ซะกะโมะโตะ เรียวมะ
- ชื่อของบุคคลนี้ที่แสดงเป็นชื่อบุคคลญี่ปุ่น ซึ่งเรียงโดยใช้นามสกุลนำหน้าชื่อ
-
สำหรับละครโทรทัศน์ญี่ปุ่น ดูที่ เรียวมะ จอมคนพลิกแผ่นดิน
| ซะกะโมะโตะ เรียวมะ 坂本龍馬 |
|
|---|---|
ภาพถ่ายของซะกะโมะโตะ เรียวมะ |
|
| เกิด | 3 มกราคม ค.ศ. 1836 โคจิ, แคว้นโทะสะ, ญี่ปุ่น |
| เสียชีวิต | 10 ธันวาคม ค.ศ. 1867 (31 ปี) เกียวโต, ญี่ปุ่น ถูกลอบสังหาร |
| สัญชาติ | ญี่ปุ่น |
| ชื่ออื่น | ไซดะนิ อุเมะทะโร (才谷 梅太郎) อิมินะ: นะโอะคะเงะ, นะโอะนะริ |
| อาชีพ | ซามูไร, นักการเมือง |
| คู่สมรส | นะระซะกิ เรียว |
| บิดา มารดา | ซะกะโมะโตะ ฮะจิเฮ (บิดา) ซะกะโมะโตะ ซะจิ (มารดา) |
ซะกะโมะโตะ เรียวมะ (ญี่ปุ่น: 坂本龍馬 さかもと りょうま Sakamoto Ryōma, 3 มกราคม ค.ศ. 1836 - 10 ธันวาคม ค.ศ. 1867 ?) เป็นซามูไรผู้มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวล้มล้างระบอบการปกครองของรัฐบาลโชกุนโทะคุงะวะในช่วงยุคบะคุมัตซึ (ปลายยุคเอโดะ) เพื่อสร้างความเสมอภาคในสังคมญี่ปุ่น และปฏิรูปประเทศให้ไปสู่ความทันสมัยตามอย่างชาติยุโรปตะวันตก เขายังเป็นผู้ก่อตั้งไคเอ็นไตซึ่งเป็นบริษัทพาณิชย์นาวีแห่งแรกของประเทศญี่ปุ่นและเป็นลูกศิษย์ของคัตสึ ไคชู ผู้วางรากฐานแห่งกองทัพเรือจักรวรรดิญี่ปุ่น
เนื้อหา |
[แก้] ปฐมวัย
ซะกะโมะโตะ เรียวมะเกิดในปี ค.ศ. 1836 ตรงกับศักราชเทมโป ปีที่ 6 ณ เมืองโคจิ แคว้นโทะสะ (ปัจจุบันแคว้นนี้ได้แก่พื้นที่จังหวัดโคจิ บนเกาะชิโกะกุ) เขาเป็นบุตรของครอบครัวตระกูลซามูไรชั้นโกชิ ซึ่งมีบรรพบุรุษเป็นชนชั้นพ่อค้าทำอาชีพกลั่นสาเกขาย และได้เลื่อนขึ้นเป็นซามูไรโดยการซื้อตำแหน่ง (ซามูไรประเภทนี้นับเป็นซามูไรระดับต่ำที่สุดในระบบศักดินาญี่ปุ่น) ในวัยเด็กนั้นเรียวมะมักถูกรังแกเวลาอยู่ที่โรงเรียน พี่สาวคนหนึ่งของเรียวมะจึงย้ายให้เขาไปเรียนอยู่ในสำนักดาบแทน จนกระทั่งเมื่อเจริญวัยขึ้น เขาก็ได้เป็นครูดาบอยู่ในแคว้นโทะสะแห่งนั้น
ต่อมาในปี ค.ศ. 1853 เรียวมะได้เดินทางไปที่นครเอะโดะเพื่อฝากตัวเป็นศิษย์ของจิบะ ซะดะคิจิ เจ้าสำนักดาบสายโฮะคุชินอิตโตริว อันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พลเรือจัตวาแมทธิว แคลเบรธ เพอร์รี แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ได้นำกองเรือรบมาเยือนประเทศญี่ปุ่น เพื่อบังคับให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศค้าขายกับชาวตะวันตกอีกครั้งหลังจากโดดเดี่ยวตนเองมานานหลายร้อยปี ในระยะดังกล่าวเรียวมะได้ถูกชักจูงให้เกิดความรู้สึกรักชาติจากสำนักเรียนของซามูไรซึ่งสนับสนุนแนวคิดทางการเมืองกลุ่มซนโนโจอิ หรือ "เทิดทูนจักรพรรดิ ขับชาติป่าเถื่อน"
