จิตพิฆาตโลก
| จิตพิฆาตโลก | |
|---|---|
โปสเตอร์ภาพยนตร์ |
|
| กำกับโดย | คริสโตเฟอร์ โนแลน |
| อำนวยการสร้างโดย | คริสโตเฟอร์ โนแลน เอมมา โธมัส |
| เขียนโดย | คริสโตเฟอร์ โนแลน |
| นำแสดงโดย | ลีโอนาโด ดิคาปริโอ เคน วาตานาบี โจเซฟ กอร์ดอน-เลวิต มารีออง คอทียารด์ เอลเลน เพจ ทอม ฮาร์ดี ซีเลียน มัวฟาย ไดลีบ ราว ทอม เบอร์เลนเจอร์ ไมเคิล เคน |
| เพลงประกอบ ภาพยนตร์โดย |
ฮานส์ ซิมเมอร์ |
| กำกับภาพโดย | วอลลี ฟิซเตอร์ |
| ตัดต่อโดย | ลี สมิท |
| ค่าย | ลีเจนดารีพิกเจอส์ ซินคอปปี ฟิลม์ |
| จัดจำหน่ายโดย | วอร์เนอร์บราเธอร์ส |
| ฉาย | ปฐมทัศน์ในลอนดอน: 13 กรกฎาคม 2553 สหรัฐอเมริกา: 16 กรกฎาคม 2553 |
| ความยาว | 148 นาที[1] |
| ประเทศ | สหรัฐอเมริกา |
| ภาษา | อังกฤษ |
| งบประมาณ | 160,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ[2] |
| รายได้ | 753,564,113 ดอลลาร์สหรัฐ[3] |
จิตพิฆาตโลก (อังกฤษ: Inception) เป็นภาพยนตร์อเมริกันปี 2010 แนวนวนิยายวิทยาศาสตร์-แอ็กชัน เขียนบท โปรดิวซ์ และกำกับโดยคริสโตเฟอร์ โนแลน นำแสดงโดยลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ, เคน วาตานาเบ, โจเซฟ กอร์ดอน-ลีวิต, เอลเลน เพจ, มารีออง คอทียารด์ และซิลเลียน เมอร์ฟี ภาพยนตร์ได้รับแรงบันดาลใจจากภาวะที่คนเราสามารถที่จะรู้สึกตัวและตระหนักได้ว่าตนเองนั้นอยู่ในความฝัน (lucid dream)[4] โดยมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับการโจรกรรมของดอม ค็อบ ที่มีความสามารถในการเข้าไปในฝันของคนอื่นเพื่อขโมยข้อมูล[5] ความสามารถนี้ทำให้ค็อบกลายเป็นอาชญากรและต้องหลบหนีรวมทั้งสูญสิ้นทุกสิ้นทุกอย่าง แต่เขาก็ได้รับข้อเสนอในการที่จะกลับมาใช้ชีวิตแบบเก่า แลกกับการปฏิบัติภารกิจปลูกฝังความคิดของเป้าหมาย[6] ขั้นตอนในการปลูกความคิดเรียกว่า "Inception"
ในการพัฒนาของภาพยนตร์เรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นอย่างหยาบ ๆ เมื่อ 10 ปีก่อนที่หนังจะออกฉาย เมื่อโนแลนเขียนบทจำนวน 80 หน้าเกี่ยวกับการขโมยความฝัน หลังจากที่เขาเสนอความคิดนี้กับวอร์เนอร์บราเธอร์ส ในปี 2001 เขาก็ต้องการให้บทนี้พัฒนาไปสู่ภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่[7] เพราะเหตุนี้เขาจึงเลือกทำงานภาพยนตร์ แบทแมน บีกินส์ และ แบทแมน อัศวินรัตติกาล โดยเขาใช้เวลา 6 เดือนในการปรับปรุงบทภาพยนตร์ ก่อนที่วอร์เนอร์บราเธอร์สจะซื้อไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2009[7][8] การถ่ายทำเริ่มที่เมืองโตเกียวเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ. 2009 และถ่ายทำเสร็จที่แคนาดา ในปลายเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกัน
