การปลูกถ่ายอวัยวะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Cosmas and Damian miraculously transplant the (black) leg of a Moor onto the (white) body of Justinian. Ditzingen, 16th century

การปลูกถ่ายอวัยวะ (Organ transplantation) เป็นการย้ายอวัยวะจากร่างหนึ่งไปสู่อีกร่างหนึ่ง หรือ จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งในผู้ป่วยคนเดียวกัน เพื่อแทนที่อวัยวะที่เสียหายหรือขาดไป การอุบัติขึ้นของ regenerative medicine ทำให้นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรสามารถสร้างหรือปลูกอวัยวะจากเซลล์ของคนไข้เอง (เซลล์ต้นกำเนิด หรือเซลล์ที่แยกมาจากอวัยวะที่เสื่อม) การปลูกถ่ายอวัยวะและ/หรือเนื้อเยื่อที่ถูกปลูกถ่ายลงในตัวของเจ้าของเองเรียกว่า การปลูกถ่ายด้วยออโทกราฟท์ (autotranplantation) การเปลี่ยนถ่ายที่กระทำจากคนสู่คนหรือสิ่งมีชิวิตชนิดเดียวกันเรียกว่า การปลูกถ่ายด้วยแอลโลกราฟท์ (allotranplantation) การปลูกถ่ายด้วยอวัยวะจากสัตว์ชนิดอื่นเรียกว่า การปลูกถ่ายด้วยซีโนกราฟท์ (xenotransplantation)

ในปัจจุบันอวัยวะที่สามารถปลูกถ่ายได้ ได้แก่ หัวใจ ไต ตา ตับ ปอด ตับอ่อน ลำไส้เล็ก และ ต่อมไทมัส เนื้อเยื่อที่ปลูกถ่ายได้ ได้แก่ กระดูก เอ็น กระจกตา ผิวหนัง ลิ้นหัวใจ และหลอดเลือดดำ ทั่วโลกมีการปลูกถ่ายไตมากที่สุด ตามมาด้วยตับและหัวใจ ส่วนเนื้อเยื่อ ได้แก่ กระจกตาและเนื้อเยื่อกระดูกและเอ็น อวัยวะบางอย่างเช่นสมองไม่สามารถปลูกถ่ายได้

ผู้บริจาคอวัยวะอาจมีชีวิตอยู่หรือสมองตายแล้ว เนื้อเยื่ออาจทำให้กลับคืนเหมือนเดิมได้ เช่นจากผู้บริจาคที่หัวใจตายมากว่า 24 ชั่วโมงนับจากหัวใจหยุดเต้น อวัยวะนั้นไม่เหมือนเนื้อเยื่อที่ส่วนใหญ่ (ยกเว้นกระจกตา) สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานสุดถึง 5 ปี นั่นหมายความว่าสามารถทำเป็นธนาคารอวัยวะได้ การปลูกถ่ายนำไปสู่ประเด็นทางจริยธรรมมากมายซึ่งรวมถึง การนิยามการตาย การอนุญาตให้ใช้อวัยวะเพื่อการปลูกถ่ายเมื่อไรและอย่างไร และการจ่ายค่าตอบแทนสำหรับอวัยวะสำหรับปลูกถ่าย [1][2] ยังมีประเด็นทางจริยธรรมอื่นๆอีกเช่น การทัวร์ปลูกถ่ายและประเด็นสังคมธุรกิจการค้าอวัยวะ ปัญหาเด่นๆได้แก่ การลักลอบค้าขายอวัยวะ [3]

การปลูกถ่ายอวัยวะหรือเนื้อเยื่อเป็นหนึ่งในสาขาวิชาการแพทย์สมัยใหม่ที่ซับซ้อนและท้าทาย กุญแจสำคัญคือปัญหาการปฏิเสธการปลูกถ่ายอวัยวะนั้นเนื่อจากการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันซึ่งอาจนำไปสู่การปลูกถ่ายที่ล้มเหลวและจำเป็นต้องนำอวัยวะนั้นออกจากผู้รับโดยทันที การปฏิเสธการปลูกถ่ายอวัยวะนั้นสามารถลดได้โดยการจัดกลุ่มสายเชื้อ (serotyping) เพื่อหาผู้บริจาคและผู้รับที่เหมาะสมที่สุดและโดยการใช้ยากดภูมิคุ้มกัน (immunosuppressant drug)