เมื่อเรียวมะสำเร็จวิชาดาบและเดินทางกลับมาที่โทะสะ เขาถูกชักชวนให้เข้าร่วมกลุ่มโทะสะคินโนโท ซึ่งเป็นกลุ่มซามูไรระดับล่างหัวรุนแรงในแคว้นโทะสะภายใต้การนำของทะเคะจิ ฮัมเปตะ ผู้ยึดมั่นในแนวคิดเทิดทูนพระจักรพรรดิและต่อต้านรัฐบาลโชกุนโทะคุงะวะ ทว่าเมื่อสถานการณ์บีบคั้นมากขึ้น เนื่องจากแนวทางการขับไล่ต่างชาติของซามูไรระดับล่างไม่ได้รับการตอบสนองจากชนชั้นปกครองในแคว้น ประกอบกับความขัดแย้งทางความคิดของเรียวมะซึ่งไม่เห็นด้วยกับแนวทางใช้ความรุนแรงของฮัมเปตะ เขาจึงตัดสินใจหนีออกจากแคว้นโทะสะ และใช้ชีวิตร่อนเร่ไปยังที่ต่างๆ ในฐานะโรนินหรือซามูไรไร้นาย[1]
[แก้] ศิษย์ของคัตสึ ไคชู
ในช่วงที่ใช้ชีวิตแบบโรนินอยู่นั้น ซะกะโมะโตะ เรียวมะได้เดินทางไปยังที่ต่างๆ ในหมู่เกาะญี่ปุ่น และเมื่อเดินทางมาถึงเอะโดะ เขาก็ได้พบกับคัตสึ ไคชู ขุนนางระดับสูงของรัฐบาลโชกุนโทะคุงะวะผู้มีหัวคิดก้าวหน้าและกำลังดำเนินการจัดตั้งกองทัพเรือขึ้นในเวลานั้น
เรื่องราวเกี่ยวกับการพบกันของเรียวมะกับคัตสึที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายกล่าวว่า เรียวมะซึ่งเป็นโรนินที่มีความคิดแบบซนโนโจอิ ได้ตัดสินใจที่จะฆ่าคัตสึเพราะเห็นว่าสนับสนุนให้ชาวต่างชาติเข้ามาย่ำยีประเทศ แต่ในวันที่เขาลอบเข้าไปในจวนของคัตสึนั้น คัตสึได้ขอให้เรียวมะฟังแนวคิดที่เขามีต่อประเทศญี่ปุ่นเสียก่อนแล้วจึงค่อยฆ่าเขา ซึ่งนั่นก็คือแนวคิดการเรียนรู้วิทยาการและอารยธรรมให้เท่าเทียมกับตะวันตก แล้วนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับญี่ปุ่น เพื่อเสริมสร้างกำลังอำนาจของญี่ปุ่นระยะยาวด้วยกองทัพเรือที่เข้มแข็ง อันจะเป็นหลักประกันให้แก่เอกราชของญี่ปุ่นได้ เรียวมะเมื่อได้ฟังดังนี้แล้ว จึงกลับใจขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ และทำงานเป็นทั้งผู้ช่วยและผู้คุ้มกันของคัตสึ ไคชู[2]
อย่างไรก็ตาม มีหลักฐานในอีกทางหนึ่งที่กล่าวถึงการพบกันระหว่างเรียวมะกับคัตสึที่แตกต่างออกไป ซึ่งระบุว่า ในวันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ. 