รถถังพันเทอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก แพนเธอร์)
รถถังพันเทอร์
Bundesarchiv Bild 183-H26258, Panzer V "Panther".jpg
Panther Ausf. D tanks, 1943. The D model can best be recognized by the drum-shaped cupola.
ชนิด รถถังขนาดกลาง
สัญชาติ เยอรมนี
บทบาท
ประจำการ 1943–1945 (นาซีเยอรมนี)
1944–1947 (France)
ผู้ใช้งาน นาซีเยอรมนี
Kingdom of Hungary
Kingdom of Romania (postwar)
Soviet Union (captured)
France (captured, postwar)
สหราชอาณาจักร (captured)
สงคราม สงครามโลกครั้งที่สอง
ประวัติการผลิต
ผู้ออกแบบ MAN AG
ช่วงการออกแบบ 1942
บริษัทผู้ผลิต MAN, Daimler-Benz, MNH
มูลค่า 117,100 Reichmarks[Notes 1]
ช่วงการผลิต 1943–1945 (1946- 9 postwar for the British Army)
จำนวนที่ผลิต about 6,000[1]
แบบอื่น Ausf. D, Ausf. A, Ausf. G, Befehlspanzer (command tank), Beobachtungspanzer (artillery observer vehicle), Bergepanther (armoured recovery vehicle)
ข้อมูลจำเพาะ
น้ำหนัก แม่แบบ:Convert/LonAoutDbSoff[2]
ความยาว 6.87 เมตร (22 ฟุต 6 นิ้ว)
8.66 เมตร (28 ฟุต 5 นิ้ว) gun forward[2]
ความกว้าง 3.27 เมตร (10 ฟุต 9 นิ้ว)[2]
3.42 เมตร (11 ฟุต 3 นิ้ว) with skirts
ความสูง 2.99 เมตร (9 ฟุต 10 นิ้ว)
ลูกเรือ 5 (driver, radio-operator/hull machine gunner, commander, gunner, loader)

เกราะ Front:
80 mm at 55°
LOS thickness: 140 มม. (5.5 นิ้ว)

Further detailed specifications are to be found at the bottom of the article.

อาวุธหลัก 1 × 7.5 cm KwK 42 L/70
79 rounds[2]
อาวุธรอง 2 × 7.92 mm MG 34 machine guns
5,100 rounds
เครื่องยนต์ V-12 petrol Maybach HL230 P30[2]
700 PS (690 hp, 515 kW)
กำลัง/น้ำหนัก 15.39 PS/tonne (13.77 hp/ton)
Transmission ZF AK 7-200. 7 forward 1 reverse[2]
กันสะเทือน double torsion bar, interleaved road wheels
ความจุเชื้อเพลิง 720 l (แม่แบบ:Convert/impgal USgal)
พิสัยปฏิบัติการ 250 กิโลเมตร (160 ไมล์)
ความเร็ว 55 กม./ชม. (34 ไมล์/ชม.) (first models), 46 กม./ชม. (29 ไมล์/ชม.) (later models)
รถถังพันเทอร์สภาพพังเสียหายในเมืองโคโลญน์

พันเทอร์ (เยอรมัน: Panther) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พันเซอร์ 5 (Panzer V) ชื่ออย่างเป็นทางการคือ Panzerkampfwagen V Panther เป็นรถถังขนาดกลางของนาซีเยอรมนีที่ถูกใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โดยถูกออกแบบในช่วงปี ค.ศ. 1941

การออกแบบ[แก้]

เนื่องจากในช่วงที่กองทัพนาซีเยอรมันได้บุกเข้าโจมตีสหภาพโซเวียตในปฏิบัติการบาร์บารอสซาและได้ไปเจอกับรถถังที-34ของสหภาพโซเวียตเข้า ที-34นั้นเป็นรถถังที่มีความเร็วสูง ติดตั้งปืนที่ทรงอานุภาพ สายพานกว้างเกาะถนนได้ดี และลักษณะพิเศษคือ มีเกราะที่ลาดเอียง มีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความหนาของเกราะโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดเกราะ และยังช่วยลดการปะทะโดยตรงของกระสุนปืนทำให้ฝ่ายเยอรมันต้องตกใจในอานุภาพที่สูงส่งของที-34มาก เมื่อยึดรถถังรุ่นนี้ได้ในสนามรบจึงได้นำมาศึกษาและวิเคราะห์ทำให้ฝ่ายเยอรมันต้องการผลิตรถถังแบบที-34 ให้ได้ แต่ทว่าการผลิตรถถังเลียนแบบที-34นั้นแทบเป็นไปไม่ได้ จึงต้องออกแบบรถถังใหม่โดยให้มีคุณลักษณะแบบที-34 สิ่งที่ได้จากทดลองการผลิตคือ รถถังแบบ พันเซอร์ 5 หรือพันเทอร์ ซึ่งมีคุณสมบัติเหมือนที-34 แต่สิ่งที่เหนือกว่าคือ ขนาดที่ใหญ่กว่าเล็กน้อย เกราะที่หนากว่า และติดตั้งปืนใหญ่75มม. L70 ลำกล้องยาว ซึ่งมีอานุภาพการทำลายล้างที่เหนือจินตนาการอย่างมาก สามารถยิงเจาะเกราะได้ลึกมาก และยิงต่อต้านรถถังได้ไกลกว่า2,000เมตรอย่างแม่นยำ ไกลกว่ารถถังทุกรุ่นใดๆของฝ่ายสัมพันธมิตรและสหภาพโซเวียต

