ลาสเวกัส
ลาสเวกัส เนวาดา | |
|---|---|
| City of Las Vegas | |
| ที่มาของชื่อ: สเปน: "Las vegas" (อังกฤษ: The meadows) | |
| สมญา: | |
ที่ตั้งภายในเทศมณฑล คลาร์ก | |
| พิกัด: 36°10′30″N 115°08′11″W / 36.17500°N 115.13639°W | |
| ประเทศ | สหรัฐอเมริกา |
| รัฐ | เนวาดา |
| เทศมณฑล | คลาร์ก |
| ก่อตั้ง | 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2448 |
| สถาปนาเป็นนคร | 16 มีนาคม พ.ศ. 2453 |
| การปกครอง | |
| • ประเภท | Council–manager |
| • นายกเทศมนตรี | Carolyn Goodman (I) |
| • สภาเทศบาลนคร | |
| • ผู้จัดการนคร | Scott D. Adams |
| พื้นที่ | |
| 135.8 ตร.ไมล์ (351.7 ตร.กม.) | |
| • พื้นดิน | 135.8 ตร.ไมล์ (351.7 ตร.กม.) |
| • พื้นน้ำ | 0.05 ตร.ไมล์ (0.13 ตร.กม.) |
| ความสูง | 2,001 ฟุต (610 เมตร) |
| ประชากร | |
| 583,756 คน | |
| 644,644 คน | |
| • ความหนาแน่น | 4,300 คน/ตร.ไมล์ (1,700 คน/ตร.กม.) |
| • เขตเมือง | 2,211,315 คน |
| • ปริมณฑล | 2,227,053 คน |
| • พื้นที่รวมทาง การสถิติ (CSA) | 2,462,015 (US: ที่ 26) |
| เดมะนิม | Las Vegan |
| เขตเวลา | UTC−8 (PST) |
| • ฤดูร้อน (เวลาออมแสง) | UTC−7 (PDT) |
| รหัสพื้นที่ | 702 และ 725 |
| รหัส FIPS | 32-40000 |
| GNIS feature ID | 0847388 |
| ท่าอากาศยานหลัก | ท่าอากาศยานนานาชาติแมคคาร์แรน (LAS) |
| ทางหลวง อินเตอร์สเตต | I-15, I-515 |
| ทางหลวงสายหลักอื่น ๆ | US 93, US 95, NV 159, NV 599, NV 604, CC 215 |
| เว็บไซต์ | lasvegasnevada |
ลาสเวกัส (Las Vegas /lɑːs ˈveɪɡəs/, เสียงอ่านภาษาสเปน: [laz ˈβeɣas]) เป็นคำที่มาจากภาษาสเปนหมายถึง ทุ่งหญ้าหรือที่ราบลุ่ม ชื่ออย่างเป็นทางการของเมืองคือ "City of Las Vegas" หรือเรียกสั้น ๆ ว่า "เวกัส" เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในรัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเทศมณฑล คลาร์ก เป็นเมืองหลักในเขตของมหานคร ลาสเวกัสวัลเลย์ และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดที่อยู่ในเขตทะเลทรายโมฮาวี[6] ลาสเวกัสได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก[7][8] เป็นสถานที่ที่ชาวอเมริกันและคนทั่วโลกให้ฉายาว่า "นครบาป" (Sin City)[9] หรือ นักเขียนบางคนให้ชื่อว่าเป็น "America's Playground" หรือสนามเด็กเล่นของสหรัฐอเมริกา
ลาสเวกัสเป็นสถานที่ที่มีลักษณะพิเศษ เพราะเมืองทั้งเมืองเจริญเติบโตขึ้นมาจากความก้าวหน้าของกิจการการพนัน เป็นแรงดึงดูดหลักให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามา ต่อมาก็ได้พัฒนาไปสู่ธุรกิจบริการใกล้เคียง ได้แก่ โรงแรม ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ซึ่งล้วนแล้วแต่มีความโอ่อ่าอลังการ และขนาดใหญ่กว่าที่อื่นในโลก เมืองนี้เป็นหนึ่งในสามของจุดหมายปลายทาง สำหรับการจัดการประชุมทางธุรกิจในสหรัฐอเมริกา และมีโรงแรมระดับห้าดาวตามการจัดอันดับของ AAA Five Diamond มากที่สุดในโลก[10][11][12] จะหาได้ค่อนข้างยากที่จะมีบ่อนการพนัน และโรงแรมมารวมตัวกันอย่างแน่นหนาในบริเวณใกล้เคียงกันเหมือนกับเมืองลาสเวกัส แห่งนี้ โดยที่สุดในปัจจุบันนี้ คนไปท่องเที่ยวลาสเวกัสไม่ได้เพราะต้องการที่จะไปเล่นการพนันหรือไปดื่มกินให้สนุกเป็นหลักอีกต่อไป แต่ไปเพื่อได้เห็นลักษณะอันพิเศษของเมืองนี้ เมืองนี้มีแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่คือ ไฮจ์ โรลเลอร์ ซึ่งเป็นชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในโลก เปิดดำเนินการตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2557
