัก ทฤษฎีควอนตัม ในสาขาฟิสิกส์ ที่ว่า "ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนสัมพันธ์เกี่ยวโยงกัน" และใช้มันในการไขปริศนาคดีที่สลับซับซ้อนเสมอมา การเสียชีวิตของภรรยา แคลร์ คอนราร์ด เทย์เลอร์ จากเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544 ได้เป็นปัญหา อาการนอนไม่หลับ ของเขาในเวลาต่อมา เขาเคยรับราชการตำแหน่งร้อยโท ในหน่วย นาวิกโยธิน กองทัพเรือ สหรัฐอเมริกา เขาสนิทสนมกับสเตลล่า โบนาเซร่า และงานอดิเรกของเขา ก็คือ การเล่นกีต้าร์เบส ที่ คลับดนตรีแจส ทุกคืนวันพุธ ซึ่งความสามารถนี้ถูกค้นพบโดย ลินด์เซย์ มอนโร ในระหว่างการสืบสวน และเขาก็รู้วิธีการเล่นเครื่องดนตรีชนิดนี้ รวมทั้งรู้ถึงวิธีการถือดาบซามูไรญี่ปุ่น และธนูอีกด้วย ในซีซั่นที่ 3 มีความสัมพันธ์อย่างเปิดเผยกับ ด็อกเตอร์ เพย์ตัน ดริสคอล ซีซั่นที่ 4 เขาได้รับโทรศัพท์ลึกลับตอนเวลา 3.33 น. เป็นประจำ โดยค้นพบว่า โทรศัพท์ลึกลับนี้รู้แต่เพียงว่าเป็นมาจากบุคคลลึกลับเลข 333 ซึ่งภายหลังก็คือ ดรูว์ เบดฟอร์ด และในขณะเดียวกัน ด็อกเตอร์ เพย์ตัน ดริสคอล ตัดสินใจที่จะอยู่ ลอนดอน และไม่กลับมาที่ นิวยอร์ก อีก ตอน Down The Rabbit Hole อาการนอนไม่หลับของเขาเริ่มแย่ลง อันเนื่องมาจาก โทรศัพท์ลึกลับตอนเวลา 3.33 น. และเขาได้เล่าเรื่องให้กับ ดอน แฟล็ค เกี่ยวกับการที่ ด็อกเตอร์ เพย์ตัน ดริสคอล ตัดสินใจที่จะอยู่ ลอนดอน ตอน Hostage เขาถูกจับเป็นตัวประกันในธนาคารโดย อีธาน สก๊อตต และ ตื่นขึ้นมาอย่างไม่ได้สติในรถใต้น้ำ ในซีซั่นที่ 5 ตอน Veritas
  • เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ นักสืบระดับ 1 โจเซฟฟิน "โจ" แดนวิลล์ - CSI Detective First Grade: Josephine "Jo" Danville (แสดงโดย Sela Ward) สมาชิก CSI คนใหม่ ที่มาแทน สเตลล่า โบนาเซร่า เคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ FBI ที่ เวอร์จิเนีย มาก่อน เธอมีความเชี่ยวชาญในการหาหลักฐานทาง DNA มุมมองด้านปรัชญาของเธอจะมองทุกคนว่า เป็นผู้บริสุทธิ์ไว้ก่อน จนกว่าจะมีการพิสูจน์ทางด้านวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตาม เธอเองก็มีภูมิหลัง ทางด้านจิตวิทยาทางอาญาด้วย เธอมีบุตรบุญธรรมหญิง 1 คน การมาถึงที่แล็บอาชญากรรม ทำให้เธอตกใจเมื่อพบศพอยู่บนพื้น ที่แล็บอาชญากรรม ในซีซั่นที่ 7 ตอน The 34th Floor
  • เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ นักสืบระดับ 3 แดนนี่ เมสเซอร์ - CSI Detective Third Grade: Danny Messer (แสดงโดย Carmine Giovinazzo) เขาเติบโตมาจากครอบครัวที่เต็มไปด้วยกรอบและระเบียบวินัยในการดำเนินชีวิต แต่ส่วนตัวเขากลับสร้างสไตล์การทำงานตลอดจนการดำเนินชีวิตให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นั่นคือการผสมผสานแนวความคิดในโลกของพวกที่ไม่ยอมรับและชอบแหกกฎ กับโลกของผู้สร้างกฎและควบคุมมัน เขาเคยทำธุรกิจเกี่ยวกับดนตรีในช่วงเวลาที่สั้น และเคยเป็นนักเบสบอลที่ยอดเยี่ยม เขาเล่นมาตั้งแต่ชั้นประถมจนถึงวิทยาลัย แต่ข้อมือหักระหว่างปะทะคู่ต่อสู้ ทำให้ต้องเลิกเล่นไปในที่สุด หลังจากนั้นเขาไปศึกษาต่อที่ โรงเรียนตำรวจ และสำเร็จการศึกษาเป็นอันดับ 1 ในชั้น เขาได้รับการคัดเลือกเป็นการส่วนตัวจาก แม็ค มาเป็นส่วนหนึ่งของทีม CSI เขาสนิทสนมกับ ดอน แฟล็ค เป็นคนที่ไม่ค่อยเชื่ออะไรง่ายๆ นัก ในซีซั่นที่ 3 ตอน Snow Day เขาเริ่มมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งกับเพื่อนร่วมทีม ลินด์เซย์ มอนโร และถูกจับเป็นตัวประกัน พร้อมกับเพื่อนร่วมทีม อดัม อยู่ในคลังสินค้า ในซีซั่นที่ 5 ตอน The Box แดนนี่ได้รู้ว่าลินด์เซย์กำลังตั้งครรภ์ และในตอน Green Piece แดนนี่ได้แต่งงานกับลินด์เซย์ ในซีซั่นที่ 6 ตอน Epilogue เขาได้บาดเจ็บจากยิงถล่มบาร์ของกลุ่มคนไม่ทราบชื่อ ทำให้เป็นอัมพาตชั่วคราว ภายหลังเขาก็หายดีตามปรกติ ในตอนท้ายซีซั่นที่ 7 เขาได้รับการเลื่อนขั้นเป็น สิบตำรวจเอก และเป็นเจ้าหน้าที่สายตรวจ ในซีซั่นที่ 8 ตอน Officer Involved เขายอมแพ้โดยสมัครใจในการเลื่อนขั้น และกลับมาทำงานที่แล็บอาชญากรรมตามเดิม
  • เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ นักสืบระดับ 3 ลินด์เซย์ มอนโร - CSI Detective Third Grade: Lindsay Monroe (แสดงโดย Anna Belknap) เธอเคยทำงานอยู่ในทีม CSI เป็นเวลา 3 ปีที่ มอนแทนา แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจตามฝันย้ายมาอยู่ที่ นิวยอร์ก หญิงสาวผู้กระตือรือล้นและพร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดเวลา ความกระหายที่จะไขความลับเป็นแรงกระตุ้นให้เธอพร้อมอุทิศชีวิตในการทำงานให้กับทีม CSI เป็นเพราะว่าถิ่นที่เธอกำเนิด ทำให้ แดนนี่ เมสเซอร์ เรียกเธอด้วยความรัก ว่า มอนทาน่า หรือ สาวลูกทุ่ง อยู่เป็นประจำ ตลอดช่วงซีซั่นที่ 3 เธอพยายามอยู่ห่างจากแดนนี่ตลอดเวลา ในขณะเดียวกัน เธอพยายามลืมความทรงจำที่ถูกกระตุ้น จากความลับในอดีตของเธอที่ผ่านมา (ความทรงจำนั้นก็คือ เพื่อนๆ ของเธอถูกฆาตกรรมทั้งหมด แต่เธอรอดชีวิตเพียงคนเดียว) แต่หลังจากตอน Sleight Out of Hand เธอจึงได้ใกล้ชิดกับแดนนี่มากขึ้น และตอน Snow Day พวกเขามีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง ในซีซั่นที่ 5 ตอน The Box เธอได้รับผลการตรวจที่โรงพยาบาลว่าเธอตั้งครรภ์ และในตอน Green Piece ลินด์เซย์ได้แต่งงานกับแดนนี่