การผลิต[แก้]

พันเทอร์เริ่มการผลิตในปีค.ศ. 1943 แต่เนื่องจากต้องเร่งรีบผลิตออกสู่สมรภูมิ เพราะโซเวียตเริ่มการตีโต้กองทัพเยอรมัน และกำลังรบรถถังของโซเวียตที่มีจำนวนอันประมาณไม่ได้ ได้ถาโถมเข้าสู่แนวรบของเยอรมันอย่างหนัก เยอรมันจึงต้องรีบผลิตพันเทอร์ออกสู่สนามรบโดยเร็ว ทำให้มีปัญหาด้านเครื่องยนต์ รถถังบางคันเครื่องยนต์เสียหายทันทีหลังออกสู่สมรภูมิไม่นาน และในยุทธการเคิสก์ ปีค.ศ. 1943 รถถังพันเทอร์จำนวนมากเกิดเครื่องยนต์ขัดข้อง ทำให้แสดงความสามารถในการรบไม่ดีนัก แต่ปัญหาเรื่องเครื่องยนต์ก็ถูกแก้ไขในภายหลัง

แต่ในแนวรบด้านตะวันตกพันเทอร์กลับมีประสิทธิภาพสูงมาก โดยรถถังหลักของสัมพันธมิตรไม่อาจต้านทานได้เลย โดยในการรุกรานนอร์ม็องดีฝรั่งเศสในปีค.ศ. 1944 รถถังพันเทอร์ของเยอรมันได้ทำลายรถถังเอ็ม4 เชอร์แมนของสหรัฐอเมริกาไปเป็นจำนวนมากไม่แพ้รถถังไทเกอร์ Iเลยทีเดียว

การรบ[แก้]

แต่เนื่องจากรถถังพันเทอร์เป็นรถถังที่ออกแบบดีมากทำให้ต้องการใช้ช่างเทคนิคที่มีความชำนาญสูงทำให้ผลิตรถถังพันเทอร์ได้ไม่มากนัก อีกทั้งช่วงปลายสงคราม กองทัพอากาศสัมพันธมิตรยังได้ทิ้งระเบิดโจมตีโรงงานผลิตอาวุธของเยอรมันอย่างหนักทำให้ผลิตรถถังพันเทอร์ออกมาได้น้อย และแล้วเวลาต่อมานาซีเยอรมนีกลายเป็นฝ่ายแพ้สงคราม พันเทอร์ก็ได้ถูกปลดประจำการในกองทัพเยอรมันไปแต่ด้วยการออกแบบอันยอดเยี่ยมทำให้พันเทอร์กลายมาเป็นต้นแบบในการผลิตรถถังของโลกเสรีและโลกคอมมิวนิสต์ในช่วงยุคสงครามเย็นเป็นเวลาต่อมา ในปัจจุบันนี้ มีพันเทอร์ไม่กี่คันเท่านั้นที่ยังคงเหลืออยู่ให้โดยถูกนำมาแสดงในพิพิธภัณฑ์และงานแสดงทั่วโลก ตัวอย่างของยานเกราะที่ยังคงมีสภาพสมบูรณ์ที่สุด คือ พิพิธภัณฑ์ Canadian War ใน Ottawa

รายละเอียด[แก้]

  • ประเทศผู้ผลิต นาซีเยอรมัน
  • ปีที่ใช้งาน 1944
  • พลประจำรถ 5 นาย
  • หน้ก 45,465 กิโลกรัม/ 45.5 ต้น
  • ยาว 8.87 เมตร
  • สูง 2.97 เมตร
  • กว้าง 3.43 เมตร
  • เกราะหนาที่สุด 100 มม./3.94 นิ้ว
  • เครื่องยนต์ มายบัค เอชแอล230พี30 วี12 ให้กำลัง 700 แรงม้า
  • ความเร็ว 46 กิโลเมตร/ชั่วโมง
  • รัศมีทำการ 200 กิโลเมตร
  • อาวุธ
    • อาวุธหลัก ปืนใหญ่ ขนาด 75 มม./ 2.95 นิ้ว
    • อาวุธรอง ปืนกล ขนาด 7.92 มม./ 0.297 นิ้ว 2 กระบอก

อ้างอิง[แก้]

  • George Forty & Jack Livesey, the World Encyclopedia of Tanks, Anness,2006
  1. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Jentz284
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 2.5 Doyle and Jentz 1997, p. 28.


อ้างอิงผิดพลาด: มีป้ายระบุ <ref> สำหรับกลุ่มชื่อ "Notes" แต่ไม่พบป้ายระบุ <references group="Notes"/> ที่สอดคล้องกัน หรือไม่มีการปิด </ref>