ภาพยนตร์มีทุนสร้าง 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับทุนจากวอร์เนอร์บราเธอร์สและลีเจนดารีพิกเจอส์[2] หลังจากที่โนแลนมีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จกับ แบทแมน อัศวินรัตติกาล ได้ช่วยให้หนังเรื่องนี้มีงบในการประชาสัมพันธ์ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[2] ภาพยนตร์ออกฉายรอบปฐมทัศน์ที่ลอนดอน เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ค.ศ. 2010 และออกฉายทั้งโรงธรรมดาและโรงไอแมกซ์ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ. 2010.[9][10] ทำรายได้มากกว่า 21 ล้านดอลลาร์สหรัฐในวันเปิดตัว และทำรายได้ 62.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์เปิดตัว[3] สำหรับเสียงวิจารณ์ ภาพยนตร์ได้รับเสียงด้านบวกเป็นส่วนใหญ่ โดยที่เว็บไซต์ภาพยนตร์อย่างเว็บ IMDB.com ให้คะแนนเฉลี่ย 9.2 เต็ม 10 คะแนน จัดอยู่ในอันดับที่ 3 ของภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากการลงคะแนนของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ เป็นภาพยนตร์รองภาพยนตร์เรื่อง The Shawshank Redemption และ The Godfather เท่านั้น[11]
เนื้อหา |
เนื้อเรื่อง [แก้]
ดอม คอบบ์ (ลีโอนาร์โด ดีคาปริโอ) คือชายผู้ก่อตั้งทีมจารกรรมความคิด เขาและทีมงานจะเจาะเข้าไปในจิตใจของเป้าหมายผ่านทางการแชร์ความฝัน เพื่อดึงเอาข้อมูลลับที่เป้าหมายเก็บงำไว้ในจิตใต้สำนึกออกมาตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง ซึ่งโดยมากแล้วจะเป็นการล้วงความลับของธุรกิจ เป้าหมายรายล่าสุดของคอบบ์และทีมงานคือ ไซโต้ (เคน วาตานาเบะ) นักธุรกิจชาวญี่ปุ่น คอบบ์ทำการล้วงข้อมูลของไซโต้ผ่านทางความฝันซ้อนฝัน ซึ่งจบลงด้วยความล้มเหลว แต่ไซโต้กลับยื่นข้อเสนอว่าจ้างทีมของคอบบ์ให้ทำการ "อินเซพชั่น" ข้อมูลลงในร่างของเป้าหมายแทน อินเซพชั่นคือกระบวนการที่ตรงข้ามกับการล้วงข้อมูล โดยแทนที่จะล่วงลึกไปถึงข้อมูลที่เป้าหมายเก็บซ่อนไว้ กลับกลายเป็นการนำเอาข้อมูลที่ต้องการลงไปเก็บไว้ในที่ซ่อนของเป้าหมายแทน เริ่มแรกคอบบ์ปฏิเสธเนื่องจากเป็นกระบวนการที่ยากมาก แต่ไซโต้ก็ข้อตอบแทนเป็นการล้มล้างความผิดที่คอบบ์เคยฆาตกรรมภรรยาตนเองในอดีต และจะได้สิทธิกลับเข้าสู่สหรัฐอเมริกา คอบบ์จึงตกลง และเริ่มต้นวางแผนการทำงานทันที
