สำนักงานสอบสวนกลาง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก FBI)
สำนักงานสอบสวนกลาง

Federal Bureau of Investigation

Seal of the Federal Bureau of Investigation.svg
ตราสำนักงานสอบสวนกลาง
Flag of the United States Federal Bureau of Investigation.svg
ธงของสำนักงานสอบสวนกลาง
Badge of the Federal Bureau of Investigation.png
โล่ตราสำนักงานสอบสวนกลาง
ข้อมูลองค์กร
ก่อตั้ง วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2451
เขตอำนาจ ทั่วสหรัฐอเมริกา
สำนักงานใหญ่ ตึกเจ. เอ็ดการ์ ฮูเวอร์, วอชิงตัน ดี.ซี., สหรัฐอเมริกา
คำขวัญ จงรักภักดี, กล้าหาญ, ซื่อสัตย์
เจ้าหน้าที่ 35,104 คน (วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2557)
งบประมาณ 8.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ปี พ.ศ. 2557)[1]
ผู้บริหารองค์กร แอนดรู จี. แม็คเคบ, ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง (รักษาการ)
แอนดรู จี. แม็คเคบ, รองผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง
หน่วยงานแม่ กระทรวงยุติธรรม
สำนักงานผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ
หน้าเว็บไซต์
fbi.gov

สำนักงานสอบสวนกลาง[2] ย่อว่า เอฟบีไอ (อังกฤษ: Federal Bureau of Investigation; FBI) เป็นหน่วยงานราชการด้านข่าวกรองและความมั่นคงภายใน สหรัฐอเมริกา ที่ซึ่งทำหน้าที่เป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายรัฐบาลกลางที่สำคัญหน่วยงานหนี่งของชาติ โดยปฏิบัติการณ์ภายใต้การควบคุมของ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ควบคู่ไปกับเป็นสมาชิกของชุมชนข่าวกรองสหรัฐฯ (อังกฤษ: U.S. Intelligence Community; IC) และรายงานทั้ง อัยการสูงสุด และผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ (อังกฤษ: Director of National Intelligence; DNI) และยังเป็นหน่วยงานชั้นนำในด้าน การต่อต้านการก่อการร้าย การต่อต้านการข่าวกรอง และองค์กรสืบสวนอาชญากรรม สำนักงานสอบสวนกลางมีอำนาจควบคุมการฝ่านฝืนมากกว่า 200 รูปแบบของอาชญากรรมรัฐบาลกลาง (อังกฤษ: Federal Crimes)

แม้ว่าหลายหน้าที่ของสำนักงานสอบสวนกลางจะเป็นเอกลักษณ์ แต่งานในด้านการสนับสนุนความมั่นคงแห่งขาติสามารถเปรียบเทียบได้กับ หน่วยงานข่าวกรองทางการทหาร แผนกที่ 5 (อังกฤษ: Military Intelligence, Section 5; MI5) ของสหราชอาณาจักร และ หน่วยงานราชการความมั่นคงกลาง (อังกฤษ: Federal Security Service; รัสเซีย: Федеральная служба безопасности) ของ สหพันธรัฐรัสเซีย ไม่เหมือนกับ สำนักข่าวกรองกลาง ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและเน้นไปในเรื่องการรวบรวมข่าวกรองต่างประเทศ สำนักงานสอบสวนกลางเป็นองค์กรภายในหลักซึ่งมีสำนักงานภาคสนาม 56 สำนักงาน ในเมืองสำคัญต่างๆในสหรัฐ และหน่วยงานประจำมากกว่า 400 หน่วยงานในเมืองที่เล็กกว่าและในพื้นที่ต่างชาติ ที่สำนักงานภาคสนามเจ้าหน้าที่เอฟบีไอระดับอาวุโสยังทำหน้าที่ควบคู่เป็นตัวแทนผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติ

แม้จะเน้นในเรื่องภายในประเทศ แต่สำนักงานสอบสวนกลางก็ยังมีสำนักงานเจ้าหน้าสถานทูตทางกฎหมาย 60 สำนักงานและ 15 สำนักงานรองในสถานทูตและสถานกงสุลสหรัฐฯทั่วโลก สำนักงานพวกนี้มีหน้าที่หลักในการผสานงานกับหน่วยงานส่วนราชการด้านความมั่นคงต่างประเทศและจะไม่ดำเนิการปฏิบัติการณ์อยู่ฝ่ายเดียวในประเทศเจ้าบ้าน สำนักงานสอบสวนกลางสามารถปฏิบัติกาณ์ลับในต่างประเทศได้ในบางเวลาที่จำเป็น เช่นเดียวกับสำนักข่าวกรองกลางที่มีการจำกัดหน้าที่ภายในประเทศ ปฏิบัติการณ์พวกนี้โดยปกติจำเป็นต้องผสานงานกับหน่วยงานรัฐบาล

สำนักงานสอบสวนกลางก่อตั้งในปี พ.ศ. 2451 ในฐานะสำนักงานสอบสวน (อังกฤษ: Bureau of Investigation; BI) ชื่อของสำนักงานถูกเปลี่ยนเมื่อปี พ.ศ. 2478 เป็นสำนักงานสอบสวนกลาง มีสำนักงานใหญ่อยู่ทีตึกเจ. เอ็ดการ์ ฮูเวอร์ ในวอชิงตัน ดี.ซี.

