ชูอัน มีโร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ชูอัน มีโร
ภาพงานจิตรกรรมชื่อ "กลางคืน (Nocturne)" ของชูอัน มีโร

ชูอัน มีโร อี เฟร์รา (คาตาลัน: Joan Miró i Ferrà) เกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2436 เป็นจิตรกรและประติมากรชาวคาตาลัน (ประเทศสเปน) ในสกุลศิลปะลัทธิเหนือจริง (surrealism) ภาพของเขาที่แสดงความเคลื่อนไหวไปมาอย่างน่าประหลาดนั้น เขาทำขึ้นจากความเคลื่อนไหวของลายเส้นที่พันกันชุลมุนและความสว่างสดใสของสี ภาพของมีโรเป็นการแปลสิ่งมหัศจรรย์ ซึ่งเป็นความแท้จริงที่พบใหม่นี้ มีความเป็นอยู่อย่างเหมาะสมดีแท้ทีเดียว เพราะโดยข้อเท็จจริงแล้ว ความแท้จริงใหม่นี้ ไม่สามารถจะจับเอาเป็นคำพูด ความคิด หรือภาพให้สมบูรณ์แบบได้เลย ศิลปินลัทธิเหนือจริงและศิลปินเอกของศิลปะนามธรรมผู้นี้ได้พัฒนามาเป็นแบบอย่างศิลปะส่วนตัวอย่างเต็มที่ กลายเป็นผลงานที่สีสันอุดมสมบูรณ์ โดยได้รับอิทธิพลมาจากคันดินสกี อาร์พ และเคล ผลงานของเขาเผยให้เห็นภาษาเชิงกวีนิพนธ์

มีโรได้รับการยอมรับว่ามีเอกลักษณ์ในการถ่ายทอดวัฒนธรรมท้องถิ่น ออกมาเป็นภาพวาดได้อย่างลงตัวและงดงามหาที่เปรียบมิได้ เป็นศิลปินยุค 1893-1983 ซึ่งถือว่าโดดเด่นมากเมื่อเทียบกับรุ่นพี่อย่างปาโบล ปีกัสโซ ร่วมพิสูจน์ภาพเขียนแนวเหนือจริงที่ฉีกจากกรอบและกฎเกณฑ์เดิม ๆ ยอดศิลปินที่นักศิลปะรุ่นใหม่บอกว่า นี่แหละคือฮีโร่ในดวงใจ

ชูอัน มีโร เกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2436 ที่ Passatge del Credit เมืองบาร์เซโลนา แคว้นคาเทโลเนีย ประเทศสเปน บิดาเป็นช่างทองและช่างนาฬิกาชื่อมีเกล อัดเซเรียส อี โดโลเรส เฟร์รา ดี โอโรมี (Miguel Adzeries I Dolores Ferra di Oromi) มีโรใช้ชีวิตวัยเด็กในบาร์เซโลนา แม้เขาจะมีความสนใจศิลปะอยู่บ้างแต่ก็เข้าเรียนที่วิทยาลัยธุรกิจก่อนที่จะเข้าศึกษาในสถาบันวิจิตรศิลป์แห่งบาร์เซโลนา (The Barcelona Ecole des Beaux-Arts) และสถาบันกาลิ (Academie Gali) แต่เรียนไปได้เพียงสามปี ในปี ค.ศ. 1910 เขาล้มป่วยด้วยไข้ไทฟอยด์อย่างรุนแรง ครอบครัวของเขาจึงย้ายไปอยู่ในชนบทที่มอนโตรตช์ (Montroig) มีโรได้เริ่มวาดรูปหรือสร้างงานจิตรกรรมอย่างจริงจังที่บ้านใหม่นั้น

ในปี ค.ศ. 1918 มีโรจัดแสดงผลงานของเขาขึ้นเป็นครั้งแรกที่ดัลเมากัล (Dalmau Gal) เป็นผลงานที่ได้รับความบันดาลใจ มากจากคติพื้นบ้านผสมกับกรรมวิธีของคติโฟวิสต์ (Fauvism; Fauves) เป็นคติทางศิลปะคติหนึ่งเกิดขึ้นในกรุงปารีสเมื่อ ค.ศ. 1905 ผลงานจิตรกรรมของคตินี้นิยมใช้สีสว่าง สดใส รุนแรง ให้ความสำคัญกับอารมณ์ จินตนาการ และความงาม ศิลปินที่มีชื่อเสียงในกลุ่มนี้มีหลายคน เช่น อองรี มาตีส (Henri Matisse ศิลปินชาวฝรั่งเศส ค.ศ. 1869-1954) อองเดร เดอแรง (André Derain ศิลปินชาวฝรั่งเศส ค.ศ. 1880-1954) และดูฟี (Raoul Dufy ศิลปินชาวฝรั่งเศส ค.ศ. 1877-1953)