ปฏิบัติการอินเซพชั่นครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปลูกฝังความคิดให้กับโรเบิร์ต ฟิสเชอร์(ซิลเลียน เมอร์ฟี่) ทายาทกิจการด้านพลังงานของมอริส ฟิสเชอร์(พีท โพสเทิลเวท) ซึ่งกำลังจะเสียชีวิตจากโรคร้าย หากโรเบิร์ตได้ขึ้นครองกิจการต่อไปจะทำให้ธุรกิจของไซโต้ต้องสั่นคลอน คอบบ์จึงวางแผนว่าจะปลูกฝังความคิดที่ว่า "พ่อของฉัน(โรเบิร์ต) ไม่ต้องการให้ฉันอาศัยรอยเท้าของเขาในแวดวงธุรกิจ" ลงไป ในปฏิบัติการนี้ต้องการทีมงานตำแหน่งต่างๆเริ่มจาก อาร์เธอร์ (โจเซพ กอร์ดอน ลิวอิท) ในตำแหน่งคนชี้เป้า ผู้ประสานงานระหว่างสมาชิกแต่ละคน , อีมส์ (ทอม ฮาร์ดี้) ในตำแหน่งนักปลอมแปลง ผู้สามารถแปลงโฉมตัวเองเป็นใครก็ได้ในความฝัน เพื่อหลอกล่อเป้าหมายมาสู่แผนที่วางไว้, ยูซุฟ (ดิลีพ ราโอ) ในตำแหน่งนักเคมี ผู้ปรุงยาที่จะทำให้หลับลึกลงไปในระยะเวลาตามที่ต้องการ และสุดท้ายคือ แอเรียดเน่ (เอลเลน เพจ) ในตำแหน่งสถาปนิก ผู้ออกแบบเส้นทางสภาพแวดล้อมในความฝัน
ในขั้นตอนการวางแผนนี้คอบบ์ได้สอนให้แอเรียดเน่รู้จักกับโครงสร้างของความฝัน และคุณสมบัติของฝัน เช่น ผู้ฝันจะไม่ทราบจุดเริ่มต้นของฝัน แต่จะปรากฏขึ้นกลางทางในทันที หรือการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบกายได้ดังใจนึก คอบบ์ยังได้สอนให้แอเรียดเน่รู้จักการใช้ "โทเทม" ซึ่งเป็นวัตถุชิ้นเล็กๆตามแต่ละบุคคลจะเลือกมา โดยต้องรู้คุณสมบัติของมันอย่างถี่ถ้วน หากไม่แน่ใจว่าฝันอยู่หรือไม่ให้สังเกตโทเทมประจำตัว หากมีคุณสมบัติผิดแปลกไปจากที่เคยเป็น ก็หมายถึงบุคคลนั้นกำลังอยู่ในฝันของคนอื่น
ระหว่างนี้เองแอเรียดเน่ได้ค้นพบความลับในอดีตของคอบบ์ ว่าเขาเคยกระทำการอินเซพชั่นมาก่อน โดยกระทำกับ มาล (มารียง โกติยารต์) เป็นเหตุให้มาลฆ่าตัวตาย แต่ด้วยเหตุผลบางประการ กลับกลายเป็นว่าคอบบ์ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมภรรยาตนเอง และต้องหลบหนีออกนอกประเทศ ไม่ได้เจอหน้าลูกๆทั้งสองอีกต่อไป ความรู้สึกผิดที่คอบบ์มีต่อมาล ทำให้จิตใต้สำนึกของเขาสร้างตัวตนของมาลขึ้นมาทุกครั้งที่เขาหวนระลึกถึงเธอในความฝัน ในจิตใต้สำนึกนี้ มาลจะคอยขัดขวางทุกการกระทำของคอบบ์
เมื่อวางแผนเสร็จสิ้น ไซโต้ขอร่วมทางไปด้วยในฐานะนักท่องเที่ยว เพื่อรับชมปฏิบัติการนี้ด้วยตนเอง เขาใช้อำนาจเงินตราของตนเหมาซื้อเที่ยวบินที่ฟิสเชอร์มีแผนจะใช้เดินทางมาให้กับคอบบ์ เพื่อลงมือปฏิบัติการระหว่างเที่ยวบิน คอบบ์จึงตกลงให้ไซโต้เข้าร่วมเป็นสมาชิกคนที่หก