การปลูกถ่ายอวัยวะในประเทศไทย[แก้]

การปลูกถ่ายและการบริจาคอวัยวะในประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายบังคับ[4] แต่ได้มีการกำหนดหลักการเบื้องต้นโดยแพทยสภา[5]และสภากาชาดไทย[6][7]

การปลูกถ่ายอวัยวะในประเทศไทย[8]มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 โดยปลูกถ่ายไต และ ปลูกถ่ายตับ และหัวใจ ได้ในปี พ.ศ. 2530 ปัจจุบัน (ข้อมูลปี พ.ศ. 2553) สามารถปลูกถ่ายอวัยวะต่างได้ ได้แก่ ไต ตับ หัวใจ ลิ้นหัวใจ ปอด และตับอ่อน ผลการรักษาโดยการปลูกถ่ายอวัยวะใน 1 ปีแรก อวัยวะที่ได้รับการปลูกถ่ายได้แก่ ตับ หัวใจและปอด หัวใจ ตับ และไต สามารถทำงานได้ดีในระดับ 45% 75% 70-80% 80% และ 85% ตามลำดับ

ตามสถิติปี พ.ศ. 2553[9] จำนวนผู้ลงทะเบียนรับอวัยวะมีมากถึง 2,717 คน ในขณะที่สามรถปลูกถ่ายได้เพียง 215 คน อวัยวะจึงยังขาดแคลนอีกมาก มีเหตุผลหลายประการที่ไม่มีอวัยวะเพื่อการปลูกถ่าย เช่น ประเด็นความเข้าใจของญาติผู้บริจาค ประเด็นการปฏิสัมพันธ์ของแพทย์กับญาติผู้บริจาค ประเด็นเทคนิคทางการแพทย์ และประเด็นทางกฎหมาย เป็นต้น จึงต้องอาศัยการประชาสัมพันธ์ให้ญาติและผู้ที่ต้องการบริจาค การออกกฎหมายรองรับ การใช้อวัยวะจากนักโทษประหาร เป็นต้น

ในการติดต่อบริจาคอวัยวะนั้น ผู้บริจาคอวัยวะควรเป็นบุคคลที่มีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคติดเชื้อ และโรคมะเร็ง สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย สายด่วน 1666 หรือ หมายเลข 0 2256 4045-6 หรือติดต่อด้วยตนเองที่สถานที่ต่อไปนี้

  1. สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัด หรือ สำนักงานกิ่งกาชาด ทุกจังหวัด
  2. เครือข่ายศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ ณ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น โรงพยาบาลชลบุรี โรงพยาบาลสิงห์บุรี โรงพยาบาลบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี และ โรงพยาบาลขอนแก่น
  3. งานเปลี่ยนอวัยวะ โรงพยาบาลศิริราช
  4. ประชาสัมพันธ์ ตึก ภปร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
  5. สถานที่ออกหน่วยรับบริจาคอวัยวะ เช่น รับบริจาคทุกปีที่งานกาชาด บริเวณอาคารใหม่ สวนอัมพร รับบริจาคทุก 3 เดือน ที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ

ประวัติ[แก้]

ลำดับเหตุการณ์ของการปลูกถ่ายอวัยวะ[แก้]