ลาสเวกัสก่อตั้งในปี พ.ศ. 2448 และจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2453 เมื่อสิ้นสุดคริสต์ศตวรรษที่ 20 เมืองนี้เป็นเมืองอเมริกันที่มีประชากรมากที่สุดก่อตั้งขึ้นในศตวรรษนั้น (มีลักษณะโดดเด่นเช่นเดียวกับเมืองชิคาโกในคริสต์ศตวรรษที่ 19) การเติบโตของประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาตั้งแต่คริสต์ทศวรรษที่ 1960 และระหว่างคริสต์ทศวรรษ 1990 และ 2000 ประชากรเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าหรือ 85.2% การเติบโตอย่างรวดเร็วยังคงดำเนินต่อไปในคริสต์ศตวรรษที่ 21 ลาสเวกัสเป็นเมืองที่ประชากรหนาแน่นอันดับ 28 ของสหรัฐอเมริกาจากการประเมินในปี พ.ศ. 2561[5]
ในอดีตเมืองแห่งนี้เป็นเมืองที่ไม่เคยได้รับความสนใจเท่าไหร่ด้วยซ้ำ มองไปตรงไหนก็พบเจอแต่ทะเลทรายแม้แต่ถนนจะตัดผ่านยังแทบไม่มี อาชีพของประชาชนส่วนใหญ่คือการทำเหมืองหิน, ค้าขาย กระทั่งเกิดแนวความคิดต้องการพัฒนาเมืองแห่งนี้ให้มีความเจริญก้าวหน้าสูงสุด รัฐบาลสหรัฐฯ จึงได้ตัดสินใจให้ลาสเวกัสกลายเป็นสถานที่ของบ่อนคาสิโนจำนวนมาก กลายเป็นเมืองทางผ่านที่มักมีผู้คนแวะมาเยี่ยมเยียนอย่างไม่ขาดสายโดยถนนเส้นหลักจะตัดผ่านไปยังชายฝั่งด้านตะวันตกของประเทศ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 เป็นต้นมาลาสเวกัสกลายเป็นเมืองที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพราะได้กลายเป็นศูนย์กลางขนาดใหญ่แห่งวงการพนัน ทั้งบ่อนคาสิโนที่มีการเล่นพนันครบทุกประเภท, การเต้นระบำเอาใจบรรดาแขกผู้มาเสี่ยงโชค ส่งผลให้แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาชนิดไม่ขาดสาย
เช่นเดียวกับพื้นที่มหานครหลักที่สำคัญส่วนใหญ่ ชื่อของเมืองหลัก (ในกรณีนี้คือ "ลาสเวกัส") มักใช้เพื่ออธิบายพื้นที่ที่เกินกว่าขอบเขตของเมือง ในกรณีของลาสเวกัส ชื่อนี้จะนำไปใช้กับพื้นที่ในและใกล้กันกับ ลาสเวกัสสตริป (Las Vegas Strip) ซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนของ พาราไดซ์ (Paradise) และ วินเชสเตอร์ (Winchester) ด้วย[13][14]
ภูมิอากาศ
[แก้]ลาสเวกัสมีลักษณะภูมิอากาศแบบทะเลทรายเขตร้อน แห้งแล้งตลอดปี มีฤดูร้อนที่ยาวนานและอากาศร้อนจัด อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 37-40 องศาเซลเซียส และต่ำสุดเฉลี่ย 24-27 องศาเซลเซียส ส่วนฤดูหนาวมีระยะเวลาสั้น ๆ อากาศอบอุ่นในตอนกลางวันและเย็นในตอนกลางคืน อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 14-17 องศาเซลเซียส และต่ำสุดเฉลี่ย 4-6 องศาเซลเซียส
ลาสเวกัสมีฝนตกเฉลี่ยเพียง 26 วันต่อปี ส่วนใหญ่ฝนตกในฤดูหนาว มีปริมาณหยาดน้ำฟ้ารวมทั้งปีเพียง 100 มิลลิเมตร และมีแสงแดดรวมทั้งปีสูงมากถึง 3,800 ชั่วโมง