1862 เรียวมะกับพรรคพวกได้ขอเข้าพบมัตสึไดระ ชุนงะคุ ไดเมียวแห่งแคว้นเอจิเซ็น (ปัจจุบันแคว้นนี้คือจังหวัดฟุกุอิ) ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในรัฐบาลโชกุน โดยผ่านการแนะนำจากจิบะ จูทะโร บุตรชายของจิบะ ซะดะคิจิ ผู้เป็นครูดาบของเรียวมะ เพื่อหาทางให้เรียวมะได้พบกับคัตสึ[3][4] หลังจากนั้นในวันที่ 9 ธันวาคม ปีเดียวกัน เรียวมะพร้อมด้วยเพื่อน 2 คน คือ คะโดะตะ ทะเมะโนะสุเกะ และคนโด โจจิโร จึงได้เข้าพบคัตสึพร้อมกับจดหมายแนะนำตัวจากมัตสึไดระ และได้ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของคัตสึในคราวนั้น[5][6] ทั้งหมดได้เข้ารับการฝึกหัดการเดินเรือที่ศูนย์ฝึกทหารเรือในหมู่บ้านโกเบ (ปัจจุบันคือเมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโงะ) ซึ่งคัตสึ ไคชู ได้จัดตั้งขึ้นตามแนวคิดการสร้างกองทัพเรือแบบชาติตะวันตก
[แก้] สู่สนามการค้าและการเมือง
ปี ค.ศ. 1864 รัฐบาลโชกุนโทคุงะวะเริ่มดำเนินนโยบายการปกครองไปในทางที่แข็งกร้าวมากขึ้น คัตสึ ไคชู ถูกปลดจากตำแหน่งเจ้ากรมทหารเรือ และศูนย์ฝึกทหารเรือที่โกเบได้ถูกรัฐบาลสั่งปิดเนื่องจากรัฐบาลเห็นว่าที่นี่เป็นแหล่งซ่องสุมของกลุ่มซามูไรหัวรุนแรงที่นิยมแนวทางซนโนโจอิ[ต้องการอ้างอิง] เรียวมะจึงย้ายจากโกเบไปยังเมืองคะโงชิมะในความปกครองของแคว้นซัตสึมะ ซึ่งที่นั่นได้พัฒนาขึ้นจนกลายเป็นศูนย์กลางของขบวนการต่างๆ ที่เคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านรัฐบาลโชกุน
เรียวมะได้กลายเป็นตัวกลางในการเจรจาลับให้แคว้นซัตสึมะและแคว้นโจชูร่วมมือกันเป็นพันธมิตรต่อต้านรัฐบาลโชกุน ทั้งนี้เนื่องจากว่าทั้งสองแคว้นนั้นต่างเป็นศัตรูกันมาตลอดตั้งแต่อดีต ในขณะนั้นนับได้ว่าเรียวมะมีฐานะเป็นคนนอกที่เป็นกลางไม่เข้าข้างทั้งสองฝ่าย อันเป็นสิ่งจำเป็นในการทำลายช่องว่างทางความคิดและความรู้สึกของทั้งสองแคว้น นอกจากนี้เขายังได้ก่อตั้งกองเรือเอกชนและบริษัทการค้าชื่อ คะเมะยะมะชาจู (亀山社中) ที่เมืองนะงะซะกิเพื่อบุกเบิกการค้าขายทางทะเลกับชาวต่างประเทศโดยมีคนญี่ปุ่นดำเนินการเอง โดยได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากแคว้นซัตสึมะ (ต่อมาบริษัทนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็นไคเอ็นไตหรือกองหนุนทางทะเล) และส่งเสริมการเปิดประเทศด้วยการเรียนรู้ภาษา แนวคิด เทคโนโลยีใหม่ๆ จากต่างประเทศ มุ่งสร้างญี่ปุ่นให้เข้มแข็งด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจ แทนการจับดาบขับไล่ชาวต่างชาติดังเช่นที่ซามูไรยุคนั้นกระทำอยู่ บทบาทความเป็นนักปฏิรูปทางความคิดและการเมืองเช่นนี้ทำให้เรียวมะถูกจับตามองจากหลายฝ่าย รวมถึงถูกหมายหัวจากฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลโชกุนโทะคุงะวะซึ่งมีแนวคิดทางการเมืองที่สวนทางกัน เช่น กลุ่มชินเซ็งงุมิ กลุ่มมิมิวะริงุมิ เป็นต้น