  • ค.ศ.1905: การปลูกถ่ายกระจกตาโดยแอดวร์ด ซีรัม (คลินิคตาโอโลโมทช์ มหาวิทยาลัยการแพทย์โอโลโมทแห่งพาลากส์กี สาธารณรัฐเช็ก(ปัจจุบัน)[10]
  • ค.ศ.1954: การปลูกถ่ายไตโดย เจ ฮาร์ทเวล และ โจเซฟ เมอร์รี (บอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา)
  • ค.ศ.1966: การปลูกถ่ายตับอ่อนโดยริชาร์ด ลิลลีเฮ และ วิลเลียม เคลลี (มินนิโซตา ประเทศสหรัฐอเมริกา)
  • ค.ศ.1967: การปลูกถ่ายตับโดยโทมัส สตาร์เซิล (เดนเวอร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา)
  • ค.ศ.1967: การปลูกถ่ายหัวใจโดยคริสเชน บาร์นาร์ด (เคปทาว์น ประเทศแอฟริกาใต้)
  • ค.ศ.1981: การปลูกถ่ายหัวใจ/ปอดโดยบรูซ ไรท์ซ (สแตนฟอร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา)
  • ค.ศ.1983: การปลูกถ่ายกลีบปอดโดยโจเอล คูเปอร์ (โทรอนโต ประเทศแคนาดา)
  • ค.ศ.1986: การปลูกถ่ายปอดทั้งคู่ (แอน แฮริสัน) โดยโจเอล คูเปอร์ (โทรอนโต ประเทศแคนาดา)
  • ค.ศ.1990: โจเซฟ อี. เมอร์เรย์ (Joseph E. Murray) และ อี. ดอนนัลล์ โธมัส (E. Donnall Thomas) ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์จากการพัฒนาการปลูกถ่ายอวัยวะและเซลล์
  • ค.ศ.1995: การตัดไตจากช่องท้องผู้บริจาคที่มีชีวิตครั้งแรกโดยลอยด์ แรทเนอร์ และ หลุยส์ คาวอซซี (บอลทิมอร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา)
  • ค.ศ.1997: การปลูกถ่ายข้อเข่าแบบแอลโลกราฟท์ (เนื้อเยื่อจากสัตว์ชนิดเดียวกัน)ครั้งแรกโดยจี โอ ฮอฟแมน[11]
  • ค.ศ.1998: การปลูกถ่ายตับอ่อนบางส่วนสำเร็จเป็นครั้งแรกโดย เดวิส ซัทเธอแลนด์ (รัฐมินิโซตา ประเทศสหรัฐอเมริกา)
  • ค.ศ.1998: การปลูกถ่ายมือครั้งแรก (ฝรั่งเศส)
  • ค.ศ.1999: การปลูกถ่ายกระเพาะปัสสาวะจากวิศวกรรมเนื้อเยื่อโดยแอนโทนี อาทาลา (โรงพยาบาลเด็กบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา)[12]
  • ค.ศ.2005: การปลูกถ่ายใบหน้าบางส่วนครั้งแรก (ฝรั่งเศส)
  • ค.ศ.2006: การปลูกถ่ายขากรรไกรโดยรวมขากรรไกรของผู้บริจาคกับไขกระดูกของคนไข้ครั้งแรกโดย อีริค เจนเด (โรงพยาบาลเมาท์ซายนาย รัฐนิวยอร์ก)[13]
  • ค.ศ.2008: การปลูกถ่ายมือทั้งคู่โดยเอ็ดการ์ บีมาร์,คริสตอฟ ฮูนเค, มานเฟรด สตานเกิล (มหาลัยเทคโนโลยีมิวนิค ประเทศเยอรมัน)[14]
  • ค.ศ.2008: ทารกคนแรกที่เกิดจากรังไข่ปลูกถ่าย[15]
  • ค.ศ.2008: การปลูกถ่ายท่อลมครั้งแรกด้วยการใช้เซลล์ต้นกำเนิดของคนไข้เองโดยเปาโล แมคเชียรินี ศาสตราจารย์ด้านศัลยกรรมที่บาเซโลนา ประเทศสเปน[16]
  • ค.ศ.2008: การปลูกถ่ายใบหน้าเกือบทั้งพื้นที่ใบหน้า (ร้อยละ 80) (รวมถึงเพดานปาก จมูก แก้มและหนังตาโดยศัลยแพทย์มาเรีย ชิเมียนอฟ ที่คลิฟแลนด์ สหรัฐอเมริกา)
  • ค.ศ.2010: การปลูกถ่ายเต็มใบหน้าโดย ดร.ฮวน เปเร บาร์เรทและคณะ (โรงพยาบาลในมหาวิทยาลัยวาลเดบรวน เมื่อวันที่ 26 มิถุนายม ค.ศ.2010)[17]
  • ค.ศ.2011: การปลูกถ่ายขาทั้งคู่ครั้งแรกโดย ดร.เปรโดร คาวาดาซ และคณะ (วาเลนเซีย ประเทศสเปน)[18]

ชนิดของการปลูกถ่าย[แก้]

