จิ้งจอกทอง
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
| สกุล | Canis |
| สปีชีส์ | C. aureus |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ | Canis aureus Linnaeus, พ.ศ. 2301 |
| สถานะการอนุรักษ์ | สถานะ : ความเสี่ยงต่ำ (lc)[1] |
จิ้งจอกทอง หรือ จิ้งจอกเอเชีย จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม อันดับสัตว์กินเนื้อ วงศ์สุนัข มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Canis aureus ในวงศ์สุนัข (Canidae) เป็นหมาป่าที่มีขนาดเล็กกว่าหมาใน (Cuon alpinus) หูโตและตั้งตรง ขนตามลำตัวค่อนข้างยาวมีสีเทาปนน้ำตาล ลักษณะเด่นคือ หางสั้นเป็นพวง ปลายหางมีสีดำ ขนบริเวณหลังมีสีดำ จิ้งจอกทองตัวเมียมีเต้านม 5 คู่
มีความยาวลำตัวและหัว 60-75 เซนติเมตร ความยาวหาง 20-25 เซนติเมตร น้ำหนัก 8-9 กิโลกรัม กระจายพันธุ์อย่างกว้างขวาง จึงทำให้มีพันธุ์ย่อย (Subspecies) ถึง 13 ชนิด พบตั้งแต่ในยุโรปตะวันออก แอฟริกาเหนือ แอฟริกาตะวันออก ตะวันออกกลาง ปากีสถาน อัฟกานิสถาน อินเดีย เนปาล สิกขิม ภูฏาน พม่า ไทย ภาคเหนือของกัมพูชา ลาว และภาคกลางของเวียดนาม
จิ้งจอกทองหรือจิ้งจอกเอเชีย สามารถปรับตัวให้อาศัยอยู่ในภูมิประเทศที่หลากหลายได้ ทั้ง ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ หรือพื้นที่เสื่อมโทรมตามหมู่บ้าน กินอาหารได้หลากหลาย ทั้งพืชและสัตว์ เช่น นก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ซากพืช ซากสัตว์ บางครั้งอาจขโมยอาหารหรือสัตว์เลี้ยงจากมนุษย์ จิ้งจอกทองมีระบบประสาทตา หู จมูก ดีเยี่ยม ในช่วงผสมพันธุ์อาจพบเห็นอยู่ด้วยกันเป็นคู่ ออกล่าเหยื่อในเวลากลางคืนและพักผ่อนในเวลากลางวัน แต่บางครั้งอาจพบเห็นได้ช่วงพลบค่ำหรือเช้าตรู่ ชอบส่งเสียงหอน "ว้อ" เป็นระยะ ๆ ตลอดทั้งคู่ มีพฤติกรรมจับคู่อยู่เป็นผัวเดียวเมียเดียวตลอดชีวิต ตัวผู้มีหน้าที่เลี้ยงดูครอบครัว สามารถผสมพันธุ์ได้ตลอดทั้งปี ออกลูกครั้งละ 3-5 ตัว มีระยะเวลาการให้นมลูก 60-63 วัน เมื่อตัวแม่ออกไปหาอาหารมักทิ้งลูกในอยู่ตามลำพัง มีอายุยืนประมาณ 12 ปี ปัจจุบันจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
[แก้] อ้างอิง
- ^ Sillero-Zubiri & Hoffmann (พ.ศ. 2547). Canis aureus. 2006 IUCN Red List of Threatened Species. IUCN 2006. Retrieved on 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2549. Database entry includes justification for why this species is of least concern