ลำดับความสำคัญ[แก้]

สำดับความสำคัญในปัจจุบันของสำนักงานสอบสวนกลาง มีดังนี้:

  1. ปกป้องสหรัฐฯจากการโจมตีของผู้ก่อการร้าย
  2. ปกป้องสหรัฐฯจากการโจรกรรมและการปฏิบัติการณ์ข่าวกรองของต่างประเทศ
  3. ปกป้องสหรัฐฯจากการโจมตีทางไซเบอร์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีระดับสูง
  4. ต่อสู้กับการทุจริตของเอกชนในทุกระดับ
  5. ปกป้องสิทธิมนุษยชน
  6. ต่อสู้กับองค์กรอาชญกรรมระดับชาติ/ข้ามชาติ
  7. ต่อสู้กับอาชญากรรมคอปกขาวขนาดใหญ่
  8. ต่อสู้กับอาชญากรรมรุนแรงที่สำคัญ
  9. สนับสนุนรัฐบาลกลาง รัฐ ท้องถิ่น และประเทศเพื่อนบ้าน
  10. พัฒนาเทคโนโลยีสำหรับใช้งาน เพื่อให้ทำภารกิจที่ระบุไว้ข้าวต้นประสบความสำเร็จ

ประวัติ[แก้]

ภูมิหลัง[แก้]

ในปี พ.ศ. 2439 สำนักงานการระบุตัวอาชญากรแห่งชาติ (อังกฤษ: National Burau of Criminal Identification; NCBI) ได้ถูกก่อตั้งขี้น ซึ่งมีหน้าที่ให้ข้อมูลเพื่อระบุตัวอาชญากรที่เป็นที่รู้จักแก่หน่วยงานทั่วประเทศ จนกระทั่งมีการลอบสังหารประธานาธิบดี วิลเลียม แมกคินลีย์ ในปี พ.ศ. 2444 ก็ทำให้รู้โดยทันทีว่าอเมริกาอยู่ภายใต้การคุกคามจากผู้นิยมอณาธิปไตย กระทรวงยุติธรรมและกระทรวงแรงงานสหรัฐฯได้จัดเก็บข้อมูลของผู้นิยมอณาธิปไตยมาเป็นปี แต่ประธานาธิบดี ธีโอดอร์ โรสเวลต์ ต้องการพลังมากกว่าในการสังเกตการณ์พวกเขา

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯได้รับหน้าที่ให้ดูแลกฎระเบียบการค้าระหว่างรัฐตั้งแต่ปี พ.ศ. 2430 ถึงแม้จะขาดแคลนบุคลากรในการทำเช่นนั้น มันได้ทำให้มีความพยายามเล็กๆน้อยๆที้จะบรรเทาปัญหาการขาดแคลนบุคลากร จนกระทั่งมีเรื่องอื้อฉาวการโกงที่ดินใน รัฐออริกอน ประธานาธิบดีโรสเวลต์ได้สั่งให้อัยการสูงสุดชาร์ลส์ โบนาปาร์ต จัดระเบียบหน่วยงานราชการด้านสืบสวนที่อิสระให้รายงานเฉพาะกับอัยการสูงสุดเท่านั้น

อัยการสูงสุดโบนาปาร์ตได้ยืมมือจากหน่วยงานอื่นๆ รวมถึงหน่วยงานอารักขา (อังกฤษ: U.S. Secret Service; USSS) ในเรื่องกำลังพลและพนักงานสืบสวนเฉพาะด้าน ในวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2451 รัฐสภาสหรัฐ ห้ามไม่ให้กระทรวงยุติธรรมใช้บุคลากรจากกระทรวงการคลัง โดยอ้างว่ากลัวหน่วยงานใหม่จะกลายเป็นกรมตำรวจลับ อีกครั้งจากการชี้แนะของประธานาธิบดีโรสเวลต์ อัยการสูงสุดโบนาปาร์ตได้ย้ายไปจัดระเบียบสำนักงานสอบสวนอย่างเป็นทางการ ซึ่งภายหลังก็ได้มีเจ้าหน้าพิเศษ (อังกฤษ: Special Agents) เป็นของตนเอง

การก่อตั้ง[แก้]