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2480 ลาสเวกัสมีสถิติอุณหภูมิสูงสุดวัดได้ 120 องศาฟาเรนไฮต์ (48.9 องศาเซลเซียส) ในวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 และมีสถิติอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 8 องศาฟาเรนไฮต์ (-13.3 องศาเซลเซียส) ในวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2480 และ 13 มกราคม พ.ศ. 2506
นอกจากนี้ สถิติอุณหภูมิในตอนกลางคืนที่ร้อนที่สุดวัดได้ 95 องศาฟาเรนไฮต์ (35 องศาเซลเซียส) ในวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 และ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
| ข้อมูลภูมิอากาศของลาสเวกัส (ท่าอากาศยานนานาชาติแฮร์รี รีด) (ค่าปกติ 1991-2020; ค่าสุดขีด 1937-ปัจจุบัน) | |||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เดือน | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ทั้งปี |
| อุณหภูมิสูงสุดที่เคยบันทึก °F (°C) | 77 (25) |
87 (30.6) |
92 (33.3) |
99 (37.2) |
109 (42.8) |
117 (47.2) |
120 (48.9) |
116 (46.7) |
114 (45.6) |
104 (40) |
87 (30.6) |
78 (25.6) |
120 (48.9) |
| อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °F (°C) | 58.5 (14.72) |
62.9 (17.17) |
71.1 (21.72) |
78.5 (25.83) |
88.5 (31.39) |
99.4 (37.44) |
104.5 (40.28) |
102.8 (39.33) |
94.9 (34.94) |
81.2 (27.33) |
67.1 (19.5) |
56.9 (13.83) |
80.53 (26.958) |
| อุณหภูมิเฉลี่ยแต่ละวัน °F (°C) | 49.5 (9.72) |
53.5 (11.94) |
60.8 (16) |
67.7 (19.83) |
77.3 (25.17) |
87.6 (30.89) |
93.2 (34) |
91.7 (33.17) |
83.6 (28.67) |
70.4 (21.33) |
57.2 (14) |
48.2 (9) |
70.06 (21.144) |
| อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °F (°C) | 40.5 (4.72) |
44.1 (6.72) |
50.5 (10.28) |
56.9 (13.83) |
66.1 (18.94) |
75.8 (24.33) |
82.0 (27.78) |
80.6 (27) |
72.4 (22.44) |
59.6 (15.33) |
47.3 (8.5) |
39.6 (4.22) |
59.62 (15.343) |
| อุณหภูมิต่ำสุดที่เคยบันทึก °F (°C) | 8 (-13.3) |
16 (-8.9) |
19 (-7.2) |
31 (-0.6) |
38 (3.3) |
48 (8.9) |
56 (13.3) |
54 (12.2) |
43 (6.1) |
26 (-3.3) |
15 (-9.4) |
11 (-11.7) |
8 (−13.3) |
| หยาดน้ำฟ้า นิ้ว (มม) | 0.56 (14.2) |
0.80 (20.3) |
0.42 (10.7) |
0.20 (5.1) |
0.07 (1.8) |
0.04 (1) |
0.38 (9.7) |
0.32 (8.1) |
0.32 (8.1) |
0.32 (8.1) |
0.30 (7.6) |
0.45 (11.4) |
4.18 (106.2) |
| ความชื้นร้อยละ | 45.1 | 39.6 | 33.1 | 25.0 | 21.3 | 16.5 | 21.1 | 25.6 | 25.0 | 28.8 | 37.2 | 45.0 | 30.28 |
| วันที่มีหยาดน้ำฟ้าโดยเฉลี่ย (≥ 0.01 นิ้ว) | 3.1 | 4.1 | 2.8 | 1.6 | 1.1 | 0.4 | 2.5 | 2.2 | 1.8 | 1.7 | 1.5 | 3.0 | 25.8 |
| จำนวนชั่วโมงที่มีแดด | 245.2 | 246.7 | 314.6 | 346.1 | 388.1 | 401.7 | 390.9 | 368.5 | 337.1 | 304.4 | 246.0 | 236.0 | 3,825.3 |
| แหล่งที่มา: NOAA (ค่าปกติและค่าสุดขีด)[15][16], (ความชื้นและแสงแดด 1961-1990)[17] | |||||||||||||
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Merriam Webster's Geographical Dictionary (พิมพ์ครั้งที่ 3rd). Merriam-Webster. 1997. น. 633. ISBN 9780877795469.
