ซีปัง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ซีปัง
Zipang 01.jpg
ชื่อไทย ซีปัง
ชื่อญี่ปุ่น ジパング
ชื่ออังกฤษ Jipangu
ประเภท เซเน็น
แนว อิงประวัติศาสตร์, การเมือง, สงคราม, ไซไฟ
มังงะ
เขียนเรื่อง ไคจิ คาวางูจิ
สำนักพิมพ์ ญี่ปุ่น โคดันฉะ
ไทย วิบูลย์กิจ
ลงนิตยสาร ญี่ปุ่น Weekly Morning
เมื่อ 23 มกราคม 25445 พฤศจิกายน 2552
จำนวนเล่ม 43 เล่ม (ญี่ปุ่น) จบ
36 เล่ม (ไทย)
ภาพยนตร์การ์ตูนโทรทัศน์
ผู้กำกับ คาซุฮิโระ ฟุรุฮาชิ
ผลิตโดย สตูดิโอดีน
ฉายทาง ญี่ปุ่น Tokyo Broadcasting System
ฉายครั้งแรก 7 ตุลาคม 2547 - 31 มีนาคม 2548
จำนวนตอน 26 ตอน
Wikikartoon.png ส่วนหนึ่งของสารานุกรมการ์ตูนญี่ปุ่น

ซีปัง (ญี่ปุ่น: ジパング Jipangu ?) (อังกฤษ: Zipang) เป็นผลงานของไคจิ คาวางูจิ ผู้เขียนยุทธการใต้สมุทร ปัจจุบันกำลังตีพิมพ์ในประเทศไทย โดยสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจปัจจุบันวางขายถึงเล่มที่ 34 และที่ประเทศญี่ปุ่นได้พิมพ์จบแล้ว ถึงเล่มที่ 43

เนื้อเรื่อง[แก้]

เรือลาดตระเวณชั้นเอจิส (AEGIS) ของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของประเทศญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน ชื่อ "มิไร" (DDG-182 Mirai, มิไร แปลว่า "อนาคต") ได้บังเอิญย้อนเวลากลับไปยังสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง และต้องเผชิญหน้าทั้งกับกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่น และกองทัพของสหรัฐอเมริกา โดยมีตัวละครหลักคือนายทหารเรือของจักรพรรดินาวีญี่ปุ่น คุซากะ ทาคุมิ ได้รู้ถึงอนาคตของประเทศญี่ปุ่นจากฐานข้อมูลในเรือมิไร จึงได้พยายามเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์โดยพยายามให้ญี่ปุ่นเร่งสร้างอาวุธนิวเคลียร์ให้ได้ก่อนอเมริกา เพื่อให้ญี่ปุ่นรอดจากการแพ้สงคราม ให้ญี่ปุ่นใหม่กลายเป็นประเทศในฝันตามชื่อ "Zipang"

ตัวละคร[แก้]

ลูกเรือ DDG-182 Mirai (สังกัด JMSDF)[แก้]

  • โยสุเกะ คาโดมัตสึ (角松 洋介, Kadomatsu Yōsuke)

ตัวละครเอกของเรื่องนี้ คาโดมัตสึมียศเป็นนาวาโทแห่งกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่น ตำแหน่งต้นเรือและรองผู้บังคับการเรือมิไร (ต่อมาเมื่อนาวาเอกอุเมสึซึ่งเป็นผู้บังคับการเรือได้รับบาดเจ็บจึงได้เลื่อนขึ้นเป็นผู้บังคับการเรือแทน)

  • มาซายุกิ คิคุจิ (菊池 雅行, Kikuchi Masayuki)

ต้นปืนประจำเรือมิไร ยศนาวาตรีแห่งกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่น ในช่วงแรกของเรื่องเป็นนายทหารที่ไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอดีต แต่ด้วยคำหว่านล้อมของคุซากะทำให้มาซายุกิเปลี่ยนใจไปเข้ากับจักรวรรดิญี่ปุ่น แม้คาโตมัตสึจะห้ามแล้วก็ตามแต่มาซายูกิก็เชื่อความคิดตัวเองและยึดอำนาจไปจากเรือทำให้คาโตมัตสึต้องยอมลงจากเรือเพื่อรักษาความสงบไว้

  • โคเฮ โองุริ (尾栗 康平, Oguri Kouhei)

ต้นหนประจำเรือมิไร ยศนาวาตรีแห่งกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่น

  • ซาบุโระ อุเมสึ (梅津 三郎, Umezu Saburo)

