แมวน้ำเสือดาว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แมวน้ำเสือดาว
Hydrurga leptonyx on ice.jpg
แมวน้ำเสือดาวบนน้ำแข็ง
Hydrurga leptonyx.png
ขนาดเมื่อเทียบกับมนุษย์
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Mammalia
อันดับ: Carnivora
วงศ์: Phocidae
สกุล: Hydrurga
Gistel, 1848
สปีชีส์: H.  leptonyx
ชื่อทวินาม
Hydrurga leptonyx
(Blainville, 1820)
SeeleopardWorld.png
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์
ชื่อพ้อง
  • homei (Lesson, 1828)
  • leptonyz (de Blainville, 1820)

แมวน้ำเสือดาว (อังกฤษ: Leopard seal; ชื่อวิทยาศาสตร์: Hydrurga leptonyx) หรือบางทีเรียกว่า เสือดาวทะเล (Sea leopard) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์แมวน้ำ (Phocidae) หรือแมวน้ำแท้ และเป็นเพียงชนิดเดียวที่อยู่ในสกุล Hydrurga

ชื่อ[แก้]

โดยที่คำว่า Hydrurga นั้นเป็นภาษากรีกหมายถึง "คนทำงานทางน้ำ" และ leptonyx แปลว่า "กรงเล็บขนาดเล็ก"

ลักษณะทางพันธุกรรม[แก้]

แมวน้ำเสือดาว ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์นักล่าอย่างแท้จริง เป็นสัตว์ที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร ล่าสัตว์อื่นเป็นอาหารได้อย่างหลากหลาย ด้วยมีส่วนหัวที่ยาว มีฟันที่แหลมคม โดยเฉพาะฟันหน้าที่ยาวถึง 2.5 เซนติเมตร (1 นิ้ว[2]) และกรามที่สบกันได้อย่างสนิท ขากรรไกรสามารถเปิดกว้างได้ 16 องศา จึงสามารถทำให้งับเหยื่อได้อย่างสะดวก อีกทั้งยังมีประสาทดมกลิ่นที่ดีเยี่ยมอีกด้วย

หัวกะโหลกและกราม
ส่วนหัวและฟัน

แมวน้ำเสือดาวจัดเป็นแมวน้ำที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองมาจากแมวน้ำช้างใต้ มีกล้ามเนื้อขนาดใหญ่ที่เป็นสีน้ำตาลเข้มบริเวณหลังและสีน้ำตาลอ่อนที่ช่วงท้อง ใต้คอเป็นสีขาว มีจุดสีเข้มกลม ๆ กระจายไปทั่วแลดูคล้ายลายของเสือดาว อันเป็นที่มาของชื่อ ตัวเมียโดยทั่วไปมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้[3] มีขนาดโดยเฉลี่ย 2.4–3.5 เมตร (8.4–11.7 ฟุต) และน้ำหนักตั้งแต่ 200 ถึง 600 กิโลกรัม (440 ถึง 1,320 ปอนด์[4][5])

แมวน้ำเสือดาวตัวเมียเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุได้ 2–6 ปี ตัวผู้ 3–7 ปี มีฤดูผสมพันธุ์ในช่วงฤดูร้อน โดยจะมารวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ทั้งสองเพศจะส่งเสียงร้องเรียกกันไปมา มีระยะตั้งท้องนาน 9 เดือน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว โดยแมวน้ำที่ท้องแก่จะขุดโพรงในน้ำแข็งและเก็บอาหารไว้ในนั้น เพื่อใช้เป็นที่พำนักเมื่อคลอด ลูกแมวน้ำเมื่อแรกเกิดมีน้ำหนักประมาณ 40 กิโลกรัม โดยที่แม่ดูแลอย่างใกล้ชิด ลูกแมวน้ำสามารถที่จะลงน้ำว่ายได้และเปลี่ยนสีขนเมื่ออายุได้ 1 เดือน ซึ่งยังเป็นช่วงที่แม่แมวน้ำยังดูแลอยู่[6]

พฤติกรรม[แก้]

มีอุปนิสัยดุร้าย ล่าสัตว์ต่าง ๆ โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือสัตว์เลือดอุ่นกินเป็นอาหาร เป็นสัตว์ที่อยู่ตามลำพังเพียงตัวเดียว โดยล่านกเพนกวิน และแมวน้ำชนิดอื่นเป็นอาหาร ในตัวที่ยังเล็กจะกินเคยหรือปลาเป็นอาหาร โดยออกล่าด้วยวิธีการสะกดรอยตามเหยื่อไปตามพื้นน้ำแข็งและมุดตามลงไปในน้ำ อีกทั้งยังเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วบนบกอีกด้วย อย่างไรก็ตาม แมวน้ำเสือดาวจะไม่สามารถดำน้ำลึกเหมือนกับแมวน้ำชนิดอื่น ๆ พฤติกรรมในการออกล่าเหยื่อเป็นไปอย่างดุเดือด เหี้ยมเกรียม อีกทั้งยังมีรายงานว่าเคยโจมตีใส่มนุษย์ด้วย แต่ไม่บ่อยครั้งนัก[7] โดยมีศัตรูตามธรรมชาติเพียงแค่สัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่อย่าง วาฬเพชฌฆาต และปลาฉลามบางชนิดเท่านั้น [8]

ถิ่นที่อยู่[แก้]

กระจายพันธุ์ในเขตซีกโลกทางใต้อย่างขั้วโลกใต้ โดยพบได้ตั้งแต่ชายฝั่งทางตอนใต้ของออสเตรเลีย, เกาะแทสมาเนีย, แอฟริกาใต้, นิวซีแลนด์, หมู่เกาะคุก, เตียร์ราเดลฟวยโก, เกาะเซาท์จอร์เจียและหมู่เกาะเซาท์แซนด์วิช, ชายฝั่งแอตแลนติกของอเมริกาใต้ มีอายุขัยโดยเฉลี่ย 26 ปี[9]

อ้างอิง[แก้]

  1. Southwell, C. (2008). Hydrurga leptonyx. In: IUCN 2008. IUCN Red List of Threatened Species. Downloaded on 28 January 2009.
  2. Kindersley, Dorling (2005) [2001]. Animal. New York City: DK Publishing. ISBN 0-7894-7764-5. 
  3. Tunstall, T. "Hydrurga leptonyx". Animal Diversity Web. University of Michigan Museum of Zoology. สืบค้นเมื่อ 2009-04-27. 
  4. Nowak, Ronald M (2003). Walker's Marine Mammals of the World. Johns Hopkins University Press: Baltimore, MD. 
  5. Leopard Seals, Hydrurga leptonyx. marinebio.org
  6. Rogers, Tracey L. and Cato, Douglas H. (2002). "Individual Variation in the Acoustic Behaviour of the Adult Male Leopard Seal, Hydrurga leptonyx". Behaviour 139 (10): 1267–1286. JSTOR 4535987. doi:10.1163/156853902321104154. 
  7. Carrington, Damian (2003-07-24). Inquiry into fatal leopard seal attack begins. NewScientist.com. Retrieved on 2013-02-24.
  8. Kindersley, Dorling (2005) [2001]. Animal. New York City: DK Publishing. ISBN 0-7894-7764-5. 
  9. "Leopard Seal Description & Characteristics". The Antarctic Connection. สืบค้นเมื่อ 2007-12-10. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]