นกกระเต็น
| นกกระเต็น | |
|---|---|
| นกกระเต็นน้อยธรรมดา (Alcedo atthis) ซึ่งเป็นนกกระเต็นที่อยู่ในวงศ์ Alcedinidae กำลังคาบปลา | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | สัตว์ Animalia |
| ไฟลัม: | สัตว์มีแกนสันหลัง Chordata |
| ชั้น: | สัตว์ปีก Aves |
| อันดับ: | นกตะขาบ Coraciiformes |
| อันดับย่อย: | นกกระเต็น Alcedines |
| วงศ์: | นกกระเต็น Alcedinidae Rafinesque, 1815 |
| วงศ์ย่อย | |
| การกระจายพันธุ์ของวงศ์นกกระเต็น | |
นกกระเต็น[1] หรือ นกกะเต็น[2] เป็นนกที่อยู่ในอันดับย่อย Alcedines ในอันดับนกตะขาบ (Coraciiformes) จัดเป็นนกขนาดเล็ก มีความยาวประมาณ 13-16 เซนติเมตร (ในชนิดที่ใหญ่อาจยาวได้ถึง 41 เซนติเมตร[3]) ตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะคล้ายกัน มีลักษณะทั่วไปคือ มีส่วนหัวโต คอสั้น จะงอยปากแหลมยาวตรงและแข็งแรง ส่วนใหญ่มีสีสวยสดสะดุดตา เมื่อเวลาบินจะบินได้อย่างคล่องแคล่ว มักพบในแหล่งน้ำหรือพื้นที่ชุ่มน้ำต่าง ๆ
เป็นนกที่หากินด้วยวิธีการพุ่งลงไปในน้ำด้วยความเร็วและแรง (มีการศึกษาพบว่าเร็วถึง 1/50 วินาที[4]) และใช้จะงอยปากที่แข็งแรงแหลมคมจับปลาหรือสัตว์น้ำต่าง ๆ กินเป็นอาหาร ด้วยการจ้องมองจากบนกิ่งไม้ริมน้ำ ซึ่งสามารถอยู่นิ่ง ๆ แบบนั้นได้เป็นระยะเวลานาน โดยมักจะจับปลาในช่วงเช้าจนถึงสาย ๆ และอีกครั้งในช่วงบ่าย เมื่อเกาะอยู่บนกิ่งไม้เหนือแหล่งน้ำ จะพยายามหันหลังให้ดวงอาทิตย์ เพื่อให้ปลาเมื่อมองขึ้นมาจะต้องมองย้อนแสง ทำให้สังเกตไม่เห็นตัวนก[5] ในบางชนิดอาจจะบินอยู่กับที่กลางอากาศ ก่อนที่จะพุ่งลงไปจับปลา เมื่อจับปลาได้แล้ว จะจับปลาฟาดกับกิ่งไม้เพื่อให้ปลาตาย ก่อนที่จะกลืนลงไปโดยเอาส่วนหัวลงไปก่อนเสมอ เพื่อที่จะไม่กินปลาย้อนเกล็ด ซึ่งอาจโดนเงี่ยงหรือเกล็ดทิ่มแทงทำให้นกได้รับบาดเจ็บได้[6]
โดยปกติเป็นนกที่อยู่ลำพังเพียงตัวเดียว ยกเว้นในฤดูผสมพันธุ์ การทำรังวางไข่ นกกระเต็นมักใช้จะงอยปากขุดรูริมฝั่งน้ำ และหาหญ้ามารองเป็นพื้น วางไข่ครั้งละ 4-5 ฟอง บางชนิดอาจขุดรูไว้มากถึง 2-3 รู เพื่อหลอกสัตว์ผู้ล่า ขณะที่บางชนิดอาจจะใช้โพรงไม้หรือโพรงไม้เก่าของนกอื่นที่ทิ้งร้างไว้เป็นที่วางไข่ โดยมากจะวางไข่ในช่วงฤดูหนาว[5]

สามารถจำแนกออกเป็นวงศ์ต่าง ๆ ได้ 3 วงศ์ (ดูในตาราง[7]; บางข้อมูลยกให้เป็นวงศ์ย่อย) แบ่งออกได้เป็นชนิดทั้งหมด 85 ชนิด[5] (บางข้อมูลจัดให้มี 93 ชนิด[8]) พบกระจายพันธุ์อยู่แทบทุกภูมิภาคทั่วโลก พบในประเทศไทยราว 16 ชนิด[8]
ชนิดที่พบในประเทศไทย
[แก้]| ชื่อ | ชื่อวิทยาศาสตร์ | สถานะ |
|---|---|---|
| นกกระเต็นเฮอร์คิวลิส | Alcedo hercules | นกอพยพ หายากมาก |
| นกกระเต็นน้อยธรรมดา | Alcedo atthis | นกอพยพ |
| นกกระเต็นน้อยหลังสีน้ำเงิน | Alcedo meninting | |
| นกกระเต็นน้อยแถบอกดำ | Alcedo euryzona | |
| นกกระเต็นน้อยสามนิ้วหลังดำ | Ceyx erithacus | |
| นกกระเต็นน้อยสามนิ้วหลังแดง | Ceyx rufidorsa | |
| นกกระเต็นลาย | Lacedo pulchella | |
| นกกระเต็นใหญ่ปีกสีน้ำตาล | Pelargopsis amauropterus | |
| นกกระเต็นใหญ่ธรรมดา | Pelargopsis capensis | |
| นกกระเต็นแดง | Halcyon coromanda | |
| นกกระเต็นอกขาว | Halcyon smyrnensis | |
| นกกระเต็นหัวดำ | Halcyon pileata | นกอพยพ นกอพยพผ่าน |
| นกกินเปี้ยว | Todirhamphus chloris | |
| นกกระเต็นสร้อยคอสีน้ำตาล | Actenoides concretus | หายาก กำลังลดจำนวนลง |
| นกกระเต็นขาวดำใหญ่ | Megaceryle lugubris | |
| นกกระเต็นปักหลัก | Ceryle rudis | [8] |
รูปภาพ
[แก้]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ กระเต็น น.ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542
- ↑ สัตว์ป่าคุ้มครอง จากเว็บไซต์โลกสีเขียว
- ↑ นกกะเต็นน้อยธรรมดา
- ↑ 'จอมยุทธแห่งบึงน้ำ'...อาคันตุกะจากแดนไกล
- 1 2 3 ""กำกอม" / ปริญญากร วรวรรณ จากผู้จัดการออนไลน์". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2004-08-24. สืบค้นเมื่อ 2012-11-13.
- ↑ อิสรภาพ, "พินัยกรรมธรรมชาติ". สารคดีทางไทยพีบีเอส: ศุกร์ที่ 11 มกราคม 2556
- ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อitis - 1 2 3 Fry, C. Hilary; Fry, Kathie and Harris, Alan (1992). Kingfishers, Bee-eaters and Rollers. London: Christopher Helm. ISBN 0-7136-1410-8.
ข้อมูล
[แก้]- Bock, Walter J. (1994). History and Nomenclature of Avian Family-Group Names. Bulletin of the American Museum of Natural History. Vol. 222. New York: American Museum of Natural History. hdl:2246/830.
- Fry, C. Hilary; Fry, Kathie; Harris, Alan (1992). Kingfishers, Bee-eaters, and Rollers. London: Christopher Helm. ISBN 978-0-7136-8028-7.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- ARKive – images and movies of the kingfisher (Alcedo atthis)
- Kingfisher videos on the Internet Bird Collection