  • เจ้าหน้าที่นิติวิทยา ด็อกเตอร์ ซิด แฮมเมอร์แบ็ค - Medicial Examiner: Doctor Sid Hammerback (แสดงโดย Robert Joy) เจ้าหน้าที่นิติวิทยา ที่ถูกนิยามคำจำกัดความว่า "Off-the-charts Genius" หรือ "ยอดอัจฉริยะระดับแนวหน้า" ก่อนหน้านี้เคยเป็น หัวหน้าพ่อครัว และมาเป็นเจ้าหน้าที่นิติวิทยา ในเวลาต่อมา เขาเป็นคนชอบพูดและแสดงความคิดเห็นมากเกินไปในบางครั้ง แต่เขาก็มีความเข้าใจที่ลึกซึ้งและความห่วงใยที่จริงใจ ต่อเพื่อนร่วมทีมของเขา (เห็นได้จากการที่เขาเชิญ แม็ค ไปร่วมงาน เทศกาล วันขอบคุณพระเจ้า กับครอบครัวของเขา เพราะไม่อยากให้ แม็ค ใช้ชีวิตในวันหยุดอยู่คนเดียว) ในซีซั่นที่ 3 ตอน The Ride In เขาเกือบจะเสียชีวิตจากอาการแพ้อย่างรุนแรง อันเนื่องมาจาก แซนด์วิชเนื้อที่เขากินเข้าไป แต่ สเตลล่า ช่วยเหลือไว้ได้ทันเวลา ปัจจุบันเขาแต่งงานแล้ว มีลูกสาว 2 คน ซึ่งคนหนึ่งกำลังศึกษาอยู่ที่ วิทยาลัย และซีซั่นที่ 5 ตอน Page Turner เขาเกือบจะเสียชีวิต อันเนื่องมาจาก พิษกัมมันตภาพรังสีของผู้เคราะห์ร้าย ในห้องเก็บศพ
  • เจ้าหน้าที่เทคนิค ห้องทดลอง อดัม รอส - Laboratory Technician: Adam Ross (แสดงโดย A.J. Buckley) เจ้าหน้าที่แล็บเทคนิค จาก ฟินิกซ์, แอริโซนา เขามีความชำนาญด้าน พิสูจน์ร่องรอยจากหลักฐาน เป็นพิเศษ บางครั้งก็มาพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ไปยังที่เกิดเหตุ เพื่อ สร้าง หรือรวบรวมหลักฐานขึ้นมาใหม่ เขาไม่ชอบหิมะและอากาศเย็น เนื่องจากเขาพูดอยู่เสมอว่าเขามาจาก ฟินิกซ์ และเห็นว่าอากาศที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 85 องศาฟาเรนไฮต์ นั้นเย็นมากสำหรับเขา เขาเคยยอมรับว่า ระหว่างที่เขาเผากระดูกบางอย่างอยู่นั้น ก็ถูกพ่อของเขาข่มขู่และต่อว่า หลังจากนั้นเขาจำได้ว่า จะรู้สึกสะดุ้งและหวาดระแวงเป็นอย่างมากเวลามีใครบางคนตะหวาดและมาตีที่ไหล่เขา ซึ่งทำให้เห็นว่า เขาถูกข่มขู่และทารุณกรรม ตั้งแต่เด็ก เขาได้ให้ความช่วยเหลือ สเตลล่า โดยใช้ชุดทดสอบ PCR เพื่อหาเชื้อ HIV เนื่องจากว่า เธอได้ถูกเศษกระจกบาด จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุแห่งหนึ่ง และสงสัยว่าเศษกระจกที่เปื้อนเลือดเหล่านั้นมีเชื้อ HIV ติดอยู่ และภายหลังพบว่าผลเลือดของเธอเป็น ลบ ในซีซั่นที่ 3 ตอน Snow Day เขากับเพื่อนร่วมทีม แดนนี่ ถูกจับเป็นตัวประกันอยู่ในคลังสินค้า และถูกบุหรี่เผาที่มือของเขาด้วย ซีซั่นที่ 5 ตอน Enough เขาได้รับจดหมายเตือนเกี่ยวกับเวลาการทำงานของเขาได้สิ้นสุดลงแล้ว อดัม