แคว้นโจชูได้ชัยชนะต่อรัฐบาลโชกุนโทะคุงะวะต่อเนื่องมาเป็นลำดับในปี ค.ศ. 1866 การล่มสลายของระบอบโชกุนที่ใกล้เข้ามาได้ทำให้เรียวมะกลายเป็นบุคคลที่แคว้นโทะสะเริ่มจับตามองถึงบทบาทและความสำคัญของเขา เขาได้ถูกเรียกตัวให้กลับไปที่โทะสะอย่างมีเกียรติ เนื่องจากในเวลานั้นทางแคว้นโทะสะวิตกกังวลถึงผลสำเร็จของการเจรจาระหว่างรัฐบาลโชกุนกับราชสำนักของพระจักรพรรดิ ซึ่งขัดขวางการล้มล้างรัฐบาลโชกุนโดยการใช้กำลังของพันธมิตรซัตโจ เรียวมะได้แสดงบทบาทอย่างสำคัญยิ่งในการเจรจาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นลำดับ โดยการหว่านล้อมผู้ใหญ่ในรัฐบาลให้เล็งเห็นถึงผลดีในการล้มเลิกการปกครองระบอบรัฐบาลทหารของโชกุน และจัดตั้งสภาบริหารการปกครองโดยให้ไดเมียวจากแคว้นต่างๆ มีส่วนร่วมในการปกครอง[ต้องการอ้างอิง] กระทั่งนำไปสู่การยอมสละตำแหน่งและถวายคืนพระราชอำนาจแก่พระจักรพรรดิของโชกุนโทะคุงะวะ โยะชิโนะบุ ในปี ค.ศ. 1867 ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปเมจิในระยะต่อมา
[แก้] มรณกรรม
ซะกะโมะโตะ เรียวมะ เสียชีวิตจากการถูกลอบสังหารเมื่อ ค.ศ. 1867 ที่ ร้านโอมิยะ (近江屋) ในกรุงเกียวโต พร้อมกันกับนะคะโอะกะ ชินทะโระ ผู้เป็นพี่น้องร่วมสาบาน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนหน้าการปฏิรูปเมจิจะเกิดขึ้นไม่นานนัก รายงานการสอบสวนในชั้นต้นกล่าวหาว่า เหตุฆาตกรรมดังกล่าวเป็นฝีมือของกลุ่มชินเซ็งงุมิ (ภายหลังคอนโด อิซะมิ ผู้นำของชินเซ็งงุมิซึ่งพ่ายแพ้แก่ฝ่ายซัตสึมะและโจชูในนามกองทัพของพระจักรพรรดิและถูกจับเป็นเชลย ได้ถูกประหารชีวิตด้วยข้อกล่าวหาข้างต้น) ทว่ากลุ่มที่สนับสนุนโชกุนอีกกลุ่มหนึ่ง คือ กลุ่มมิมะวะริงุมิของอิมะอิ โนะบุโอะ ได้สารภาพในปี ค.ศ. 1870 ว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุดังกล่าว แม้ว่าซะซะกิ ทะดะซะบุโร และอิมะอิ โนะบุโอะ จะเป็นผู้ที่ถูกประนามจากเรื่องนี้ ทว่าหาได้มีการพิสูจน์สอบสวนในกระบวนการยุติธรรมว่าฆาตกรตัวจริงเป็นใครแต่อย่างใดไม่[7]
สำหรับอายุของเรียวมะขณะที่เสียชีวิตนั้น หากคำนวณตามปฏิทินจันทรคติเก่าของญี่ปุ่น เรียวมะจะมีอายุได้ 33 ปี (เกิดในวันที่ 15 เดือน 11 ค.ศ. 1835 เสียชีวิตในวันคล้ายวันเกิดในปี ค.ศ. 1867) แต่เมื่อนับตามปฏิทินสุริยคติระบบปฏิทินเกรกอเรียน เขาจะมีอายุเพียง 31 ปีเท่านั้น
[แก้] มรดกจากเรียวมะ