ในปี ค.ศ. 1919 มีโรเดินทางไปปารีส ที่นั่นเองเขาได้พบกับศิลปินรุ่นพี่เชื้อชาติเดียวกันคือปีกัสโซ ซึ่งคบหากันเรื่อยมา มีโรได้รับอิทธิพลทางความคิดเกี่ยวกับศิลปะบาศกนิยม (cubism) ผสานกับคตินิยมแบบดั้งเดิม (primitivism) เมื่อมีโรเดินทางกลับไปสเปน เขาพยายามแสวงหาแนวทางการสร้างสรรค์ของตนเอง แต่ก็ยังไม่พบแนวทางของตนเองอย่างแท้จริง ผลงานจิตรกรรมของมีโรในช่วงนี้ยังคงอาศัยรูปทรงธรรมชาติเป็นแนว หากแต่ได้ตัดรูปทรงที่ไม่ต้องการบางส่วนออกไปและเพิ่มเติมสีสันที่แปลกใหม่ตามความรู้สึกของเขาลงไป

ในปี ค.ศ. 1920 มีโรเดินทางไปกรุงปารีสอีกครั้งหนึ่ง ในครั้งนี้เขาเข้าร่วมกลุ่มกับศิลปินหัวก้าวหน้า (อาวองการ์ด) ในขณะนั้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ศิลปะคติดาดา (dadaism; dada) กำลังได้รับความสนใจจากศิลปินรุ่นใหม่ ต่อมาลัทธินี้ได้สลายตัวไป เกิดลัทธิเหนือจริง (surrealism) ผู้ก่อตั้งลัทธินี้คือ อองเดร เบรอตง (André Breton กวีชาวฝรั่งเศส ค.ศ. 1896-1966) เบรอตงกล่าวว่า ลัทธิเหนือจริง คือสิ่งที่ดำเนินไปเองตามจิตที่บริสุทธิ์ อาจแสดงออกด้วยถ้อยคำและวิธีการอื่น ๆ โดยปราศจากการควบคุมตามกฎเกณฑ์เก่า ๆ ศิลปินด้านทัศนศิลป์ ในลัทธินี้มีหลายคน เช่น ซัลบาดอร์ ดาลี ฟรานซิส เบคอน (Francis Bacon จิตรกรชาวอังกฤษ เกิด ค.ศ. 1910) มักซ์ แอนสท์ (Max Ernst จิตรกรชาวเยอรมัน ค.ศ. 1891-1976) โดยกลุ่มศิลปินหัวก้าวหน้าซึ่งมีทั้ง นักคิด นักเขียน กวี และจิตรกร มีโรสนใจแนวคิดของลัทธิที่เกิดขึ้นใหม่นี้มากเมื่อเขาได้พบกับเบรอตงในกรุงปารีส

ในปี ค.ศ. 1923 เขากระตือรือร้นที่จะสร้างผลงานตามแนวคิดดังกล่าว มีโรจึงได้เข้าร่วมกับกลุ่มดังกล่าว แนวคิดของลัทธิเหนือจริงมีอิทธิพลต่อเขามากถึงกับประกาศว่า เขาจะฆ่าจิตรกรรมแบบเก่าที่เคยทำมาคือสัจนิยมและบาศกนิยม เพื่อหันมาสร้างสรรค์ผลงานแนวใหม่ตามความคิดของเขา เพื่อสะท้อนความคิดฝันและแรงปรารถนาที่ออกมาจากจิตใต้สำนึกอย่างฉับพลันและเป็นอิสระ ผลงานของมีโรสร้างความตื่นเต้นให้กับกลุ่มเซอร์เรียลลิสม์มาก

ผลงานจิตรกรรมของมีโรที่สร้างขึ้นหลังคริสต์ทศวรรษ 1920 เขาตัดทอนรูปทรงธรรมชาติออกไป เหลือเพียงรูปสัญลักษณ์ที่อาจแทนค่าด้วยรูปทรงเรขาคณิตหรือสีที่เรียบ ๆ โดยนำมาจัดวางเป็นองค์ประกอบอย่างง่าย ๆ ดังนั้นผลงานจิตรกรรมของมีโรจึงมีลักษณะเฉพาะตนที่ต่างไปจากจิตรกรลัทธิเหนือจริงคนอื่น ๆ ที่ยังอาศัยรูปทรงของธรรมชาติเป็นสื่อ

อย่างไรก็ตาม ผลงานศิลปะของมีโรโดยเฉพาะผลงานจิตรกรรมได้รับการยอมรับว่ามีคุณค่าสูงและมีความโดดเด่น เขาจึงเป็นศิลปินที่ได้รับเกียรติจากวงการศิลปะของโลกอย่างกว้างขวางคนหนึ่ง ในช่วงต้นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 มีโรได้รับเชิญให้เดินทางไปเยือนและแสดงผลงานในประเทศต่าง ๆ ทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกาหลายครั้ง และได้สร้างผลงานศิลปะให้กับสถานที่สำคัญ ๆ ของโลกหลายแห่ง ในปี ค.ศ. 1968 เมืองบาร์เซโลนาได้จัดนิทรรศการอย่างยิ่งใหญ่ที่เรียกว่า "ปีแห่งมีโร" เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา และได้สร้างพิพิธภัณฑ์มีโรเพื่อเก็บผลงานจำนวน 40 ชิ้นของมีโรไว้เป็นสมบัติของชาติ

ชูอัน มีโรเป็นศิลปินชาวสเปนคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จมาก เขามีอายุยืนถึง 90 ปี ในปี พ.ศ. 2526 สุขภาพของเขาทรุดลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ที่ปัลมาเดมายอร์กา (Palma de Mallorca) และร่างที่ไร้วิญญาณของเขาได้ถูกเผาที่บาร์เซโลนาแผ่นดินเกิดของเขานั่นเอง