ใบไม้ร่วง (มิเล)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ใบไม้ร่วง (มิเลส์))
Jump to navigation Jump to search
งานจิตรกรรมโดยจอห์น เอเวอเรตต์ มิเล
ใบไม้ร่วง
Autumn Leaves
Sir John Everett Millais 001.jpg

จิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบ
ค.ศ. 1856
หอศิลป์นครหลวงแมนเชสเตอร์, แมนเชสเตอร์

ใบไม้ร่วง (อังกฤษ: Autumn Leaves) เป็นภาพเขียนสีน้ำมันที่เขียนโดยจอห์น เอเวอเรตต์ มิเลจิตรกรสมัยพรีราฟาเอลไลท์ชาวอังกฤษ ที่ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่หอศิลป์นครหลวงแมนเชสเตอร์, แมนเชสเตอร์ในอังกฤษ

มิเลเขียนภาพ “ใบไม้ร่วง” เสร็จในปี ค.ศ. 1856 และตั้งแสดงครั้งแรกที่ราชสถาบันศิลปะ ในปีเดียวกัน นักวิจารณ์ศิลป์จอห์น รัสคินบรรยายว่า “เป็นการวาดภาพยามพลบค่ำที่สมบูรณ์ที่สุดเป็นครั้งแรก” เอฟฟี เกรย์ (Effie Gray) ภรรยาของมิเลกล่าวว่ามิเลตั้งใจจะสร้างภาพเขียนที่ “เต็มไปด้วยความงามโดยไม่มีหัวเรื่อง”

“ใบไม้ร่วง” เป็นภาพของเด็กผู้หญิงสี่คนกวาดใบไม้มากองรวมกันในยามใกล้ค่ำเพื่อจะทำกองเพลิงแต่เราไม่เห็นเปลวไฟนอกจากควันที่โชยออกมาจากกองใบไม้ เด็กผู้หญิงสองคนทางขวาดูท่าทางขะมุกขะมอมกว่าซึ่งน่าจะเป็นเด็กชั้นแรงงาน

ภาพเขียนเห็นกันว่าเป็นภาพแรกๆ ที่มีอิทธิพลต่อการวิวัฒนาการของลัทธิสุนทรียนิยม[1]

ความหมาย[แก้]

ความหมายของภาพเขียนเห็นกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเปลี่ยนแปลงของของความเป็นเด็กและความงามซึ่งเป็นหัวใจของหัวเรื่องของการเขียนภาพของมิเล มาลคอล์ม วอร์เนอร์ (Malcolm Warner) กล่าวว่ามิเลได้รับอิทธิพลจากโคลงของอัลเฟรด ลอร์ดเทนนิสสัน ที่มิเลเคยไปเยี่ยมและกวาดใบไม้ด้วยกัน

วอร์เนอร์ตั้งข้อสังเกตว่าบรรทัดจากเพลงของเทนนิสสัน “Tears, Idle Tears” ในหนังสือ “เจ้าหญิง” ที่เขียนในปี ค.ศ. 1847 อาจจะมีอิทธิพลต่อภาพเขียน:

Tears, idle tears, I know not what they mean.
Tears from the depth of some divine despair
Rise in the heart, and gather to the eyes,
In looking on the happy Autumn-fields,
And thinking on the days that are no more.[2]

แอปเปิลในมือขวาเด็กผู้หญิงคนเล็กอาจจะเป็นสัญลักษณ์ของความสูญเสียความเป็นเด็กซึ่งเป็นนัยถึงปฐมบาปและการถูกขับของอีฟจากสวนอีเด็น[3]

หลังจากที่ได้รับการวิจารณ์ที่ดีจากเฟรดเดอริค จอร์จ สตีเฟ็น (Frederic George Stephens) มิเลก็เขียนจดหมายถึงสตีเฟ็นโดยกล่าวว่าตั้งใจจะเขียนภาพที่ทำให้ปลุกความรู้สึกศรัทธาในศาสนาจากส่วนลึกที่สุด และที่เลือกฉากการเผาใบไม้ก็เพื่อเป็นการเร้าความรู้สึกนี้[4]

อ้างอิง[แก้]

  1. Whistler's 'The White Girl': Painting, Poetry and Meaning, Robin Spencer, The Burlington Magazine, Vol. 140, No. 1142 (May, 1998), pp. 300-311
  2. Victorian Web: Nostalgic Intensity in Millais's Autumn Leaves
  3. Mortality, Purity, and Religious Contemplation in Autumn Leaves
  4. National Gallery of Art, Washington, The Victorians: British Painting 1837-1901, p.73, 1997

ดูเพิ่ม[แก้]