ข้ามไปเนื้อหา

โซลเอดจ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โซลเอดจ์
ใบปลิวเกมอาร์เคดญี่ปุ่นสำหรับโซลเอดจ์
ผู้พัฒนาพรอเจกต์โซล[1]
ผู้จัดจำหน่ายนัมโกะ
เพลย์สเตชัน
กำกับเทรูอากิ โคนิชิ
อำนวยการผลิตมาซูยะ โออิชิ
ออกแบบฮิโรอากิ โยโตริยามะ
โก อนดะ
ทากากาซุ ยานางิฮาระ
โปรแกรมเมอร์ชิโนบุ นิมูระ
ศิลปินฮิโรชิ คูวาบาระ
ทาโร โอกาโมโตะ
โคจิ มิตสึนางะ
แต่งเพลงดูผลงานเพลง
ชุดโซลคาลิเบอร์
เครื่องเล่นอาร์เคด
เพลย์สเตชัน
วางจำหน่ายอาร์เคด
20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1996[2][a]
8 มิถุนายน ค.ศ. 1996 (เวอร์ชัน II)[4][5]
เพลย์สเตชัน[6]
แนวต่อสู้
รูปแบบผู้เล่นเดี่ยว, หลายผู้เล่น
ระบบอาร์เคดซิสเตม 11[9]

โซลเอดจ์[b] (อังกฤษ: Soul Edge') เป็นเกมต่อสู้ที่พัฒนาและเผยแพร่โดยบริษัทนัมโกะใน ค.ศ. 1996 สำหรับอาร์เคด ซึ่งถือเป็นเกมภาคแรกของซีรีส์โซลคาลิเบอร์ เกมอาร์เคดเต็มรูปแบบเปิดตัวที่งานแสดงสินค้าแจมมาในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1995[10] และวางจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1996 ในฮาร์ดแวร์ซิสเตม 11[2] ซึ่งเป็นบอร์ดเดียวกับที่ใช้ในเกมเทคเคนภาคแรก และเทคเคน 2 ต่อมา ในเดือนธันวาคม เวอร์ชันอัปเกรดและขยายของเกมดังกล่าวได้รับการพอร์ตมายังเครื่องเพลย์สเตชัน รวมถึงเวอร์ชันนี้ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็นโซลเบลด (อังกฤษ: Soul Blade) นอกประเทศญี่ปุ่น และเปิดตัวใน ค.ศ. 1997

โซลเอดจ์เป็นเกมต่อสู้แบบ 3 มิติ และเป็นเกมที่สองที่ใช้พื้นฐานมาจากอาวุธ ต่อจากเกมแบตเทิลอะรีนาโทชินเด็ง[11] (หากไม่นับซีรีส์เกมก่อนหน้าคือซามูไรสปิริตส์ที่เป็น 2 มิติ) ซึ่งโครงเรื่องมุ่งเน้นไปที่ดาบในตำนาน ซึ่งมีข่าวลือว่ามันได้มอบพลังอันไร้ขีดจำกัดแก่ใครก็ตามที่สามารถค้นพบและใช้งานมันได้ อันนำไปสู่นักรบเก้าคนที่พยายามไล่ล่านักรบคนที่สิบ ซึ่งมีข่าวลือว่ามีดาบเล่มนี้อยู่ นอกจากนี้ เกมดังกล่าวประสบความสำเร็จทั้งในด้านรายได้และคำวิจารณ์ โดยได้รับคำชมในด้านกราฟิก, รูปแบบการเล่น และตัวละคร กระทั่งตามมาด้วยเกมโซลคาลิเบอร์ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1998

รูปแบบการเล่น

[แก้]
ภาพจับหน้าจอเกมต่อสู้ระหว่างทากิและวอลโด

โซลเอดจ์ได้รับการสร้างขึ้นก่อนที่จะมีการเปิดตัวสิ่งที่เรียกว่าวิ่ง 8 ทาง บรรดาตัวละครสามารถก้าวไปด้านข้างได้โดยการแตะสองครั้งเพื่อเคลื่อนสู่ฉากหน้าหรือแตะลงแล้วขึ้นไปสู่ฉากหลัง ส่วนการกระโดด (ซึ่งในเกมโซลคาลิเบอร์จะคล้ายกับการกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางมากกว่า) จะทำให้ผู้เล่นลอยสูงขึ้นไปในอากาศ แม้กระทั่งสามารถเคลื่อนที่ผ่านเหนือคู่ต่อสู้ได้ (คล้ายกับในเกมเทคเคน) เกมนี้ใช้ระบบตั้งการ์ดแบบแอ็กทีฟโดยการกดปุ่มบล็อก และระบบการต่อสู้ที่อิงตามปุ่มโจมตีสามปุ่ม ได้แก่ โจมตีแนวนอน, โจมตีแนวตั้ง และเตะ