สำนักงานสอบสวนก่อตั้งในวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2451 หลังจากที่รัฐสภาสหรัฐฯได้เลื่อนออกไปในช่วงฤดูร้อน อัยการสูงสุดโบนาปร์ตได้ใช้กองทุนค่าใช้จ่ายของกระทรวงยุติธรรมจ้างคน 34 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์บางคนของหน่วยงานราชการลับ เพื่อทำงานในหน่วยงานสืบสวนสอบสวนแห่งใหม่ อธิบดีของที่นี้คนแรก (ปัจจุบันรู้จักในนามผู้อำนวยการ) คือ สแตนลีย์ ฟินช์ อัยการสูงสุดโบนาปาร์ตได้แจ้งต่อรัฐสภาสหรัฐฯเกี่ยวกับการกระทำนี้ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2451

หน้าที่แรกเริ่มของสำนักงานคือทำการสำรวจย่านค้าประเวณี เพื่อเตรียมตัวในการบังคับใช้รัฐบัญญัติแมนน์ (อังกฤษ: Mann Act) ที่ผ่านไปเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2453 ในปี พ.ศ. 2475 สำนักงานได้เปลี่ยนชื่อเป็นสำนักงานสอบสวนแห่งสหรัฐอเมริกา (อังกฤษ: United States Bureau of Investigation) ในปีต่อมาก็ได้เชื่อมโยงไปกับสำนักงานสิ่งของต้องห้าม (อังกฤษ: Bureau of Prohibition) และได้ชื่อใหม่ว่าแผนกสอบสวน (อังกฤษ: Division of Investigation) ก่อนจะมาเป็นหน่วยงานราชการอิสระภายใต้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐในปี พ.ศ. 2478 และในปีเดียวกันชื่อก็ได้ถูกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการโดยเจ. เอ็ดการ์ ฮูเวอร์กลายเป็นชื่อเดียวกันกับปัจจุบันคือ สำนักงานสอบสวนกลาง (อังกฤษ: Federal Bureau of Investigation; FBI)

องค์กร[แก้]

โครงสร้างองค์กร[แก้]

สำนักงานสอบสวนกลางแบ่งออกเป็นสาขาการทำงานและสำนักงานผู้อำนวยการ ซึ่งประกอบด้วยสำนักงานบริหารส่วนมาก ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริหารมีหน้าที่จัดการสาขาต่างๆ แต่ละสาขาก็ยังสามารถแบ่งออกเป็นสำนักงานและแผนกอีกทีซึ่งมีผู้ช่วยผู้อำนวยการเป็นหัวหน้า แผนกต่างๆยังสามารถแบ่งออกเป็นสาขารอง ซึ่งมีรองผู้ช่วยผู้อำนวยการเป็นหัวหน้า ในสาขารองพวกนี้สามารถแบ่งออกส่วน โดยมีหัวหน้าส่วนเป็นหัวหน้าซึ่งเป็นตำแหน่งที่คล้ายกับเจ้าหน้าที่พิเศษผู้รับผิดชอบ สาขา 4 สาขารายงายต่อรองผู้อำนวยการ ในขณะที่อีก 2 สาขารายงานต่อผู้อำนวยการช่วยว่าการ สาขาการทำงานของสำนักงานสอบสวนกลาง มีดังนี้:

  • สาขาข่าวกรอง
  • สาขาความมั่นคงแห่งชาติ
  • สาขาอาชญากรรม, ไซเบอร์, ตอบโต้, และบริการ
  • สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
  • สาขาข้อมูลและเทคโนโลยี
  • สาขากำลังคน

โครงสร้างตำแหน่ง[แก้]

ต่อไปนี้เป็นโครงสร้างตำแหน่งของสำนักงานสอบสวนกลางโดยสมบูรณ์:

  • เจ้าหน้าที่ภาคสนาม
    • เจ้าหน้าที่ฝึกงาน
    • เจ้าหน้าที่พิเศษ
    • เจ้าหน้าที่พิเศษอาวุโส
    • เจ้าหน้าที่พิเศษกำกับดูแล
    • ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่พิเศษผู้รับผิดชอบ
    • เจ้าหน้าที่พิเศษผู้รับผิดชอบ
  • ฝ่ายการจัดการ
    • รองผู้ช่วยผู้อำนวยการ
    • ผู้ช่วยผู้อำนวยการ
    • รองผู้ช่วยผู้อำนวยการบริหาร
    • ผู้ช่วยผู้อำนวยการบริหาร
    • รองผู้อำนวยการช่วยว่าการ
    • รองเสนาธิการ
    • เสนาธิการและที่ปรึกษาพิเศษแก่ผู้อำนวยการ
    • รองผู้อำนวยการ
    • ผู้อำนวยการ

อ้างอิง[แก้]

  1. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ FBI
  2. ราชบัณฑิตยสถาน. (ม.ป.ป.). ศัพท์บัญญัติราชบัณฑิตยสถาน. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: <http://rirs3.royin.go.th/coinages/webcoinage.php>. (เข้าถึงเมื่อ: 29 มีนาคม 2552).

หนังสืออ่านเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]