ข้ามไปเนื้อหา

วงศ์โคลงเคลง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก Melastomataceae)

วงศ์โคลงเคลง
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: Turonian - ปัจจุบัน[1]
Pleroma semidecandrum, syn. Tibouchina semidecandra, ที่ Strybing Arboretum ซานฟรานซิสโก
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ แก้ไขการจำแนกนี้
อาณาจักร: พืช
Plantae
เคลด: พืชมีท่อลำเลียง
Tracheophyta
เคลด: พืชดอก
Angiosperms
เคลด: พืชใบเลี้ยงคู่แท้
Eudicots
เคลด: โรสิด
Rosids
อันดับ: ชมพู่
Myrtales
วงศ์: โคลงเคลง
Melastomataceae
Juss.[2]
สกุลต้นแบบ
Melastoma
L.
สกุล

ดูข้อความ

วงศ์โคลงเคลง (ชื่อวิทยาศาสตร์: Melastomataceae) เป็นชื่อวงศ์ของพืชดอกใบเลี้ยงคู่ที่ส่วนใหญ่พบในพื้นที่เขตร้อน (สองในสามของสกุลนี้มาจากพื้นที่เขตร้อนในโลกใหม่) ประกบด้วยสกุลประมาณ 175 สกุล และชนิดเท่าที่รู้จักประมาณ 5115 ชนิด[3][4] ลักษณะเด่นคือ ใบเป็นใบเดี่ยวติดตรงข้าม กลีบดอกเด่นชัด รังไข่เชื่อมติดกับฐานดอก มีระยางค์ยื่นออกมาตรงโคนอับเรณู

ลักษณะประจำวงศ์

[แก้]

วงศ์โคลงเคลงเป็นวงศ์ของไม้พุ่ม ไม้ต้น ไม้ล้มลุก หรือไม้เลื้อย ซึ่งไม่มีหูใบ ใบเป็นใบเดี่ยวติดตรงข้าม บางทีพบมีหลายใบติดรอบข้อ ดอกสมบูรณ์เพศ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีอย่างละ 3, 4 หรือ 5 กลีบ แกนอับเรณูยืดยาวหรือเป็นรยางค์ อับเรณูแตกโดยมีรูที่ปลาย รังไข่ติดใต้วงกลีบหรือกึ่งใต้วงกลีบมี 4 หรือ 5 ช่อง ไข่อ่อนจำนวนมากติดที่แกนผนังรังไข่ ผลแห้งแบบแก่แตก หรือผลมีเนื้อหลายเมล็ด

อนุกรมวิธาน

[แก้]

ภายใต้ระบบการจัดประเภท APG III เจ็ดสกุลจากวงศ์พลองเหมือด (Memecylaceae) ถูกรวมอยู่ในสกุลนี้แล้ว[2]

ชนิดและการกระจายพันธุ์

[แก้]

กระจายพันธุ์ในเขตร้อน ทั่วโลกพบ 211 สกุล ในประเทศไทยพบ 15 สกุล ได้แก่

  • สกุลพลอง (Memecylon) ไม้พุ่ม หรือไม้ต้นขนาดเล็กมีเนื้อไม้ เช่น
  • สกุลก้ามกุ้ง (Phyllagathis) ไม้ล้มลุกขนาดเล็ก ไม่มีลำต้น มีเหง้าใต้ดิน มักพบบนก้อนกินริมลำธารที่มีความชื้น ในป่าดิบแล้ง ในประเทศไทยพบ 5 ชนิด[7] ได้แก่

สกุลอื่น ๆ

[แก้]

ณ เดือนตุลาคม ค.ศ. 2023 มีสกุลในวงศ์โคลงเคลงที่ได้รับการยอมรับ 167 สกุล:[8]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ "Myrtales". www.mobot.org. สืบค้นเมื่อ 2023-07-20.
  2. 1 2 Angiosperm Phylogeny Group (2009), "An update of the Angiosperm Phylogeny Group classification for the orders and families of flowering plants: APG III", Botanical Journal of the Linnean Society, 161 (2): 105–121, doi:10.1111/j.1095-8339.2009.00996.x
  3. ↑ Ulloa Ulloa, Carmen; Almeda, Frank; Goldenberg, Renato; Kadereit, Gudrun; Michelangeli, Fabián A.; Penneys, Darin S.; Stone, R. Douglas; Veranso-Libalah, Marie Claire (2022), Goldenberg, Renato; Michelangeli, Fabián A.; Almeda, Frank (บ.ก.), "Melastomataceae: Global Diversity, Distribution, and Endemism", Systematics, Evolution, and Ecology of Melastomataceae (ภาษาอังกฤษ), Cham: Springer International Publishing, น. 3–28, doi:10.1007/978-3-030-99742-7_1, ISBN 978-3-030-99741-0, สืบค้นเมื่อ 2023-05-04{{citation}}: CS1 maint: work parameter with ISBN (ลิงก์)
  4. ↑ Christenhusz, M. J. M.; Byng, J. W. (2016). "The number of known plants species in the world and its annual increase". Phytotaxa. 261 (3). Magnolia Press: 201–217. doi:10.11646/phytotaxa.261.3.1.
  5. ↑ "เอนอ้า, สกุล". สารานุกรมพืชในประเทศไทย. กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช. 1 กุมภาพันธ์ 2561.
  6. ↑ "เคลง, สกุล". สารานุกรมพืชในประเทศไทย. กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช. 26 สิงหาคม 2559.
  7. ↑ "ก้ามกุ้ง, สกุล". สารานุกรมพืชในประเทศไทย. กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช. 30 พฤษภาคม 2559.
  8. ↑ "Melastomataceae Juss". Plants of the World Online. Royal Botanic Gardens, Kew. สืบค้นเมื่อ 30 ตุลาคม 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  9. ↑ LaMotte, R.S. (1952). Catalogue of the Cenozoic plants of North America through 1950. Geological Society of America Memoirs. เล่มที่ 51. Geological Society of America. doi:10.1130/MEM51.

บรรณานุกรม

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]