ได้ไปพูดคุยกับ แม็ค ซึ่งเขาก็ไม่ทราบเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน แม็ค ได้โต้เถียงกับ หัวหน้านักสืบ ซินแคลร์ เกี่ยวกับการตัดงบประมาณการจ้างเจ้าหน้าที่ เพื่อซื้อเครื่องตรวจ ดีเอ็นเอ เครื่องใหม่ รวมทั้งสเตลล่าในภายหลังด้วย เพราะ เขาต้องการให้เธอยกเลิกการสั่งซื้อเครื่องตรวจ ดีเอ็นเอ เครื่องใหม่ โดยเธอคิดว่าเครื่องตรวจ ดีเอ็นเอ ใหม่ สามารถตามตัวฆาตกรได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และ ใช้เจ้าหน้าที่น้อยลง แต่เมื่อสิ้นสุดการโต้เถียง แม็ค เลือกที่จะให้ อดัม อยู่ที่แล็บต่อไป ซึ่งภายหลัง ระหว่างการโต้เถียงของแม็ค และ สเตลล่า เขาก็ได้ยินเรื่องราวนี้ทั้งหมดอยู่ที่หน้าห้อง ในซีซั่นที่7 ตอน Unfriendly Chat เขาถูกแม็คสั่งพักงาน 3 วัน เพราะแอบแฮ็กเข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ต้องสงสัย ภายหลัง เขาก็กลับมาทำงานตามปรกติ
  • เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ นักสืบระดับ 3 ด็อกเตอร์ เชลดอน ฮอว์คส์ - CSI Detective Third Grade: Doctor Sheldon Hawkes (แสดงโดย Hill Harper) ก่อนหน้านี้เป็นหัวหน้าทีมด้านทีมนิติเวชของทีม CSI ซีรีส์นี้ เขาชื่นชอบความท้าทายในการชันสูตรศพในห้องเงียบๆ เป็นชีวิตจิตใจ ด้วยพรสวรรค์ระดับยอดอัจฉริยะในการเรียน เขาสำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยตั้งแต่อายุ 18 ปี ตอนอายุ 24 ปี เขาเป็นถึงหนึ่งในสมาชิกทีมศัลยกรรมชั้นนำของ สหรัฐอเมริกา ในซีซั่นที่ 2 เขาออกจากห้องชันสูตรศพและเริ่มออกงานภาคสนามกับเพื่อนร่วมทีม ในซีซั่นที่ 3 ตอน Rising Shane เขาถูกจับกุมในฐานะเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีปล้นและฆาตกรรมรายหนึ่ง แต่ท้ายที่สุดก็รอดพ้นจากข้อกล่าวหา เพราะ เพื่อนร่วมทีมช่วยกันหาหลักฐานมัดตัว เชนส์ คาเซย์ ฆาตกรต่อเนื่องได้ (ฮอว์คส์ถูก เชน คาเซย์ ใส่ร้าย เนื่องจากก่อนหน้านั้นเขาเคยเป็นเจ้าหน้าที่นิติวิทยา ชันสูตรศพ แลน คาเซย์ ซึ่งเป็นพี่ชายของ เชนส์ คาเซย์ ว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่เขาไม่เชื่อว่าพี่ชายจะฆ่าตัวตายและแค้นใจมาก จึงได้ฆาตกรรมผู้เกี่ยวที่ข้องกับนี้คดี 3 คนที่เป็นพยาน และฮอว์คส์จึงตกเป็นเป้าหมายคนต่อไป ในฐานะคนที่เคยชันสูตรศพพี่ชายของเขา)