เรียวมะนับเป็นนักคิดผู้มองการณ์ไกลด้วยทัศนะที่ว่าญี่ปุ่นไม่ควรย่ำอยู่กับที่ในระบบศักดินาใดๆ อีกต่อไป เขาได้อ่านและได้แรงบันดาลใจจากวลีแรกของคำประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกาที่กล่าวว่า "All men are created equal" หรือ "มนุษย์ทุกคนล้วนถูกสร้างขึ้นมาอย่างเท่าเทียมกัน" (แรงบันดาลใจอีกส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจากประสบการณ์การถูกกดขี่อย่างเลวร้ายจากซามูไรระดับสูงในโทะสะ ซึ่งตนเองได้พบเห็นและถูกกระทำมาตั้งแต่วัยเด็ก) เขาตระหนักว่า หากจะต้องแข่งขันด้านความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีกับโลกภายนอกแล้ว ชาวญี่ปุ่นจำเป็นที่จะต้องปรับตัวให้ทันสมัยเยี่ยงชาวตะวันตกให้มากขึ้น สิ่งที่น่าสนใจจากการทำตัวที่แตกต่างจากบุคคลร่วมสมัยของเรียวมะก็คือ ในรูปถ่ายของเรียวมะที่ปรากฏแพร่หลายนั้น จะเห็นได้ว่าเขาแต่งตัวตามแบบธรรมเนียมของซามูไร แต่ใส่รองเท้าตามแบบชาวตะวันตกด้วย
มุตสึ มุเนะมิตสึ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นในยุคเมจิ ซึ่งเป็นเพื่อนของเรียวมะมาตั้งแต่สมัยเรียนวิชาการเดินเรือที่โกเบ ได้ให้ทัศนะส่วนหนึ่งเกี่ยวกับเรียวมะไว้ดังนี้
|
||
| — มุตสึ มุเนะมิตสึ | ||
ปัจจุบันมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่เรียวมะที่จังหวัดโคจิ และที่เมืองฮะโกะดะเตะ จังหวัดฮกไกโด
นอกจากนี้ ชื่อของเรียวมะได้ถูกนำไปตั้งเป็นชื่อของสถานที่ต่างๆ เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา เช่น
- ท่าอากาศยานโคจิ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "ท่าอากาศยานโคจิเรียวมะ" เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 2003
- ดาวเคราะห์น้อย 2835 เรียวมะ (Asteroid 2835 Ryoma) และดาวเคราะห์น้อย 5823 โอเรียว (Asteroid 5823 Oryo) ได้ถูกตั้งชื่อโดยนักดาราศาสตร์ชาวญี่ปุ่น ตามชื่อของเรียวมะและโอเรียวผู้เป็นภรรยา ตามลำดับ เป็นต้น
[แก้] ครอบครัว
ขวา: รายละเอียดของสุสานของซะกะโมะโตะ เรียวมะ
- บิดามารดา
- พ่อ: ซะกะโมะโตะ ฮะจิเฮ (อิมินะ: นะโอะทะริ)
- แม่: : ซะกะโมะโตะ ซะจิ
- แม่เลี้ยง: ซะกะโมะโตะ อิโยะ
- พี่น้อง
- ซะกะโมะโตะ กอมเป (พี่ชาย)
- ซะกะโมะโตะ จิซึ (พี่สาวคนใหญ่)
- ซะกะโมะโตะ เอะอิ (พี่สาวคนรอง)
- ซะกะโมะโตะ โทะเมะ (พี่สาวคนที่สาม)
- ภรรยา
- นะระซะกิ เรียว (โดยทั่วไปนิยมเรียก "โอเรียว")
- บุตร
- ทะกะมัตซึ ทะโร (ลูกบุญธรรม, ลูกชายของซะกะโมะโตะ จิซึ)
[แก้] อ้างอิง
- ^ Hongo, Jun, "Sakamoto, the man and the myth", Japan Times, April 27, 2010, p. 3.
