แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์
แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์.jpg
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อจริง เฉลียว ไกอ่ำ
ชื่ออื่น ลูกเป็ดขี้เหร่
เกิด 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2496 (64 ปี)
แหล่งกำเนิด ตำบลคำบัว อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา
แนวเพลง ลูกทุ่ง
อาชีพ นักร้องลูกทุ่ง

สงสุรีย์ รุ่งโรจน์ เป็นนักร้องลูกทุ่งชายที่มีน้ำเสียงไพเราะเพราะพริ้ง แม้หน้าตาอาจจะไม่ค่อยหล่อเหลาสักเท่าใดนัก เส้นทางการขึ้นมาเป็นนักร้องของเขาออกจากแตกต่างจากนักร้องลูกทุ่งรุ่นเดียวกันหรือรุ่นก่อนหน้านั้นอยู่มาก เพราะเขามีผลงานเพลงโด่งดังขึ้นมาโดยที่ไม่เคยเป็นนักร้องอยู่กับวงลูกทุ่งใดๆเลย แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ โด่งดังมาจากผลงานเพลงแรกที่เขาบันทึกเสียงคือ " แห่ขันหมาก " และหลังจากนั้นก็ผลิตผลงานเพลงที่ไพเราะกินใจออกมามากมายหลายเพลง


ประวัติ[แก้]

แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ (27 กรกฎาคม พ.ศ. 2496 -) มีชื่อจริงว่า เฉลียว ไกอ่ำ ที่บ้านเลขที่ 156 หมู่ 13 ตำบลคำบัว อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา จากฐานะที่ยากจน และพ่อแม่แยกทางกัน ทำให้เขาจบการศึกษาแค่ประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดบ้านจาน ต.คำบัว อ.โนนไทย แสงสุรีย์ เป็นคนที่ชอบการร้องเพลงลูกทุ่งอย่างมาก และก็ได้เข้าสู่เวทีการประกวดในเขตจังหวัดบ้านเกิดมาตั้งแต่สมัยเรียนชั้น ป.2 และประกวดเรื่อยมา ซึ่งก็ชนะบ้างแพ้บ้างเป็นธรรมดา

กุ๊กร้องเพลง[แก้]

หลังจบการศึกษา เมื่อประมาณอายุ 15 ปี แสงสุรีย์ หิ้วกระเป๋าเข้ามาหางานทำที่กรุงเทพฯ และน้าสาวได้ฝากฝังให้เขาได้เข้าทำงานที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ แถวสุขุมวิท ในตำแหน่งล้างจาน 3 ปีหลังจากนั้นก็ขยับขึ้นมาทำในตำแหน่งพ่อครัวอาหารฝรั่ง และเขาทำหน้าที่นี้อยู่นานถึง 10 ปี

ระหว่างนั้นเขาก็ตระเวณประกวดร้องเพลงตามเวทีเล็กๆในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งก็ชนะบ้างแพ้บ้าง มาวันหนึ่ง แสงสุรีย์ ได้เข้าประกวดการร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง "ขยะสังคม" ที่มีสรพงษ์ ชาตรี แสดงนำ และมีสายัณห์ สัญญา เป็นผู้ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ ซึ่งคราวนี้ แสงสุรีย์ ได้รับชัยชนะ และเพื่อนที่มาร่วมประกวดด้วยกัน ได้พาเขาไปพบ ครูสัมฤทธิ์ รุ่งโรจน์ครูเพลงตาพิการ เพื่อให้ปั้นแสงสุรีย์ เป็นนักร้อง

เมื่อพบกัน ครูสัมฤทธิ์ บอกว่าถ้าอยากจะเป็นนักร้อง ก็จะขายเพลงให้เพลงละ 600 บาท ซึ่งแสงสุรีย์ก็ตกลงซื้อทันที 2 เพลง จากนั้นครูสัมฤทธิ์ก็กลับไปแต่งเพลงมาให้เขา 2 เพลง ก่อนจะพาลูกศิษย์คนใหม่ไปเข้าห้องอัดเสียง โดยไปขอแทรกคิวเวลาห้องอัด 2 ชั่วโมง เพื่อผลิตผลงานที่จะพลิกชีวิตของกุ๊กที่รักการร้องเพลงลูกทุ่ง

2 เพลงที่ว่านั้นก็คือ " แห่ขันหมาก " และ "น่าอร่อย " ใจความตอนหนึ่งของเพลง" แห่ขันหมาก " มีอยู่ว่า " แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ ไม่มีรถขี่ " ก็เท่ากับว่า ครูสัมฤทธิ์ ตั้งชื่อให้กับลูกศิษย์คนใหม่ไปพร้อมกับเพลงๆนี้เลยทีเดียว

เดินสาย[แก้]

หลัง 2 เพลงของแสงสุรีย์ ถูกนำออกเผยแพร่ตามสถานีวิทยุ ก็ปรากฏว่าเป็นที่ชื่นชอบอย่างมากของเหล่าบรรดาแฟนเพลง จึงมีนายทุนเสนอทำวงดนตรี " แสงสุรีย์ รุ่งโรจน์ " ให้เพื่อทำการเดินสาย ครูสัมฤทธิ์จึงแต่งเพลงให้แสงสุรีย์อีก 4 เพลง สำหรับใช้ในการแสดงที่หน้าเวที และแสงสุรีย์ ก็ออกเดินสายในฐานะหัวหน้าวงโดยที่เขามีเพลงอยู่แค่ 6 เพลงเท่านั้น ซึ่งเพลงที่ตามมาที่หลังอีก 4 เพลงต่างก็ได้รับความนิยมจากบรรดาแฟนเพลงอย่างมากเช่นกัน จากนั้นจึงค่อยๆทะยอยผลิตผลงานเพลงตามมาสมทบอีกมาก แต่โดยหลักแล้วเพลงของแสงสุรีย์ยังคงเป็นเพลงของครูสัมฤทธิ์

ในการแสดงครั้งหนึ่ง วงแสงสุรีย์สามารถเก็บค่าผ่านประตูได้เป็นหลักล้านบาท แม้จะเก็บแค่คนละ 20 บาท ขณะที่ผู้ชมก็มารอกันตั้งแต่บ่าย 3 โมง ขณะที่วงดนตรีเปิดการแสดงในช่วงเย็น วงแสงสุรีย์ ออกเดินสายระหว่างปี 2521 - 2524 ก่อนจะปิดวงไป เมื่อความนิยมเริ่มลดน้อยถอยลง [1]


ผลงานเพลงดัง[แก้]

  • แห่ขันหมาก
  • น่าอร่อย
  • หิ้วกระเป๋า
  • สามเณรกำพร้า
  • รักสาวเสื้อลาย (เพลงนี้ถูกนำไปแปลงโดย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ในชื่อ "รักสาวเสื้อแแดง")
  • จับตัวตีตราจอง หรือ จองไว้ก่อน
  • แฟนจ๋าอยู่ไหน

ปัจจุบัน[แก้]

ปัจจุบัน แม้ความนิยมจะตกต่ำไปตามกาลเวลา แต่แสงสุรีย์ ที่อยู่ในวงการมานานหลายสิบปี ก็ยังคงตระเวณร้องเพลงตามที่ได้รับการว่าจ้างด้วยน้ำเสียงที่ยังคงไพเราะเหมือนเช่นสมัยเข้าวงการใหม่ๆ


เกียรติยศ[แก้]

อ้างอิง[แก้]