การเคลื่อนไหวของตัวละครยังคงรักษาความรู้สึกของซีรีส์เกมเทคเคนของบริษัทนัมโกะ ตัวละครแต่ละตัวจะมีการโจมตีที่ช้าแต่ไม่สามารถบล็อกได้หนึ่งหรือสองครั้ง รวมถึงตัวละครแต่ละตัวสามารถทำการโจมตีแบบ "คริติคอลเอดจ์" ได้หนึ่งหรือสองครั้ง ซึ่งประกอบด้วยการโจมตีที่เชื่อมโยงกันเป็นชุดยาว และมักจะจบลงด้วยการโจมตีที่รุนแรงสูง การเคลื่อนไหวเหล่านี้ต้องอาศัยการป้อนคำสั่งผสมพิเศษของสองส่วน: คำสั่งเหล่านี้จะเปิดใช้งานโดยการกดปุ่มโจมตีทั้งสามปุ่มพร้อมกัน และหากเชื่อมต่อกันได้ ผู้เล่นจะมีโอกาสขยายคอมโบด้วยลำดับเฉพาะตัวละคร ซึ่งจะต้องป้อนระหว่างการโจมตี และการโจมตีนี้จะทำให้เกจอาวุธลดลงหนึ่งในสามเมื่อใช้

เกจอาวุธคือแถบพลังของอาวุธที่ตัวละครดังกล่าวใช้ โดยทุกครั้งที่ผู้เล่นบล็อกการโจมตี แถบนี้จะลดลง หากแถบนั้นว่างเปล่า อาวุธจะหายไป และตัวละครจะถูกบังคับให้ต่อสู้โดยไม่มีอาวุธ[12] ซึ่งรายการท่าของตัวละครที่ไม่มีอาวุธจะเหมือนกันทุกตัว ส่วนอีกหนึ่งคุณสมบัติที่ถูกตัดออกจากเอนจินของโซลคาลิเบอร์คือสถานการณ์เป่ายิ้งฉุบ โดยเมื่อตัวละครสองตัวโจมตีพร้อมกัน ทำให้อาวุธของทั้งคู่ล็อกกัน และผู้ที่กดปุ่มถูกต้องย่อมได้เปรียบ

เกมโซลเอดจ์ใช้กลยุทธ์บล็อกโจมตีเสริมที่เรียกว่า "การ์ดอิมแพกต์" ซึ่งช่วยให้ผู้เล่นสกัดกั้นการโจมตีที่เข้ามาและผลักการโจมตีนั้นกลับไป ส่งผลให้มีโอกาสโจมตีโต้กลับได้อย่างอิสระชั่วขณะ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายตรงข้ามยังสามารถตอบโต้การ์ดอิมแพกต์หลังจากได้รับการ์ดอิมแพกต์เช่นกัน ทำให้เกิดการปะทะแบบชะงักงันจนกว่าฝ่ายตรงข้ามคนหนึ่งจะพลาดจังหวะในครั้งถัดไป โดยรูปแบบการเล่นนี้ได้รับการขยายเพิ่มเติมในเกมซีรีส์โซลในอนาคต

หมายเหตุ

[แก้]
  1. นิตยสารบางฉบับอ้างว่าออกจำหน่ายก่อนกำหนดคือเดือนธันวาคม ค.ศ. 1995[3]
  2. ソウルエッジ Sōru Ejji

อ้างอิง

[แก้]
  1. "IGN: Project Soul". Games.ign.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ August 21, 2007. สืบค้นเมื่อ 2012-02-11.
  2. 1 2 Bandai Namco. "「ソウルキャリバーⅢ」参考資料" (PDF).
  3. "Protos: Soul Edge". Electronic Gaming Monthly. No. 76. Ziff Davis. November 1995. p. 217.
  4. "News". 1997-06-05. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 1997-06-05. สืบค้นเมื่อ 2023-04-09.
  5. "Soul Edge 2 Hits Arcades". 1997-06-06. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 1997-06-06. สืบค้นเมื่อ 2023-04-09.
  6. "Soul Blade Related Games". GameSpot.com. สืบค้นเมื่อ 2012-02-11.
  7. "Soul Blade - (NTSC-U)".
  8. "Soul Blade - (Pal)".
  9. "Soul Edge". Next Generation. Imagine Media (12): 123. December 1995.
  10. "1995 JAMMA Show Report". Maximum: The Video Game Magazine. No. 2. EMAP. November 1995. p. 114. สืบค้นเมื่อ January 2, 2021.
  11. "SOUL BLADE - (NTSC-U)". psxdatacenter.com. สืบค้นเมื่อ 2024-08-29.
  12. "Soul Blade: A Little Bit of Soul Will Do you Right". Electronic Gaming Monthly. No. 91. Ziff Davis. February 1997. pp. 116–7.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]