- ↑ "Words and Their Stories: Nicknames for New Orleans and Las Vegas". VOA News. มีนาคม 13, 2010. สืบค้นเมื่อ มกราคม 29, 2012.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Lovitt, Rob (ธันวาคม 15, 2009). "Will the real Las Vegas please stand up?". MSNBC. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2012-11-20. สืบค้นเมื่อ กุมภาพันธ์ 4, 2012.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Profile of General Population and Housing Characteristics: 2010 Demographic Profile Data (DP-1) : Las Vegas city, Nevada". U.S. Census Bureau, American Factfinder. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 9, 2012.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 "Annual Estimates of the Resident Population for Incorporated Places of 50,000 or More, Ranked by July 1, 2018 Population: April 1, 2010 to July 1, 2018". United States Census Bureau, Population Division. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 23, 2019.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) CS1 maint: deprecated archival service (ลิงก์) - ↑ "Find a County". National Association of Counties. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 7, 2011.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Overseas Visitation Estimates for U.S. States, Cities, and Census Regions: 2013" (PDF). International Visitation in the United States. US Office of Travel and Tourism Industries, US Department of Commerce. พฤษภาคม 2014. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ มีนาคม 28, 2016. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 14, 2014.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "World's Most-Visited Tourist Attractions". Travel + Leisure. สืบค้นเมื่อ มกราคม 10, 2015.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Schwartz, David G. (ธันวาคม 10, 2018). "Why Las Vegas Is Still America's Most Sinful City". Forbes. สืบค้นเมื่อ สิงหาคม 27, 2019.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Jones, Charisse (สิงหาคม 21, 2013). "Top convention destinations: Orlando, Chicago, Las Vegas". USA Today.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Nancy Trejos, USA TODAY (มกราคม 17, 2014). "AAA chooses Five Diamond hotels, restaurants for 2014". Usatoday.com. สืบค้นเมื่อ มกราคม 10, 2015.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Top 5 Cities to Get Hired in Hospitality". Hcareers.com. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2016-01-14. สืบค้นเมื่อ มกราคม 10, 2015.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Joe Schoenmann (กุมภาพันธ์ 3, 2010). "Vegas not alone in wanting in on .vegas". Las Vegas Sun.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "County Turns 100 July 1, Dubbed 'Centennial Day'" (ข่าวประชาสัมพันธ์). Clark County, Nevada. มิถุนายน 23, 2009. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2020-04-07. สืบค้นเมื่อ กุมภาพันธ์ 5, 2010.
{{cite press release}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "NOWData - NOAA Online Weather Data". weather.gov (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ มกราคม 17, 2026.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Las Vegas Climate Book - Temperature Overview" (PDF). weather.gov (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ มกราคม 17, 2026.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "LAS VEGAS/MCCARRAN, NV". NOAA. สืบค้นเมื่อ มิถุนายน 14, 2026.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]
วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ ลาสเวกัส- เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
- "The Making of Las Vegas" (ลำดับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์)
- Geologic tour guide of the Las Vegas area จาก American Geological Institute
- National Weather Service Forecast – Las Vegas, NV