ข้ามไปเนื้อหา

เอสฮาเฟโฮลดิงส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
SHV Holdings N.V.
ประเภทบริษัทโฮลดิงเอกชน
ก่อตั้ง1 เมษายน 1896; 128 ปีก่อน (1896-04-01)
สำนักงานใหญ่,
พื้นที่ให้บริการ
ทั่วโลก
บุคลากรหลัก
สเตฟาน นานิงกา, CEO
ผลิตภัณฑ์
รายได้เพิ่มขึ้น 20 พันล้านยูโร (2018) [1]
รายได้สุทธิ
ลดลง 515 ล้านยูโร (2018)) [2]
เว็บไซต์www.shv.nl

เอสฮาเฟโฮลดิงส์ (ดัตช์: SHV Holdings) เป็นบริษัทสัญชาติดัตช์ที่ดำเนินธุรกิจหลากหลาย ตั้งแต่การขนส่ง ค้าปลีก น้ำมัน อาหาร และบริการการเงิน[3][4] ปัจจุบันมีพนักงานราว 60,000 คน มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองยูเทรกต์ ประเทศเนเธอร์แลนด์

ประวัติ

[แก้]

เมื่อวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1896 พ่อค้าถ่านหินชาวดัตช์ 8 คนรวมตัวกันตั้งบริษัทค้าถ่านหิน (Steenkolen Handels-Vereniging ย่อเป็น SHV:เอสฮาเฟ) ขึ้น[5]เพื่อตอบสนองการรวมตัวสมาคมถ่านหินไรน์-เวสต์ฟาเลินในเยอรมนี ต่อมาในปี ค.ศ. 1904 บริษัทได้เอกสิทธิ์ในการค้าขายถ่านหินจากเวสต์ฟาเลินสู่ประเทศเนเธอร์แลนด์ จากนั้นกิจการบริษัทดีขึ้นเรื่อยมา ได้ย้ายสำนักงานใหญ่จากรอตเทอร์ดามไปยูเทรกต์เพื่อใช้ประโยชน์จากการที่ยูเทรกต์เป็นจุดตัดเส้นทางรถไฟหลักของเนเธอร์แลนด์

เฟนเทเนอร์ ฟัน ฟลิสซิงเงิน ผู้อำนวยการบริษัทได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการของคณะกรรมการถ่านหินแห่งชาติในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ในช่วงนี้บริษัทเผชิญภาวะยากลำบากเพราะแม้เนเธอร์แลนด์จะมีนโยบายเป็นกลาง แต่ถ่านหินจากเวสต์ฟาเลินในเยอรมนีถูกส่งมาที่เนเธอร์แลนด์ไม่ได้เพราะต้องป้อนให้กับกองทัพเยอรมนีก่อน อย่างไรก็ตาม เอสฮาเฟได้ตั้งบริษัทโฮลดิงขึ้นเพื่อร่วมลงทุนในถ่านหินแอนทราไซต์ในเยอรมนี ถือเป็นบริษัทลงทุนบริษัทแรกภายใต้เอสฮาเฟ ซึ่งต่อมาได้ขยายไปสู่การลงทุนในบริษัทโฮโคเฟินส์และสายการบินเคแอลเอ็ม[6]

ทศวรรษที่ 1920 เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมของเนเธอร์แลนด์จากการใช้ถ่านหินมาเป็นการใช้น้ำมัน เนื่องจากน้ำมันช่วยประหยัดต้นทุนได้มาก เรือสินค้าและเครื่องจักรต่างๆเปลี่ยนมาใช้พลังงานน้ำมันแทน เอสฮาเฟจึงหันมาลงทุนในสถานีเก็บและจ่ายน้ำมัน

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เศรษฐกิจของทวีปยุโรปได้รับความเสียหายอย่างหนัก เช่นเดียวกับความต้องการถ่านหินก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง[7] เอสฮาเฟจึงหันมาลงทุนในการดำเนินเรือและกิจการค้าปลีกเพื่อประคองบริษัท ได้ตั้งห้างค้าปลีกแม็คโครขึ้น จนขยายเป็นบริษัทเทรดดิงที่ใหญ่ที่สุดในเนเธอร์แลนด์ในปี ค.ศ. 1995[5]

บริษัทที่มีเอสฮาเฟโฮลดิงส์เป็นเจ้าของ

[แก้]
  • SHV Energy - แก๊สปิโตรเลียมเหลว (LPG)
  • Primagaz - พลังงาน
  • แม็คโคร - ค้าปลีกอาหารและอื่นๆ
  • Dyas - น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ
  • Prins Autogas - ระบบเชื้อเพลิงทางเลือก
  • EVAS - ถังก๊าซ LPG และถัง LPG ในรถยนต์
  • TCEC - พลังงานหมุนเวียน
  • NPM Capital - กองทุนเอกชน
  • Mammoet - รถยกขนาดหนัก
  • ERIKS - บริการและซ่อมบำรุงลอจิสติก
  • Ipragaz - LPG ก๊าซธรรมชาติเหลว ขนส่งน้ำมันและไฟฟ้า
  • Nutreco - อาหารสัตว์

อ้างอิง

[แก้]
  1. https://www.shv.nl/sites/default/files/usercontent/1904/SHV%20Annual%20Report%202018%20ENG%20-%20DUN%20no%20cropmarks_reduced.pdf[ลิงก์เสีย]
  2. https://www.shv.nl/sites/default/files/usercontent/1904/SHV%20Annual%20Report%202018%20ENG%20-%20DUN%20no%20cropmarks_reduced.pdf[ลิงก์เสีย]
  3. Gallagher, Paul (28 April 2003). "Rich laird with passion that's priceless". The Scotsman.
  4. Bray, Chad (20 October 2014). "SHV Holdings to Pay $3.4 Billion for Dutch Supplier of Animal Food". New York Times.
  5. 5.0 5.1 Jones, Geoffrey (1998). The Multinational Traders. Routledge. pp. 87–88. ISBN 0-415-18002-3.
  6. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2017-12-16. สืบค้นเมื่อ 2020-04-19.
  7. Burley, Kevin (1968). British Shipping and Australia 1920-1939. Cambridge University Press., p. 95

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

เว็บไซต์ทางการ