นาวาเอกแห่งกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเล ผู้บังคับการเรือ (กัปตัน) และเป็นผู้มีอำนาจสั่งการสูงสุดของเรือมิไร เขาให้ความเอาใจใส่ต่อลูกเรือและให้ความสำคัญสูงสุดต่อการรักษาชีวิตกำลังพลของตนเองได้ คนที่เคยทำงานกับอุเมสึต่างเรียกเขาว่า "ตะเกียงที่จุดในเวลากลางวัน" (昼行灯, ฮิรุอันดง) จากนิสัยของเขาที่เป็นคนเรียบง่ายและไม่ใคร่จะระวังสิ่งรอบข้างตนเองนัก หลังจากเรือมิไรได้ย้อนอดีตกลับมาสู่สงครามโลกครั้งที่สองอย่างลึกลับ อุเมสึได้เสนอต่อลูกเรือของตนไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ในสงครามครั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของประวัติศาสตร์

อุเมสึชาญฉลาดในการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล ไม่ว่าเมื่อเรือมิไรจะถูกโจมตีหรือลูกเรือของตนจะตัดสินใจเข้าร่วมรบกับจักรพรรดินาวีญึ่ปุ่นก็ตาม ระหว่างที่เรือมิไรปฏิบัติการถอนกำลังทหารญี่ปุ่นในหมู่เกาะอะลูชัน (Aleutian Islands) อุเมสึได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างหนักระหว่างที่เรือมิไรสู้กับเรือรบชั้นแอตแลนตาของสหรัฐอเมริกา เขาจึงต้องเข้ารับการรักษาตัวที่เมืองโยโกสึกะและมอบอำนาจตำแหน่งผู้บังคับการเรือให้แก่คาโดมัตสึ ต่อมาเมื่ออุเมสึทราบข่าวว่าคุซากะมีแผนการสร้างระเบิดปรมาณูจึงเดินทางไปยังเมืองนานกิงพร้อมกับเรือโทคิซารากิแห่งจักรพรรดินาวีญี่ปุ่นเพื่อหยุดยั้งแผนการของคุซากะแต่ไม่สำเร็จและเสียชีวิตระหว่างพยายามขัดขวางการเคลื่อนย้ายยูเรเนียมความเข้มข้นสูงของคุซากะ

  • ซาจิโกะ โมโมอิ (桃井 佐知子, Momoi Sachiko)

เรือเอกแห่งกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลและแพทย์ประจำเรือมิไร เธอเป็นลูกเรือหญิงเพียงคนเดียวบนเรือลำนี้ เธอมีทัศนคติที่เป็นกลางและไม่สนใจในการร่วมถกเถียงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นเพราะเธอเห็นว่าการรักษาพยาบาลผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งที่เธอให้ความสำคัญมากที่สุด

  • มาโมรุ ซาตาเกะ (佐竹 守, Satake Mamoru)

เรือเอกแห่งกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเล นักบินประจำเครื่องบินขึ้นลงทางดิ่ง "อุมิโดริ" (MVSA-32J Umidori) ของเรือมิไร เขาเป็นคนที่มีนิสัยจริงจังและบางครั้งก็ขาดความอดทนต่อการอยู่ในระเบียบวินัย หลังการย้อนอดีตมาสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ไม่กี่วัน ซาดาเกะและโมริ พลปืนประจำเครื่องอุมิโดริ ได้รับคำสั่งจากคาโดมัตสึให้ทำการลาดตระเวนในแถบโองาสะวาระเพื่อพิสูจน์ว่าตนอยู่ในยุคสงครามโลกจริงหรือไม่ เขาได้ตัดสินใจบินลาดตระเวนเหนือพื้นที่ดังกล่าวเพียง 500 ฟุต ทำให้ซาตาเกะและโมริถูกโจมตีจากเครื่องบินทะเลขับไล่แบบ 2 ของกองทัพจักรวรรดิ 2 ลำ และเป็นเหตุในโมริเสียชีวิต ซาตาเกะจึงโทษตัวเองว่าเพราะการตัดสินใจผิดพลาดของตนจึงทำให้โมริต้องเสียชีวิต ภายหลังเมื่อเรือมิไรปฏิบัติการร่วมกับจักรพรรดินาวีในการถอนกำลังทหารในน่านน้ำนิวกินี กองทัพสหรัฐอเมริกาได้ทุ่มกำลังฝูงบินขนาดใหญ่ทำลายเรือมิไร ซาตาเกะจึงนำเครื่องบินอุมิโดริขึ้นรบเพื่อคุ้มกันเรือจากการถูกทิ้งระเบิดและได้นำเครื่องบินของตนเข้าขวางลูกระเบิดที่กำลังจะพุ่งเข้าใส่เรือมิไรเนื่องจากปืนกลประจำเครื่องบินไม่สามารถใช้งานได้ หลังการรบปรากฏว่าซาตาเกะหายสาบสูญ