  • เจ้าหน้าที่แผนกสืบสวน นักสืบระดับ 1 โดนัล "ดอน" แฟล็ค จูเนียร์ - Homicide Detective First Grade: Donald "Don" Flank Junior (แสดงโดย Eddie Cahill) นักสืบหนุ่มแนวฮาร์ดคอร์ ผู้ช่ำชองและรู้จักถนนทุกสายในนิวยอร์กเป็นอย่างดี ชนิดหลับตาเดินยังได้ เขาเป็นชายหนุ่มประเภทที่ไม่เคยสงสัยและตั้งคำถามเกี่ยวกับอนาคตของตัวเอง ทำหน้าที่เป็น นักสืบในแผนกสืบสวน เขารังเกียจคนเลวเข้ากระดูกดำ ด้วยไหวพริบที่ยอดเยี่ยมและมุมมองด้านนิติเวชอย่างลึกซึ้ง ดอน แฟล็ค ทำงานอย่างใกล้ชิดกับ แม็ค เทย์เลอร์ และเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ในทีม CSI ได้เป็นอย่างดี เขาสนิทสนมกับ แดนนี่ และรับฟังปัญหาของ แดนนี่ อยู่เสมอด้วยความเต็มใจ เวลาที่เขามีปัญหา ในซีซั่นที่ 2 ตอน Charge of this Post เขาได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิด อาการขั้นโคม่า แต่ซีซั่นที่ 3 อาการดีขึ้นและมาร่วมทีมกับเพื่อนทำงานตามเดิม ซีซั่นที่ 3 ตอน ...Come Around เขาให้ความช่วยเหลือ แม็ค ในการตอบคำถาม เกี่ยวกับการเสียชีวิตของฆาตกรต่อเนื่อง เคลย์ ด็อบสัน แก่ศาล ซีซั่นที่ 5 ตอน Veritas น้องสาวของเขาต้องเป็น ผู้ต้องสงสัย ในคดีปล้นธนาคาร ซึ่งภายหลังก็รอดพ้นข้อกล่าวหา ตอน Dead Inside ความจริงถูกเปิดเผยว่า น้องสาวของเขาเป็นคนติดสุราอย่างหนักและ ในตอนท้ายเขามีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างสนิทสนมกับนักสืบ เจสสิก้า แองเจิล ตอน Rush to Jugdement เขาตกที่นั่งลำบากอย่างหนัก เมื่อ ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตในห้องสอบสวน ระหว่างการสอบปากคำ ทำให้เขาถูกยึดตรานักสืบ และ ลดตำแหน่ง ให้ไปนั่งที่โต๊ะประจำตำแหน่งชั่วคราว จนกว่าจะมีการสืบสวนเสร็จ ซึ่งภายหลังก็รอดพ้นข้อกล่าวหา อันเนื่องมาจาก เพื่อนร่วมทีมได้หาหลักฐานมาสนับสนุน

ตัวละครหลักที่ผ่านมา[แก้]

  • เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ นักสืบระดับ 1 สเตลล่า โบนาเซร่า - CSI Detective First Grade: Stella Bonasera (แสดงโดย Melina Kanakaredes) เธอเป็นลูกครึ่งกรีก - อิตาเลียน ที่อาศัยอยู่ใน นิวยอร์ก ตั้งแต่เกิด เธอเป็นประเภทหญิงเหล็กสู้ไม่ถอยเพื่อความยุติธรรม และอุทิศการทำงานของเธอด้วยความมุ่งมั่นและความชาญฉลาด ความปรารถนาที่ไม่เคยเติมเต็มของเธอ ก็คือ การมอบความเป็นธรรมให้กับเหยื่อการฆาตกรรมที่โหดร้ายทารุณ เธอเป็นเด็กกำพร้าที่มีความเป็นอยู่อย่างลำบากตั้งแต่วัยเยาว์ ในสายตาเพื่อนร่วมงานของเธอ เธอเปรียบเสมือนเทพีแห่งเสรีภาพผู้สง่างามและหลักแหลม เธอสนิทสนมกับ แม็ค ตั้งแต่เป็นหัวหน้าทีมร่วมกัน ซึ่งเธอมีความกังวลเกี่ยวกับสภาวะร่างกายและจิตใจ ของเขาอยู่ตลอดเวลา ในซีซั่นที่ 2 ตอน All Access เธอฆ่าแฟน ที่มีอารมณ์แปรปรวนตลอดเวลา ที่ชื่อว่า แฟรงค์กี้ มาคา ด้วยความที่ไม่ตั้งใจ เพื่อป้องกันตัวเองจากการโดนทำร้ายของแฟนเธอ อันเนื่องมาจาก เธอมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับ แม็ค มากเกินไป ทำให้เขาเกิดความหวาดระแวงในตัวเธอ ในซีซั่นที่ 3 เธอถูกเข้าใจผิดคิดว่า เป็น แคลร์ คอนราร์ด จาก รีด การ์เร็ท เด็กหนุ่มผู้ซึ่งได้รับของขวัญวันเกิดจากแคลร์และรับเป็นบุตรธรรม ก่อนที่เธอได้พบกับ แม็ค ขณะเดียวกัน เธอสงสัยว่าจะติดเชื้อ HIV จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุแห่งหนึ่ง และภายหลังพบว่าผลเลือดของเธอเป็น ลบ โดยเธอได้ทดสอบผลเลือด ที่แล็บอาชญากรรม นิวยอร์ก จากความช่วยเหลือของ อดัม รอส เพื่อนร่วมทีม ที่ทำหน้าที่ในห้องแล็บนี้ ซีซั่นที่ 4 ตอน Deep เธอได้พบกับชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า ดรูว์ เบ็คฟอร์ด ในระหว่างการสืบสวน ซึ่งเขารู้สึกสนใจในตัวเธออย่างลึกซึ้งและส่งของขวัญไปให้เธอตลอดเวลา ซึ่งภายหลังพบว่า ดรูว์ เบ็คฟอร์ด เป็นบุคคลลึกลับเลข 333 ในซี่ซั่น 5 สเตลล่าได้คบหากับ นักดับเพลิงหนุ่มคนหนึ่งแต่เพียงแค่ไม่กี่ตอน หลังจากนั้นเธอก็มีความใกล้ชิดกับแม็คมากขึ้น จนกระทั่งซีซั่น 6 เธอกับแม็คดูเหมือนจะสนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ แต่พวกเขาก็ยังคงสถานะเพื่อนเหมือนเดิม
  • เจ้าหน้าที่พิสูจน์ที่เกิดเหตุ นักสืบระดับ 3 เอเดน เบิร์น - CSI Detective Third Grade: Aiden Burn (แสดงโดย Vanessa Ferlito) เธอเกิดในเมือง บรูคลิน หญิงสาวที่ครบสูตรทั้งจำนวนรอยหยักในสมอง และอัดแน่นไปด้วยเสน่ห์ความเซ็กซี่ที่ดึงดูดใจ มีความสามารถและทักษะสูงในการเอาตัวรอดกับชีวิตข้างถนน และสามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยความสามารถอันหลากหลายผนวกกับพรสวรรค์ด้านศิลปะ เธออุทิศตัวเองให้กับการสืบสวนในทีม CSI เธอกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยเฉพาะหากเป็นคดีที่เกี่ยวกับการพิสูจน์ซากโครงกระดูก เธอคือตัวเลือกอันดับหนึ่ง ในซีซั่นที่ 2 ตอน Grand Murder at Central Station หลังจากที่เพื่อนของเธอเป็นผู้เคราะห์ร้ายในคดี ข่มขืน จึงได้สร้างหลักฐานขึ้นมาเชื่อมโยงไปยังผู้ต้องสงสัย ดี.เจ. แพร็ท ซึ่งเขาถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรข่มขืนผู้เคราะห์ร้ายก่อนหน้านี้ เธอไม่เพียงแต่สร้างหลักฐานขึ้นมาเท่านั้น แต่ได้แกะผนึกซองหลักฐาน ซึ่งประกอบไปด้วย เส้นผมจำนวนหนึ่งของ ดี.เจ. แพร็ท ออกมาด้วย ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ แม็ค ไม่มีทางเลือกที่จะไล่เธอออก เพื่อปกป้องความซื่อสัตย์ต่อห้องแล็บ CSI ของเขาเอง เธอเองได้ยอมรับการตัดสินใจของเขา และแม็คได้ให้สัญญากับเธอว่าเขาจะหาหลักฐานจับตัว ดี.