คนตัดคน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คนตัดคน
God of Gamblers

หน้าปกดีวีดีของไทย
กำกับโดย หวังจิ้ง
อำนวยการสร้างโดย จิมมี่ หวง
เขียนโดย หวังจิ้ง
นำแสดงโดย โจว เหวินฟะ
หลิว เต๋อหัว
หวัง จู่เสียน
จัดจำหน่ายโดย โกลเด้น ปรินเซสส์
(ฮ่องกง)
สหมงคลฟิล์ม
(ไทย)
ฉาย 14 ธันวาคม ค.ศ. 1989
(ฮ่องกง)
ความยาว 126 นาที
ประเทศ ฮ่องกง ฮ่องกง
ภาษา กวางตุ้ง
รายได้ 37,058,686.00 ดอลลาร์ฮ่องกง[1]

คนตัดคน (อังกฤษ: God of Gamblers; จีนตัวเต็ม: 賭神, จีนตัวย่อ: 赌神, พินอิน: Dǔshén) ภาพยนตร์สัญชาติฮ่องกง นำแสดงโดย โจว เหวินฟะ, หลิว เต๋อหัว, หวัง จู่เสียน บทภาพยนตร์และกำกับโดย หวังจิ้ง

เรื่องย่อ[แก้]

เกาจิ้ง เป็นมือไพ่อันดับ 1 ของฮ่องกง เจ้าของฉายา "โคตรเซียน" เกาจิ้งสามารถเล่นไพ่ชนะได้ทุกคน รวมทั้ง นากามูระ เซียนไพ่ชาวญี่ปุ่น นากามูระ จึงขอให้เขาไปท้าแข่งกับ เฉิน จิงเฉิง มือไพ่อันดับ 1 เช่นกัน เกาจิ้งตอบตกลง โดยส่ง หลงอู่ มาเป็นบอดี้การ์ดให้ ขณะที่เกาจิ้งอยู่บนรถไฟก็ถูกพรรคพวกของพี่หนัน คนสนิทของเฉิน จิงเฉิง ที่เกาอี้เพิ่งเอาชนะมา ตามมาเอาคืน เกาจิ้งหนีไปได้ แต่ก็ต้องตกเขา เพราะกับดักที่อาเต๋า นักเลงกิ๊กก๊อกข้างถนนกับอาเจิน แฟนสาววางไว้ ทำให้เกาจิ้งกลายเป็นคนสติเลอะเลือนเหมือนปัญญาอ่อน ด้วยความที่เกาจิ้งชอบกินช็อคโกแล็ต จึงให้ชื่อใหม่ว่า "ช็อคโกแล็ต" เกาจิ้งสามารถทำให้อาเต๋าชนะในเกมไพ่หลายต่อหลายครั้ง ขณะที่ อาอี้ น้องชายบุญธรรมของเกาจิ้งก็หักหลัง ด้วยการฆ่าเจเน็ท แฟนสาวของเกาจิ้ง และไปเข้าพวกกับพี่หนันและเฉิน จิงเฉิง ส่วน หลงอู่ ก็ตามหาเกาจิ้งจนเจอ และค่อย ๆ ฟื้นความทรงจำทั้งหมดกลับคืนมา ในที่สุดเกาจิ้งก็กลับคืนสภาพความเป็นโคตรเซียนเหมือนเดิม และตามไปท้าเอาชนะเฉิน จิงเฉิง และพี่หนัน

นักแสดง[แก้]

ความสำเร็จและการออกฉาย[แก้]

คนตัดคน เป็นภาพยนตร์แอ๊คชั่นคอเมดี้จากการกำกับและเขียนบทโดย หวังจิ้ง ออกฉายในปลายปี ค.ศ. 1989 มีนักแสดงชั้นนำมากมายมาร่วมแสดง โดยมีนักแสดงนำ คือ โจว เหวินฟะ และหลิว เต๋อหัว

เมื่อออกฉายแล้ว ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งรายได้และคำวิจารณ์ โดยสามารถทำชนะถล่มทลาย ทำลายสถิติภาพยนตร์ทุกเรื่องที่มีมาของฮ่องกง และถือเป็นต้นแบบของภาพยนตร์แนวเจ้าพ่อนักพนันจำนวนมาก ทำให้บท เกาจิ้ง กลายเป็นอีกบทบาทหนึ่งที่ติดตัวของโจว เหวินฟะ อีกทั้งยังเป็นภาพยนตร์ปฐมบทที่มีภาคต่อตามมาอีกหลายภาค รวมทั้งแนวชวนหัวด้วย ที่แสดงโดย โจว ซิงฉือ[1] [2]

ในประเทศไทย ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ปีถัดมา และเผยแพร่ทางโทรทัศน์ทางช่อง 7 ในวันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555 เวลา 08.25 น.[3]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]