กวางคุณพ่อดาวีด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก Elaphurus davidianus)
Jump to navigation Jump to search
กวางคุณพ่อดาวีด
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: 3–0Ma
ไพลโอซีนตอนปลายถึงโฮโลซีน
Pere David Deer - Woburn Deer park (5108236985).jpg
กวางคุณพ่อดาวีดตัวผู้ที่วูเบิร์นซาฟารีพาร์ก ประเทศอังกฤษ
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Mammalia
อันดับ: Artiodactyla
วงศ์: Cervidae
วงศ์ย่อย: Cervinae
สกุล: Elaphurus
Milne-Edwards, 1866[2]
สปีชีส์: E.  davidianus
ชื่อทวินาม
Elaphurus davidianus
Milne-Edwards, 1866

กวางคุณพ่อดาวีด หรือ กวางปักกิ่ง[3] (อังกฤษ: Père David's deer[2]; จีน: 鹿; พินอิน: mílù; ชื่อวิทยาศาสตร์: Elaphurus davidianus) เป็นกวางชนิดหนึ่ง จัดเป็นเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Elaphurus[2]

กวางคุณพ่อดาวีด เป็นกวางชนิดที่พบได้เฉพาะในประเทศจีนเท่านั้น โดยกระจายพันธุ์อยู่ทางตอนกลางและตอนใต้ของลุ่มน้ำแยงซี ได้ชื่อว่า "ดาวีด" มาจากชื่อของบาทหลวงชาวฝรั่งเศส อาร์ม็อง ดาวีด ซึ่งเป็นชาวตะวันตกคนแรกที่พบเห็นและรู้จักกวางชนิดนี้ [1]

ชาวจีนมองว่า กวางคุณพ่อดาวีดเป็นสัตว์ที่แปลก โดยมีลักษณะ 4 ประการที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกับสัตว์ชนิดต่าง ๆ ผสมผสานกัน (จีน: 四不像; พินอิน: sì bú xiàng; ญี่ปุ่น: shifuzō) คือ มีส่วนหัวเหมือนม้า, มีตีนเหมือนวัว, มีหางเหมือนลา และมีเขาเหมือนกวางแต่งองุ้มไปข้างหลัง

กวางคุณพ่อดาวีดตัวเมีย

กวางคุณพ่อดาวีด เป็นกวางที่หากินในที่ราบลุ่มที่น้ำท่วมขังหรือสภาพพื้นที่ชุ่มน้ำ เช่น หนอง, บึง โดยกินหญ้าและตะไคร่น้ำเป็นอาหาร ในฤดูผสมพันธุ์ เมื่อเป็นสัด กวางตัวผู้จะตกแต่งเขาตัวเองด้วยใบไม้ต่าง ๆ ห้อยย้อยลงมา กวางตัวผู้จะต่อสู้กันด้วยความดุเดือดเพื่อแย่งชิงตัวเมีย ขณะที่กวางตัวเมียจะไม่มีเขา กวางคุณพ่อดาวีดจะผสมพันธุ์กันปีต่อปี ในขณะที่ลูกกวางที่เกิดขึ้นจากการผสมพันธุ์เมื่อปีที่แล้วยังไม่หย่านม แต่จะอยู่รวมกันเป็นฝูงในหมู่ลูกกวางด้วยกัน จึงทำให้หลีกเลี่ยงที่จะเผชิญกับกวางตัวผู้ที่ก้าวร้าว

ปัจจุบัน สถานะของกวางคุณพ่อดาวีดได้สูญพันธุ์ไปแล้วจากธรรมชาติ ในจีนคาดว่ามีจำนวนประชากรราว 2,500 ตัว ในเขตอนุรักษ์ การที่ยังมีกวางคุณพ่อดาวีดหลงเหลืออยู่นั้นเกิดจากในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 กวางในธรรมชาติได้สูญพันธุ์ลงแล้ว แต่ยังมีการนำไปเลี้ยงและได้ขยายพันธุ์ในโบสถ์ของประเทศอังกฤษ ในทวีปยุโรป และได้นำส่งกลับมายังจีนจำนวน 40 ตัว ในปี ค.ศ. 1980 ซึ่งได้สืบพันธุ์มาจนถึงปัจจุบัน[3]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]