เจ. แพร็ท ให้ได้ หลังจากนั้นเธอจึงออกจากห้องแล็บไป และทำงานเป็นนักสืบเอกชน ซึ่งในขณะเดียวกันก็พยายามหาหลักฐานส่วนสุดท้ายที่จะมัดตัวเขา ในคดีข่มขืนให้ได้ และในตอน Heroes เธอถูกดักซุ่มและล่อลวงออกมา และถูกฆาตกรรมอย่างโหดเหี้ยมจาก ดี.เจ. แพร็ท หลังจากนั้นก็ถูกเผาอยู่ในรถที่ถูกขโมยมาก่อนหน้านี้ หลังจากที่เธอสืบดูพฤติกรรมของเขาเป็นเวลานับเดือน ก่อนที่เธอจะเสียชีวิต ได้ทิ้งหลักฐานชิ้นสำคัญ คือ ร่องรอยกัดบนเบาะรถยนต์ ในขณะเดียวกันเธอได้กัดบนท่อนแขนของเขาด้วย โดยเธอรู้ว่ามันสามารถเชื่อมโยงไปถึงตัวเขาได้จากสิ่งนี้ การถูกฆาตกรรมของเธอ นำความสะเทือนใจมาแก่เพื่อนร่วมทีมทั้งหมด

รายชื่อตอน[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่: รายชื่อตอน ซีเอสไอ: นิวยอร์ก

เนื้อเรื่องคาบเกี่ยว[แก้]

ซีเอสไอ นิวยอร์ก มีเนื้อเรื่องคาบเกี่ยวมาจาก ซีเอสไอ ไมอามี่ 2 ครั้ง ครั้งแรกในซีซั่นที่ 2 ตอน MIA/NYC NonStop ในตอนนี้ วัยรุ่นสาวกลับจากงานปาร์ตี้ใหญ่ที่ ไนท์คลับที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เมื่อมาถึงที่บ้านก็พบว่า พ่อแม่ของเธอ ได้ถูกฆาตกรรมแล้ว จากหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ ทำให้โฮราชิโอ้เชื่อว่าฆาตกรต้องอยู่ในนิวยอร์ก เมื่อเขาเดินทางไปยังนิวยอร์ก เขาได้รับความช่วยเหลือจากนักสืบ แม็ค เทย์เลอร์ หัวหน้าทีม ซีเอสไอ นิวยอร์ก และเหล่าลูกทีมของแม็ค ที่ประกอบไปด้วย นักสืบ สเตลล่า โบเนเซร่า, นักสืบ แดนนี่ เมสเซอร์, นักสืบ ไอเด้น เบิร์น (ตอนหลังเสียชีวิต ในซีซั่นที่ 2 ตอน Heroes) และด็อกเตอร์ เชลดอน ฮอว์คส์ ในการคลี่คลายคดีนี้ว่าใครเป็นฆาตกร

ครั้งที่ 2 ในซีซั่นที่ 4 ตอน Felony Flight ในตอนนี้ นักสืบ แม็ค เทย์เลอร์ จาก นิวยอร์ก เดินทางมายัง ไมอามี่ เพื่อช่วยเหลือ โฮราชิโอ้ ตามหาฆาตกรต่อเนื่อง เฮ็นรี่ เดนเรียส ก่อนที่เขาจะฆ่าเหยื่อรายต่อไป เรื่องราวยังคงดำเนินต่อไปมาสู่ ซีเอสไอ นิวยอร์ก ซีซั่นที่ 2 ตอน Manhattan Manhunt เมื่อ เฮ็นรี่ เดนเรียส ได้เดินทางหลบหนีมายัง นิวยอร์ก พร้อมตัวประกันซึ่งเป็นนักเรียน เพื่อเรียกค่าไถ่จากครอบครัวของเธอ โดยโฮราชิโอ้ ได้เดินทางกลับมายัง นิวยอร์ก พร้อมกับ แม็ค เพื่อออกตามหาเขาต่อไป

นอกจากนี้ยังมีเนื้อเรื่องคาบเกี่ยวกับของซีเอสไอทั้ง 3 เมือง ทั้งไมอามี่,นิวยอร์ก และลาสเวกัส โดยเนื้อเรื่องจะเริ่มขึ้นใน ซีเอสไอ ไมอามี่ ซีซั่นที่ 8 ตอน Bone Voyage เป็นตอนแรก แล้วสานต่อเรื่องราวตอนที่สองใน ซีเอสไอ นิวยอร์ก ซีซั่นที่ 6 ตอน Hammer Down แล้วไปจบที่ ซีเอสไอ ไครม์ซีนอินเวสติเกชั่น ซีซั่นที่ 10 ตอน The Lost Girls

ดูเพิ่ม[แก้]