- ^ 『坂本龍馬と海援隊』(新・歴史群像シリーズ 20)(学研パブリッシング、2009年)p.80
- ^ 福井藩記録『続再夢紀事』
- ^ 亀山社中設立、薩長同盟成立, 翔天隊.com
- ^ 『枢密備忘』
- ^ 『海舟日記』
- ^ Gombrich, Marius, "Crime scene investigation: Edo: Samurai Sakamoto Ryoma's murder scene makes a grisly but fascinating show", The Japan Times, May 7, 2010, p. 15.
- Beasley, W. G. (1972). The Meiji Restoration. Stanford: Stanford University Press. 10-ISBN 0-8047-0815-0; 13-ISBN 978-0-8047-0815-9 (cloth)
- Jansen, Marius B. and Gilbert Rozman, eds. (1986). Japan in Transition: from Tokugawa to Meiji. Princeton: Princeton University Press. 10-ISBN 0-691-05459-2; 13-ISBN 978-0-691-05459-9 (cloth) ... 10-ISBN 0-691-10245-7; 13-ISBN 978-0-691-10245-0 (paper)
- Jansen, Marius B. (1995). Sakamoto Ryoma and the Meiji Restoration. New York: Columbia University Press, 10-ISBN 0-231-10173-2; 13-ISBN 978-0-231-10173-8 (paper)
- _____. (1972). Sakamoto Ryoma and the Meiji Restoration. Stanford: Stanford University Press. 10-ISBN 0-8047-0785-5
- _____. (1961). Sakamoto Ryoma and the Meiji Restoration. Princeton: Princeton University Press.
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- Kōchi Sakamoto Ryōma Memorial Museum
- Hokkaidō Sakamoto Ryōma Memorial Museum (Japanese)
- Nagasaki Kameyamashachū Memorial Museum (Japanese)
- Kyōto National Museum 2005 - Sakamoto Ryōma exhibitions
- 2010 NHK Taiga drama exhibitions "Ryōmaden" (Japanese)
- Nagasaki Museum of History and Culture "Ryōmaden Kan 2010" (Japanese)
- NHK "Ryōmaden" website (Japanese)
- National Diet Library electronic library"Kanketsu senri no koma" (Japanese)
- National Diet Library biography & photo
- National Diet Library Shin seifu koryō hassaku
- Japan Mint: Sakamoto Ryōma 2007 Proof Coin Set
- Japan Mint: Sakamoto Ryōma featured on 2010 Kochi Prefecture coin
- ซาคาโมโต้ เรียวมะ ผู้พลิกโฉมหน้าการปกครองญี่ปุ่น มองเมืองเขาย้อนดูเมืองเรา
- ซากาโมโต เรียวมะที่ผมรู้จัก เรื่องโดย : Bix Mouth