ปฏิบัติการเริ่มต้นเมื่อทุกคนอยู่ในเที่ยวบิน คอบบ์วางยาฟิสเชอร์ให้หลับไป และเข้าร่วมฝันชั้นแรกซึ่งเป็นฝันของยูซุฟ นักเคมี ฝันชั้นนี้มีฝนตกตลอดเวลา ทำให้ฟิสเชอร์ต้องเรียกรถแท็กซี่ และจะถูกทีมของคอบบ์ลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ โดยอีมส์ (นักปลอมแปลง) จะแปลงโฉมเป็นปีเตอร์ บราวนิ่ง (ทอม เบเรนเจอร์) ลุงของฟิสเชอร์ ซึ่งจะถูกจับตัวมาพร้อมกัน และจะเป็นคนบอกให้ฟิสเชอร์ตระหนักถึงความต้องการจริงๆของฟิสเชอร์ผู้พ่อ ซึ่งซ่อนอยู่ในตู้เซฟ และฟิสเชอร์คนลูกจะต้องนึกรหัสตู้เซฟให้ออกให้ได้
แต่ปรากฏว่าฟิสเชอร์เคยรับการฝึกป้องกันจิตใจตนเองจากการจารกรรม ซึ่งจะทำให้จิตใต้สำนึกสร้างทหารขึ้นมาจู่โจมผู้ที่บุกเข้ามาในจิตใจของเขา ระหว่างการปะทะกันนี้เอง ไซโต้ถูกยิงเข้าที่หน้าอกและกำลังจะตาย ปกติแล้วผู้ที่ตายในความฝันจะตื่นขึ้นทันที แต่หากอยู่ในสภาพหลับลึก (เช่นทีมงานของคอบบ์ที่ใช้สารเคมีช่วย) ก็จะตกไปสู่ "ลิมโบ" เศษซากความฝันที่อยู่ลึกที่สุด และจะไม่ตื่นขึ้นอีกหลายปีในฝัน (ซึ่งเวลาของฝันชั้นที่อยู่ลึกลงไปจะทวีคูณขึ้นจากฝันชั้นก่อนหน้า) ผลคือแม้เวลาในโลกจริงๆจะผ่านไปแค่ห้านาที แต่กับผู้ที่อยู่ในลิมโบ มันคือช่วงเวลาหลายสิบปี เมื่อตื่นขึ้นมาก็จะจำอะไรไม่ได้อีกต่อไป
เมื่อฟิสเชอร์นึกเลขรหัสไม่ออก ทีมงานจึงให้ฟิสเชอร์หลับเข้าสู่ฝันชั้นที่ลึกเข้าไปอีก ซึ่งจะนำพาจิตของเขาเข้าใกล้จิตใต้สำนึกมากขึ้น ในฝันชั้นที่สองนี้เป็นฝันในโรงแรมของอาร์เธอร์ (คนชี้เป้า) ซึ่งเวลาจะเดินไปช้ากว่าฝันชั้นก่อนหน้า บาดแผลของไซโต้จะทรุดลงช้ากว่า ในฝันชั้นนี้ ทีมงานจะหลอกให้ฟิสเชอร์คิดว่าปีเตอร์วางแผนจับตัวเรียกค่าไถ่เอง เพื่อจะยึดอาณาจักรธุรกิจพันล้านมาจากฟิสเชอร์ แต่ปีเตอร์ปฏิเสธว่าจริงๆแล้วเขาอยากให้ฟิสเชอร์คิดให้ออกว่าแท้จริงๆแล้ว พ่อเขาฟิสเชอร์ต้องการอะไรแน่จากประโยคสุดท้ายก่อนตายที่บอกว่า "ฉันผิดหวังในตัวแก(โรเบิร์ต)จริงๆ" วิธีจะคิดให้ออกก็คือต้องลงไปในฝันชั้นลึกกว่านี้อีก
