จระเข้

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จระเข้
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: อีโอซีน-ปัจจุบัน[1]
จระเข้น้ำเค็ม (Crocodylus porosus) จระเข้ชนิดที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังคงสืบเผ่าพันธุ์มาจนถึงปัจจุบัน
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
Kingdom: Animalia
Phylum: Chordata
(unranked): Archosauria
Class: Sauropsida
Order: Crocodilia
Family: Crocodylidae
Cuvier, 1807
สกุล
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์ของวงศ์จระเข้

วงศ์จระเข้ (อังกฤษ: Crocodile) เป็นวงศ์ของสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ ใช้ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Crocodylidae อยู่ในอันดับจระเข้ (Crocodilia)

มีลักษณะโดยรวมคือ ส่วนปลายของหัวแผ่กว้างหรือเรียวยาว ขากรรไกรยาวและกว้าง เมื่อหุบปากแล้วจะเห็นฟันซี่ที่ 4 ของขากรรไกรล่างเนื่องจากขอบปากบนตรงตำแหน่งนี้เป็นรอยหยักเว้า ส่วนปลายของขากรรไกรล่างข้างซ้ายและข้างขวาเชื่อมต่อกันเป็นพื้นที่แคบ กระดูกเอนโทพเทอรีกอยด์อยู่ชัดกับแถวของฟันที่กระดูกแมคซิลลา กระดูกพาลามีนมีก้านชิ้นสั้นอยู่ทางด้านหน้าและไม่ถึงช่องในเบ้าตา พื้นผิวด้านบนของลิ้นไม่มีสารเคอราติน ต่อมขจัดเกลือบนลิ้นมีขนาดใหญ่ มีก้อนเนื้อที่ปลายปากนูนสูงที่ช่องเปิดรูจมูกเรียกว่า "ก้อนขี้หมา" ซึ่งจะแตกต่างออกไปตามชนิดและเพศหรือขนาด โคนหางเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่และแข็งแรงเรียกว่า "บ้องตัน" ใช้ในการฟาดเพื่อป้องกันตัว หางแบนยาวใช้โบกว่ายน้ำ

แบ่งออกได้เป็น 3 สกุล 14 ชนิด พบได้ในเขตอบอุ่นและเขตร้อนของทุกทวีปทั่วโลก นับว่ามีจำนวนสมาชิกมากและหลากหลายที่สุดของอันดับจระเข้ที่ยังพบคงดำรงเผ่าพันธุ์มาจนถึงปัจจุบันนี้

มักอาศัยบริเวณป่าริมน้ำหรือพื้นที่ชุ่มน้ำ เพราะหากินในน้ำเป็นหลัก บางชนิดหรือบางพื้นที่อาจพบได้ในแหล่งน้ำกร่อยหรือป่าชายเลนหรือปากแม่น้ำใกล้ทะเล ในประเทศไทยพบ 3 ชนิด คือ จระเข้บึง หรือ จระเข้น้ำจืด (Crocodylus siamensis), อ้ายเคี่ยม หรือ จระเข้น้ำเค็ม (C. porosus) และ จระเข้ปากกระทุงเหว หรือ ตะโขง (Tomistoma schlegelii) ซึ่งมิได้ถูกจัดอยู่ในวงศ์นี้[2]

เนื้อหา

[แก้] การจัดจำแนกสัตว์ในวงศ์จระเข้ (Crocodylidae)

ส่วนใหญ่ถูกจัดอยู่ในสกุล Crocodylus ส่วนอีกสกุลที่เหลือ คือ Osteolaemus เป็นสกุลที่มีสปีชีส์เดียว

จระเข้อาบแดดเพื่อความอบอุ่น

[แก้] การสืบพันธุ์

ผสมพันธุ์กันในน้ำ ออกลูกเป็นไข่ มีการพบว่าอุณหภูมิการกกไข่เป็นตัวกำหนดเพศ โดยอุณหภูมิประมาณ 30 องศาเซลเซียสจะได้เพศผู้ แต่ถ้าอุณหภูมิสูงกว่า 32 องศาเซลเซียสจะได้เพศเมีย [3] ลูกวัยอ่อนจะถูกดูแลโดยพ่อและแม่ พ่อแม่จระเข้สามารถส่งเสียงร้องพิเศษได้เพื่อใช้การผสมพันธุ์และติดต่อสื่อสารกับลูก ๆ และนอกจากนี้แล้วยังสามารถส่งเสียงร้องได้หลากหลายประเภทอีก นับว่าเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่ส่งเสียงร้องได้หลากหลายที่สุด ลูกจระเข้วัยอ่อนจะกินอาหารขนาดเล็กก่อน แม้กระทั่ง แมลง [4]

[แก้] ดูเพิ่ม

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ Buchanan, L.A. 2009. "Kambara taraina sp. nov. (Crocodylia, Crocodyloidea), a new Eocene mekosuchine from Queensland, Australia, and a revision of the genus". Journal of Vertebrate Paleontology 29 (2): 473–486.
  2. ^ วีรยุทธ์ เลาหะจินดา, วิทยาสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก หน้า 369-370 (พ.ศ. 2552) ISBN 978-616-556-016-0
  3. ^ ลูกสัตว์ในอ้อมอกมนุษย์, นิตยสารสารคดี ฉบับเดือนมกราคม พ.ศ. 2541 หน้า 72
  4. ^ วีรยุทธ์ เลาหะจินดา, วิทยาสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก หน้า 170-172 (พ.ศ. 2552) ISBN 978-616-556-016-0

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

Commons
เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น