ข้ามไปเนื้อหา

เฮดี ลามาร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เฮดี ลามาร์
ลามาร์ในภาพยนตร์เรื่อง The Heavenly Body (1944)
เกิดเฮดวิก อีวา มาเรีย คีส์เลอร์
(1914-11-09)9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1914[a]
เวียนนา, จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี
เสียชีวิต19 มกราคม ค.ศ. 2000(2000-01-19) (85 ปี)
คาสเซิลแบร์รี, สหรัฐอเมริกา
พลเมืองออสเตรีย
สหรัฐอเมริกา (ตั้งแต่ปี 1953)
อาชีพนักแสดง นักประดิษฐ์
ปีปฏิบัติงาน1930–1958
คู่สมรสฟรีดริช แมนดัล
(1933–1937; หย่า)
ยีน มาร์คีย์
(1939–1941; หย่า; บุตร 1 คน)
จอห์น โลเดอร์
(1943–1947; หย่า; บุตร 2 คน)
เท็ดดี สตาฟเฟอร์
(1951–1952; หย่า)
ดับเบิลยู. ฮาเวิร์ด ลี
(1953–1960; หย่า)
ลูอิส เจ. โบล์ส
(1963–1965; หย่า)

เฮดี ลามาร์ (อังกฤษ: Hedy Lamarr; 9 พฤศจิกายน 1914 – 19 มกราคม 2000)[a] หรือชื่อเกิดว่า เฮดวิก อีวา มาเรีย คีส์เลอร์ (Hedwig Eva Maria Kiesler) เป็นนักแสดงภาพยนตร์และนักประดิษฐ์ชาวออสเตรีย-อเมริกัน[1] ในระยะเวลาสั้น ๆ ช่วงต้นในอาชีพการแสดงในปี 1930 เธอได้เล่นหนังสัญชาติเยอรมันเป็นเรื่องแรกใน Ecstasy (1933) ซึ่งในภาพยนตร์มีภาพเปลือยและฉากรักจำนวนมากทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นกับสามีของเธอ ลามาร์จึงหนีออกจากสามีไปอยู่ที่ปารีส และขณะที่เธออยู่ที่นั่นก็ได้พบกับเอ็มจีเอ็ม หลุยส์ บี. เมเยอร์ เขาเสนอให้เธอเซ็นสัญญาเพื่อภาพยนตร์ในฮอลลีวูด และทำให้เธอกลายเป็นดาราภาพยนตร์ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1930 ถึง 1950[2]

ลามาร์ ปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมหลายเรื่อง เช่น Algiers (1938), I Take This Woman (1940), Comrade X (1940), Come Live With Me (1941), H.M. Pulham, Esq. (1941) และ Samson and Delilah (1949)[3]

ในตอนต้นสงครามโลกครั้งที่สอง ลามาร์และนักแต่งเพลงชาวอเมริกัน จอร์จ แอนเทม ได้พัฒนาระบบการสื่อสารอาวุธตอร์ปิโดของกองทัพสหรัฐอเมริกา ในการพัฒนาวิธีการสื่อสารโทรคมนาคมแบบการกระจายคลื่นและความถี่ ที่ปล่อยสัญญาณแบบหลายระดับและช่วยป้องกันการดักจับจากศัตรูได้[4] ในปี 1942 เฮดีและจอร์จได้รับการยอมรับจากกองทัพสหรัฐอเมริกา ภายใต้ชื่อ ระบบการสื่อสารซึ่งเป็นความลับ (Secret Communications System) หลังจากนั้นในปี 1950 เฮดีและจอร์จกลับมาเปิดบริษัทแห่งหนึ่งเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีไร้สายที่ชื่อว่า CDMA ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีของเธอได้รับการประยุกต์ใช้ทางพาณิชย์เป็นสัญญาณโทรศัพท์มือถือบลูทูธและไวไฟ[5][6][7] และทำให้เธอได้รับการแต่งตั้งเป็นนักประดิษฐ์แห่งชาติฮอลล์ออฟเฟมในปี 2014[4][8]

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Hedy Lamarr: Inventor of more than the 1st theatrical-film orgasm". Los Angeles Times. 28 พฤศจิกายน 2010. สืบค้นเมื่อ 26 กรกฎาคม 2012.
  2. "Hedy Lamarr: Secrets of a Hollywood Star". Edition Filmmuseum 40. สืบค้นเมื่อ 3 พฤษภาคม 2014.
  3. Haskell, Molly (10 ธันวาคม 2010). "European Exotic". The New York Times. สืบค้นเมื่อ 26 กรกฎาคม 2012.
  4. 1 2 "Movie Legend Hedy Lamarr to be Given Special Award at EFF's Sixth Annual Pioneer Awards" (Press release). Electronic Frontier Foundation. 11 March 1997. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-10-16. สืบค้นเมื่อ 1 February 2014.
  5. "Hollywood star whose invention paved the way for Wi-Fi". New Scientist. 8 ธันวาคม 2011. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2016. สืบค้นเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2014.
  6. Craddock, Ashley (11 มีนาคม 1997). "Privacy Implications of Hedy Lamarr's Idea". Wired. Condé Nast Digital. สืบค้นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2013.
  7. "Hedy Lamarr Inventor" (PDF). The New York Times. 1 ตุลาคม 1941. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 10 เมษายน 2016. สืบค้นเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2014.
  8. "Spotlight – National Inventors Hall of Fame". invent.org. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 กรกฎาคม 2015. สืบค้นเมื่อ 26 พฤษภาคม 2015.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]
Wikiquote
Wikiquote
วิกิคำคมภาษาอังกฤษ มีคำคมที่กล่าวโดย หรือเกี่ยวกับ: เฮดี ลามาร์