การปลูกถ่ายด้วยออโทกราฟท์ (Autograft/autotranplantation)[แก้]

การปลูกถ่ายด้วยออโทกราฟท์คือการปลูกถ่ายลงในตัวของเจ้าของเอง

การปลูกถ่ายด้วยแอลโลกราฟท์ (Allograft/allotransplantation[แก้]

การปลูกถ่ายด้วยแอลโลกราฟท์คือการเปลี่ยนถ่ายที่กระทำจากคนสู่คนหรือสิ่งมีชิวิตชนิดเดียวกัน

ไอโซกราฟท์ (Isograft)[แก้]

ไอโซกราฟท์เป็นกลุ่มย่อยของการปลูกถ่ายด้วยแอลโลกราฟท์ซึ่งอวัยวะหรือเนื้อเยื่อถูกปลูกถ่ายจากผู้รับที่มียีนเดียวกัน (เช่น แฝดเหมือน) ไอโซกราฟท์แตกต่างจากการปลูกถ่ายแบบอื่นๆเพราะไม่เกิดการกระตุ้นการตอบสนองระบบภูมิคุ้มกัน

การปลูกถ่ายด้วยซีโนกราฟท์ (Xenograft and xenotransplantation)[แก้]

การปลูกถ่ายด้วยซีโนกราฟท์คือการปลูกถ่ายด้วยอวัยวะหรือเนื้อเยื่อจากสัตว์ชนิดอื่น

การปลูกถ่ายแยกส่วน (Split transplants)[แก้]

บางครั้งอวัยวะจากผู้บริจาคที่เสียชีวิต (โดยทั่วไปคือตับ) อาจจะถูกแบ่งให้ผู้รับสองคนโดยเฉพาะผู้ใหญ่และเด็ก แต่นี่ไม่ค่อยจะเป็นที่ต้องการเพราะการปลูกถ่ายอวัยวะทั้งชิ้นจะประสบความสำเร็จมากกว่า

การปลูกถ่ายโดมิโน (Domino transplants)[แก้]

การผ่าตัดนี้กระทำกับผู้ป่วยที่เป็นโรคซิสติกไฟโบรซิส (Cystic fibrosis) เพราะต้องเปลี่ยนปอดทั้งคู่และจะง่ายขึ้นไปอีกถ้าเปลี่ยนทั้งปอดและหัวใจในเวลาเดียวกัน ถ้าผู้รับอวัยวะมีหัวใจที่สุขภาพดีก็สามารถนำไปปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วยอื่นที่ต้องการการปลูกถ่ายหัวใจได้ นอกจากนั้นยังรวมหมายถึงการปลูกถ่ายตับแบบพิเศษที่ผู้มีอาการ familial amyloidotic polyneuropathy (โรคที่ตับผลิตโปรตีนชนิดหนึ่งได้ช้า โดยโปรตีนนี้ใช้เพื่อทำลายอวัยวะอื่น) ตับของผู้ป่วยนี้จึงสามารถนำไปปลูกถ่ายในคนไข้สูงอายุที่อาจตายได้ด้วยสาเหตุอื่นๆ

อวัยวะและเนื้อเยื้อหลักที่สามารถปลูกถ่ายได้[แก้]

อวัยวะในช่องอก (Thoracic organs)[แก้]

  • หัวใจ (ผู้บริจาคเสียชีวิตเท่านั้น)
  • ปอด (ผู้บริจาคเสียชีวิตและมีชีวิต)
  • หัวใจ-ปอด ((ผู้บริจาคเสียชีวิตและการปลูกถ่ายแบบโดมิโน)

อวัยวะในช่องท้อง (Abdominal organs)[แก้]

  • ไต (ผู้บริจาคเสียชีวิตและมีชีวิต)
  • ตับ (ผู้บริจาคเสียชีวิตและมีชีวิต)
  • ตับอ่อน (ผู้บริจาคเสียชีวิตและมีชีวิต)
  • ลำไส้ (ผู้บริจาคเสียชีวิตและมีชีวิต)
  • กระเพาะ (ผู้บริจาคเสียชีวิตเท่านั้น)
  • อัณฑะ[19]

เนื้อเยื่อ, เซลล์, ของไหล (Tissues, cells, fluids)[แก้]

