จระเข้น้ำจืด
| จระเข้น้ำจืด | |
|---|---|
| สถานะการอนุรักษ์ | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| Kingdom: | Animalia |
| Phylum: | Chordata |
| (unranked): | Archosauria |
| Class: | Reptilia |
| Order: | Crocodilia |
| Family: | Crocodylidae |
| Genus: | Crocodylus |
| Species: | C. siamensis |
| ชื่อวิทยาศาสตร์ | |
| Crocodylus siamensis Schneider, 1801 |
|
| แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์ | |
จระเข้น้ำจืด หรือ จระเข้น้ำจืดสายพันธุ์ไทย หรือ จระเข้บึง (อังกฤษ: Freshwater หรือ Siamese Crocodile; ชื่อวิทยาศาสตร์: Crocodylus siamensis) มีถิ่นกำเนิดในบริเวณ เวียดนาม, กัมพูชา, ลาว ไทย, กะลิมันตัน, ชวา และสุมาตรา มีขนาดปานกลาง ค่อนมาทางใหญ่ (3 - 4 เมตร) มีเกล็ดท้ายทอด มีช่วงวัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุ 10 - 12 ปี จระเข้ชนิดนี้วางไข่ครั้งละ 20 - 48 ฟอง โดยมีระยะเวลาฟักไข่นาน 68 - 85 วัน เริ่มวางไข่ในช่วงต้นฤดูฝนประมาณเดือนพฤษภาคม โดยขุดหลุมในหาดทรายริมแม่น้ำ ใช้เวลาเฉลี่ยราว 80 วัน ชอบอยู่และหากินเดี่ยว
จระเข้น้ำจืด โดยปกติจะกินปลาและสัตว์อื่นที่เล็กกว่าเป็นอาหาร จะไม่ทำร้ายมนุษย์หากไม่ถูกรบกวนหรือมีอาหารเพียงพอ ในอดีตในประเทศไทยเคยพบชุกชุมในแหล่งน้ำทั่วทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะในแถบที่ราบลุ่มภาคกลาง เช่น ที่บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ ได้ชื่อว่าเป็นสถานที่จระเข้ชุม เคยมีรายงานว่าพบจระเข้ถึง 200 ตัว หรือในวรรณกรรมพื้นบ้านเรื่องต่าง ๆ เช่น ไกรทอง ของจังหวัดพิจิตร เป็นต้น แต่ปัจจุบันได้สูญหายไปจนหมดแล้ว แต่ในต่างประเทศยังคงพบอยู่เช่นที่ทะเลสาบเขมร ประเทศกัมพูชา โดยเฉพาะเทือกเขาคาร์ดามอน ซึ่งช่วงแรกค้นพบเพียง 3 ตัว จนนำไปสู่การค้นพบจระเข้นับร้อยตัว ที่อาศัยโดยไม่พึ่งพาอาศัยมนุษย์ แต่ที่นี่ก็ประสบปัญหาการจับจระเข้ไปขายฟาร์มจำนวนมาก[2] สถานะในอนุสัญญาของไซเตส ได้ขึ้นบัญชีจระเข้น้ำจืดไว้อยู่ในบัญชีหมายเลข 1 (Appendix 1)
ปัจจุบัน จระเข้สายพันธุ์นี้แท้ ๆ ก็ยังหายากในสถานที่เลี้ยง เนื่องจากได้ถูกผสมสายพันธุ์กับจระเข้สายพันธุ์อื่นจนเสียสายพันธุ์แท้ไป เนื่องจากเหตุผลทางด้านเศรษฐกิจ
[แก้] จระเข้ตามธรรมชาติในไทย
ปัจจุบันประเทศไทย จระเข้ที่ยังคงสถานะในธรรมชาติเชื่อว่าหลงเหลืออยู่คือ ที่คลองระบม-สียัด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน จังหวัดฉะเชิงเทรา ในอดีตมีนายพรานจากประเทศเวียดนามเข้ามาล่า ทำให้จระเข้หายไปจากป่าต้นน้ำคลองระบม-สียัด จนในปี พ.ศ. 2535 นายกิตติ กรีติยุตานนท์ ผู้ช่วยหัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าฉะเชิงเทรา ได้พบจระเข้น้ำจืดในพื้นที่ดังกล่าว แต่คาดว่าเหลือไม่เกิน 5 ตัว[3] ปัจจุบันพบเพียงตัวผู้เพียงตัวเดียว[4]
ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี มีอยู่ประมาณ 5 ตัว เดิมเคยเชื่อว่าเพศเมียทั้งหมด[5] แต่หลังจากในปี พ.ศ. 2552 ได้พบการวางไข่ของจระเข้กลุ่มดังกล่าว แต่ขณะเดียวกันนั้นรังดังกล่าวก็ถูกเหี้ยเข้าทำลายรัง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้จระเข้ที่นี่ลดจำนวนลง[6][7]
และในอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง มีจระเข้อย่างน้อย 3 ตัว ที่บ้านคลองชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นประชากรจระเข้กลุ่มเดียวในไทยที่ยังมีการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติอยู่ และไม่มีประวัติการทำร้ายผู้คน[8][9]
ส่วนในอุทยานแห่งชาติปางสีดา จังหวัดสระแก้ว มีจระเข้อยู่ประมาณ 10 ตัว ทั้งเพศผู้และเพศเมีย[5] ซึ่งเป็นการทดลองปล่อยจระเข้น้ำจืดไทยจากแหล่งเพาะเลี้ยงไปสู่ธรรมชาติ แต่ยังสรุปผลไม่ได้ ว่าจระเข้ดังกล่าวจะปรับตัวสู่ธรรมชาติได้หรือไม่[8]
นอกจากนี้มีการรายงานว่าพบจระเข้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายอดโดม จังหวัดอุบลราชธานี[10] และมีการค้นพบร่องรอยจระเข้ในอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งเป็นผืนป่าที่เชื่อมต่อกับปางสีดาและป่าภูเขียว[2]
จระเข้ในไทยในปัจจุบันคาดว่าในแต่ละแหล่งคงมีจระเข้หลงเหลือไม่เกิน 1-3 ตัว และไม่น่ามีการผสมพันธุ์กัน จระเข้ตามธรรมชาติของไทยจึงสุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์[11]
[แก้] อ้างอิง
- ^ Crocodylus siamensis (อังกฤษ)
- ^ 2.0 2.1 ปางสีดา เราจะนำอดีตหลับคืนมาอีกครั้ง
- ^ วิบูลย์ เข็มเฉลิม. วิถีคนป่าตะวันออกผืนสุดท้าย. กรุงเทพฯ:สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2548. หน้า 119
- ^ เสียงโหยหวนจากพงไพร "กระทิง-ช้าง"เขาอ่างฤๅไนจึงอยากพามาเที่ยวฝนนี้
- ^ 5.0 5.1 ล่าจระเข้เขาใหญ่ คม-ชัด-ลึก
- ^ บันทึกการสำรวจลำน้ำเพชรฯ กับความหวังสุดท้ายของจระเข้น้ำจืดไทย
- ^ จากเลื้อยสยองที่เขาใหญ่ ถึงสถานการณ์ "จระเข้พันธุ์ไทย"
- ^ 8.0 8.1 สารคดี - สิ่งแวดล้อม : รายงานการค้นพบจระเข้น้ำจืดสายพันธุ์ไทยในอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง
- ^ รายงานการค้นพบจระเข้น้ำจืดสายพันธุ์ไทย ในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จังหวัดพิษณุโลก
- ^ สัตว์ป่าในประเทศไทย
- ^ จระเข้น้ำจืดสยาม
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||