ในฝันชั้นที่สาม เป็นโลกหิมะของอีมส์(นักปลอมแปลง) ในฝันชั้นนี้ ทหารป้องกันจิตของฟิสเชอร์จะร้ายกาจขึ้น โดยออกมาไล่ตามทีมงานของคอบบ์ตั้งแต่เริ่ม สมาชิกทุกคนบุกทะลวงเข้าไปในฐานทัพกลางหิมะ ที่ซึ่งตู้เซฟเก็บความลับของฟิสเชอร์ตั้งอยู่ เมื่อฟิสเชอร์บุกเข้าไปได้แล้ว จิตสำนึกของมาลได้ปรากฏตัวขึ้นและสังหารฟิสเชอร์ ทำให้เขาตกลงไปอยู่ระหว่างชั้นลิมโบ หากไม่ช่วยเหลือออกมาจะต้องติดอยู่ในนั้นตลอดไป ระหว่างนี้เองบาดแผลของไซโต้ก็ลามเข้ามาถึงฝันชั้นนี้ ทำให้ไซโต้เสียชีวิตไปอยู่ที่ลิมโบแล้ว คอบบ์และแอเรียดเน่จึงตัดสินใจลงไปตามตัวฟิสเชอร์ในฝันชั้นลึกขึ้นไปอีกของคอบบ์ และได้ทราบอดีตที่แท้จริงของคอบบ์ ว่าเขาแอบเข้าไปหมุนโทเทมของมาล ได้แก่ลูกข่างอันเล็กๆให้หมุนไปเรื่อยๆโดยไม่ล้ม ทำให้มาลตระหนักว่าตนฝันอยู่ เป็นการอินเซพชั่นให้คิดว่าโลกที่อยู่นั้นจริงๆเป็นความฝัน ผลคือมาลฆ่าตัวตายและป้ายความผิดให้คอบบ์ เพื่อให้คอบบ์ตายตามไปด้วยกัน
คอบบ์พบตัวฟิสเชอร์ และบอกให้แอเรียดเน่พากลับออกมา โดยการ "เตะ" นั่นคือตกจากที่สูงเพื่อให้ตื่นขึ้น โดยเขาจะอยู่กับมาลเพื่อให้ความรู้สึกผิดที่ผ่านมาหายไป และเพื่อเข้าไปลิมโบเพื่อตามหาตัวไซโต้ แอเรียดเน่พาฟิสเชอร์กลับออกมาได้ และพาเข้าไปในตู้เซฟเพื่อตระหนักว่า พ่อของฟิสเชอร์รักเขามาตลอด และไม่ต้องการให้เขาใช้รอยเท้าของพ่อในการดำเนินธุรกิจอีกต่อไป ปฏิบัติการอินเซพชั่นประสบความสำเร็จ ทีมงานทำการ "เตะ" ต่อเนื่องในฝันแต่ละชั้น และตื่นขึ้นมาในที่สุด ทิ้งคอบบ์ให้ตามหาไซโต้ในความฝันชั้นลิมโบต่อไป
เวลาในฝันผ่านไปหลายสิบปี ไซโต้กลายเป็นคนแก่ผู้หลงลืมทุกสิ่ง จนกระทั่งคอบบ์ตามหาตัวจนเจอ และพากลับออกมาได้ ทุกคนตื่นขึ้นบนเครื่องบินอย่างปลอดภัย ฟิสเชอร์ประกาศลงจากธุรกิจพันล้านของตัวเอง และคอบบ์ก็ได้กลับบ้านที่สหรัฐอีกครั้ง เมื่อกลับถึงบ้าน เขาลองหมุนลูกข่างโทเทมของตนดูเพื่อทดสอบว่าเป็นโลกฝันหรือโลกจริง แต่ก็ผละไปหาลูกๆของตนเองโดยไม่สนใจว่ามันจะหยุดหมุนหรือไม่
นักแสดง [แก้]
| บทบาท | นักแสดงเดิม |
พากย์ไทย |
|---|---|---|
| ดอม คอบบ์ | ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ | กริน อักษรดี |
| ไซโตะ | เคน วาตานาเบ้ | รอง เค้ามูลคดี |
| อาร์เธอร์ | โจเซฟ กอร์ดอน เลวิตต์ | อิทธิพล มามีเกตุ |
| มอล คอบบ์ | มารีออง คอทียารด์ | กรรณิการ์ อยู่ยงสินธ์ |
| แอเรียดเน่ | เอลเลน เพจ | อังคณา พานประทีป |
| อีมส์ | ทอม ฮาร์ดี | บัญชา เหมะบุตร |
| โรเบิร์ต ฟิชเชอร์ | คิลเลียน เมอร์ฟีย์ | จิราวัฒน์ วชิรศรัณย์ภัทร |
| ยูซุฟ | ดิลีป ราโอ | |
| ศาสตราจารย์ ไมลส์ | ไมเคิล เคน | |
| ปีเตอร์ บราวนิ่ง | ทอม เบเรนเจอร์ | เอกชัย พงศ์สมัย |
| แนช | ลูคัส ฮาสส์ | อภินันท์ ธีระนันทกุล |
เพลงประกอบภาพยนตร์ [แก้]
เพลงทั้งหมดแต่งโดย ฮานส์ ซิมเมอร์[12].