จักรพรรดินาวีญี่ปุ่น[แก้]

  • ทาคุมิ คุซากะ (Takumi Kusaka)

นาวาตรีเหล่าทหารสื่อสารแห่งจักรพรรดินาวีญี่ปุ่น ได้รับความช่วยเหลือจากนาวาโทคาโดมัตสึแห่งเรือมิไรหลังจากที่เครื่องบินซีโร่ที่ตนนั่งมาถูกยิงตกทะเลระหว่างเดินทางจากมิดเวย์เพื่อส่งมอบบันทึกการรบในยุทธนาวีมิดให้แก่กองบัญชาการกองทัพเรือผสม การที่เขาได้รับความช่วยเหลือจากคาโดมัตสึทำให้เขาได้รับรู้ถึงอนาคตของญี่ปุ่นในอนาคต ซึ่งเป็นฝ่ายพ่ายแพ้สงครามและฟื้นตัวขึ้นมาใหม่อีกครั้งด้วยอิทธิพลของสหรัฐอเมริกา คุซากะจึงเกิดความรู้สึกปฏิเสธต่ออนาคตของญี่ปุ่นยุคหลังสงครามที่เขาได้เห็น และต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์อนาคตใหม่ให้ญี่ปุ่นยุคหลังสงครามยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้โดยไม่พบกับความพ่ายแพ้ และปราศจากอิทธิพลของการปกครองของทหาร โดยเขาเรียกชื่อญี่ปุ่นใหม่ในความคิดของตนว่า "ซีปัง" คุซากะจึงเริ่มทำการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์หลายเหตุการณ์ ทั้งโดยการลงมือด้วยตัวเองและยืมมือคนอื่นให้ช่วย เพื่อให้เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เขาได้รับรู้มาถึงเร็วกว่าที่บันทึกไว้ พร้อมทั้งยังคิดที่จะสร้างระเบิดปรมาณูให้สำเร็จก่อนสหรัฐอเมริกา โดยเป้าหมายคือการใช้เป็นเครื่องมือในการเจรจาสันติภาพกับสหรัฐอเมริกาด้วย

  • คาซึมะ สึดะ (Kazuma Tsuda)

เรือเอกแห่งจักรพรรดินาวีญี่ปุ่น เขาเป็นนายทหารสื่อสารฝีมือดี และเป็นนักเรียนนายเรือรุ่นน้องของคุซากะและนับถือในตัวคุซากะมาก หลังการหายสาบสูญของนาวาตรีคุซากะที่มิดเวย์และมีข่าวเกี่ยวกับการปรากฏตัวของเรือลึกลับ ทำให้เขาเกิดความสงสัยว่าเรื่องทั้งสองจะมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ จึงทำการตรวจสอบจนกระทั่งพบกับคุซากะและคาโดมัตสึที่สิงคโปร์ และนำไปสู่การพบกับเรือมิไร ในระยะที่เขาได้อยู่ในเรือมิไรนั้น เขาเกือบจะคว้านท้องตัวเองเพราะถือว่าตัวเองเป็นเชลยจากการที่เรือมิไรทำการยิงปืนเรือขัดขวางการยิงถล่มกองทัพสหรัฐอเมริกาที่กัวดาคาแนลของเรือประจัญบานยามาโตะ เขารับปากที่จะเดินทางไปยังเยอรมนีเพื่อลอบสังหารอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำนาซีเยอรมนี ตามคำขอของคุซากะซึ่งต้องการจะเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ แต่ไม่สำเร็จ เขาสามารถหลบหนีฝ่ายเยอรมนีออกมาได้แต่ถูกยิงบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

  • เออิจิโร ทาคิ (Eiichirō Taki)

นายพลเรือเอกแห่งจักรพรรดินาวีญี่ปุ่น ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพเรือผสมของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เขามีความสนใจในเรือมิไรเป็นอย่างมากนับตั้งแต่พบเห็นเรือลำนี้โผล่ขึ้นมาอยู่กลางกองเรือที่เดินทางไปร่วมยุทธนาวีที่มิดเวย์และสามารถเอาตัวรอดจากการสกัดกั้นของเรือรบจักรวรรดิได้ ศักยภาพของเรือมิไรจึงทำให้ยามาโมโตะต้องการจะให้เรือลำนี้เข้าร่วมรบในกองทัพเรือผสมเพื่อให้ญี่ปุ่นเอาชนะกองทัพสหรัฐอเมริกาและหาทางเปิดการเจรจาสันติภาพได้

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]