  • มือ (ผู้บริจาคเสียชีวิตเท่านั้น)
  • กระจกตา (ผู้บริจาคเสียชีวิตเท่านั้น)
  • ผิวหนัง ซึ่งรวมถึงผิวหน้าบางส่วนและทั้งใบหน้า
  • เซลล์ตับอ่อน (Islets of Langerhans) (ผู้บริจาคเสียชีวิตและมีชีวิต)
  • ไขกระดูก/สเต็มเซลล์ (ผู้บริจาคมีชีวิตและการปลูกถ่ายแบบออโทกราฟท์)
  • เลือดและองค์ประกอบ (ผู้บริจาคมีชีวิตและการปลูกถ่ายแบบออโทกราฟท์)
  • หลอดเลือด (ผู้บริจาคเสียชีวิตและการปลูกถ่ายแบบออโทกราฟท์)
  • ลิ้นหัวใจ (ผู้บริจาคเสียชีวิต ผู้บริจาคมีชีวิตและการปลูกถ่ายแบบซีโนกราฟท์(จากหมูและวัว))
  • กระดูก (ผู้บริจาคเสียชีวิตและมีชีวิต)

การปลูกถ่ายอวัยวะในประเทศต่างๆ[แก้]

ประชากรศาสตร์[แก้]

แม้มีความพยายามของสมาคมการปลูกถ่ายนานาชาติ(international transplantation society)ต่างๆแล้ว แต่ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะได้ข้อมูลต่างๆเช่น จำนวน อัตรา และผลของการปลูกถ่าย เป็นต้น อย่างแม่นยำทั่วทั้งโลก วิธีที่ดีที่สุดที่เราทำได้คือการประมาณ

การปลูกถ่ายอวัยวะในประเทศ/ทวีปต่างๆ ปีค.ศ.2000

ไต

(pmp*)

ตับ

(pmp)

หัวใจ

(pmp)

อเมริกา 52 19 8
ยุโรป 27 10 4
ตุรกี 11 3.5 1
เอเชีย 3 0.3 0.03
ลาตินอเมริกา 13 1.6 0.5
  • *ตัวเลขมีหน่วยต่อประชากรล้านคน

แหล่งข้อมูล: [1]

อ้างอิง[แก้]

  1. See WHO Guiding Principles on human cell, tissue and organ transplantation, Annexed to World Health Organization, 2008.
  2. Further sources in the Bibliography on Ethics of the WHO.
  3. See Organ trafficking and transplantation pose new challenges.
  4. นายแพทย์สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์, ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา, วันเสาร์ ที่ 4 กันยายน 2553 การปลูกถ่ายอวัยวะและการบริจาคอวัยวะในประเทศไทยOK Nation Blog
  5. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127 ตอนพิเศษ 84 ง 9 กรกฎาคม 2553 หน้า 106-107 ข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2553
  6. ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย ระเบียบสภากาชาดไทยว่าด้วยศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย พ.ศ. 2545
  7. [ http://www.organdonate.in.th/Download/pdf/announces.pdf ประกาศศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย]
  8. คู่มือการปลูกถ่ายอวัยวะ, ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ, สภากาชาดไทย
  9. รายงานประจำปี พ.ศ. 2553 ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ สภากาชาดไทย
  10. Restore Sight Organization website
  11. The first transplantation of a human knee joint
  12. Wake Forest Physician Reports First Human Recipients of Laboratory Grown Organs
  13. Daily News – "Jaw-Droppin' Op a Success"
  14. "Farmer has double arm transplant". BBC News. August 1, 2008. 
  15. Woman to give birth after first ovary transplant pregnancy by James Randerson, science correspondent. guardian.co.uk, Sunday November 9, 2008 12.52 GMT.
  16. Macchiarini P, Jungebluth P, Go T, et al. (December 2008). "Clinical transplantation of a tissue-engineered airway". Lancet 372 (9655): 2023–30. doi:10.1016/S0140-6736(08)61598-6. PMID 19022496. 
  17. "Full face transplant man reveals his new look on TV". BBC News. July 26, 2010. 
  18. Catharine Paddock, PhD (July 12, 2010). "World's First Double-Leg Transplant Takes Place In Spain". Medical News Today. 
  19. Doctors plan first testicle transplant

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]