| Inception: Music from the Motion Picture | |||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ลำดับ | ชื่อเพลง | ยาว | |||||||
| 1. | "Half Remembered Dream" | 1:12 | |||||||
| 2. | "We Built Our Own World" | 1:55 | |||||||
| 3. | "Dream Is Collapsing" | 2:28 | |||||||
| 4. | "Radical Notion" | 3:43 | |||||||
| 5. | "Old Souls" | 7:44 | |||||||
| 6. | "528491" | 2:23 | |||||||
| 7. | "Mombasa" | 4:54 | |||||||
| 8. | "One Simple Idea" | 2:28 | |||||||
| 9. | "Dream Within a Dream" | 5:04 | |||||||
| 10. | "Waiting for a Train" | 9:30 | |||||||
| 11. | "Paradox" | 3:25 | |||||||
| 12. | "Time" | 4:35 | |||||||
เพลงประกอบที่ใช้ในทีเซอร์เทรลเลอร์ของภาพยนตร์ประพันธ์โดยไมค์ แซริน และแสดงโดยเซนซิต มิวสิก ส่วนเพลงประกอบในเทรลเลอร์สุดท้ายประพันธ์และแสดงโดยแซ็ก เฮมเซย์
อ้างอิง [แก้]
- ↑ "Inception (Nft)". IMAX Melbourne. สืบค้นเมื่อ 2010-07-18.
- ↑ 2.0 2.1 2.2 Fritz, Ben (July 15, 2010). "Movie projector: 'Inception' headed for No. 1, 'Sorcerer's Apprentice' to open in third". Los Angeles Times (Tribune Company). สืบค้นเมื่อ 2010-07-27. "It's also one of the most expensive, at $160 million, a cost that was split by [[วอร์เนอร์บราเธอร์ส]] and ลีเจนดารีพิกเจอส์."
- ↑ 3.0 3.1 "Inception (2010)". Box Office Mojo. Internet Movie Database. สืบค้นเมื่อ July 24, 2010.
- ↑ Inside 'Inception': Could คริสโตเฟอร์ โนแลน's Dream World Exist in Real Life? Dream Experts Say 'Inception's' Conception of the Subconscious Isn't Far From ScienceABCNEWS, SHEILA MARIKAR, July 16, 2010
- ↑ "Inception Synopsis". Fandango.com. สืบค้นเมื่อ 2013-5-11.
- ↑ "Updated ‘Inception’ Synopsis Reveals More". Screen Rant. 2010-05-05. สืบค้นเมื่อ 2010-07-18.
- ↑ 7.0 7.1 Itzkoff, Dave (2010-06-30). "A Man and His Dream: [[คริสโตเฟอร์ โนแลน]] and Inception". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 2010-07-01. Wikilink embedded in URL title (help)
- ↑ Michael Fleming (2009-02-11). "Nolan tackles Inception for WB". Variety. สืบค้นเมื่อ 2009-02-25.
- ↑ "Weekend Briefing: 'Inception' Breaks In, 'Apprentice' Lacks Magic". Box Office Mojo. Internet Movie Database. สืบค้นเมื่อ 2010-07-18.
- ↑ Jenny Peters (July 14, 2010). "Partying for a Cause at the "Inception" Premiere". Fashion Wire Daily. Yahoo!.
- ↑ IMDb Charts: IMDb Top 250
- ↑ Monger, James Christopher. "Inception – Overview". Allmusic. สืบค้นเมื่อ July 18, 2010.
หนังสืออ่านเพิ่ม [แก้]
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: Inception_(film) |
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
|
||||||||||
- Pages with citations having wikilinks embedded in URL titles
- บทความเกี่ยวกับ ภาพยนตร์ ที่ยังไม่สมบูรณ์
- ภาพยนตร์ที่กำกับโดย คริสโตเฟอร์ โนแลน
- ภาพยนตร์อเมริกัน
- ภาพยนตร์ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2553
- ภาพยนตร์โดยวอร์เนอร์บราเธอร์ส
- ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในประเทศเคนยา
- ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในปารีส
- ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในรัฐแคลิฟอร์เนีย
- ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในสหราชอาณาจักร
- ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในประเทศแคนาดา
- ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในโตเกียว
- ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในประเทศโมร็อกโก
- ภาพยนตร์ที่มีฉากในลอสแอนเจลิส
- ภาพยนตร์ที่มีฉากในประเทศออสเตรเลีย