เหลียง เสี่ยวปิง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เหลียง เสี่ยวปิง
Vivian Leung
ชื่อเกิดเหลียงเสี่ยวปิง
เกิด วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2512 (49 ปี)
มาเก๊า
ส่วนสูง 163
น้ำหนัก 42
สัดส่วน 33-24-34
คู่สมรส เฉิน เจียฮุย (พ.ศ. 2543–ปัจจุบัน)
อาชีพ นักแสดง
ปีที่แสดง ปีพ.ศ. 2534-2547
ผลงานเด่น -บท “เหยาจื่อผิง” ใน กระบี่ลมกรด
ข้อมูลบนเว็บ IMDb
เว็บทางการ

"เหลียงเสี่ยวปิง" (จีน:梁小冰) มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Vivian Leung (วิเวียน เหลียง) เป็นนักแสดงหญิงชาวฮ่องกงที่มีชื่อเสียง ในช่วงต้นยุค 90s เธอมีผลงานละครเด่น ๆ หลายเรื่อง แต่เรื่องที่ถูกจดจำมากที่สุด คือละครเรื่อง "กระบี่ลมกรด" โดยประกบคู่กับ “กัวฟู่เฉิง[1]

ประวัติ[แก้]

เหลียงเสี่ยวปิง เริ่มเข้าวงการบันเทิงจากการเข้าประกวดนางงามฮ่องกงเมื่อปีพ.ศ. 2533 (ปีเดียวกับหยวนหย่งอี๋ อดีตราชินีจอเงินฮ่องกง) ในการแสดงระหว่างประกวด เหลียงเสี่ยวปิงพลาดทำหมวกหล่นพื้น แต่เธอก็สามารถแก้สถานการณ์ได้อย่างชาญฉลาด จนโจวเหวินฟะ ดาราชื่อดังที่ขณะนั้นเป็นหนึ่งในกรรมการตัดสินการประกวด เอ่ยปากชมว่า เหลียงเสี่ยวปิงเป็นนางงามที่มีพรสวรรค์ในด้านการแสดงมากที่สุด และในที่สุด เธอก็สามารถคว้าตำแหน่งรองอันดับ 2 มาครองได้สำเร็จ

หลังจากนั้น เหลียงเสี่ยวปิงเดินตามรอยนางงามรุ่นพี่ เซ็นสัญญาเข้าเป็นนักแสดงในสังกัดทีวีบี และได้รับการป้อนงานอย่างต่อเนื่อง แต่ละปีถ่ายละครประมาณ 3-4 เรื่อง ละครเรื่องแรกของเธอคือเรื่อง จอมโจรดาบทอง เป็นการร่วมงานกับ เจิ้งอีเจี้ยน และจางเหว่ยเจี้ยน

จนกระทั่งปีพ.ศ. 2535 เธอดังสุดๆ จากการรับบทหมอดูสาว “เหยาจื่อผิง” ประกบคู่กับ “กัวฟู่เฉิง” ในละครเรื่อง "กระบี่ลมกรด" ช่วงนั้น ทีวีบีพยายามปลุกปั้นเหลียงเสี่ยวปิงแบบสุดๆ ส่งเธอประกบคู่กับพระเอกชื่อดังหลายคน ทั้ง เวินเจ้าหลุน เจิ้งอีเจี้ยน ถันเย่าเหวิน จางจื่อหลิน แม้แต่สุดหล่อ กู่เทียนเล่อ ซึ่งขณะนั้นโด่งดังจากเรื่อง "มังกรหยก ตอน กำเนิดเอี้ยก้วย" แล้ว

ในบรรดาพระเอกที่เคยร่วมงานกับเธอทั้งหมด ดูเหมือนถันเย่าเหวินจะเป็นพระเอกคู่บุญของเธอเลยทีเดียว เพราะร่วมแสดงด้วยกันหลายเรื่อง อาทิ จอมดาบไลโบยี นักฆ่าสะท้านฟ้า และโปเยโปโลเยภาค2

แต่ละบทบาทที่เหลียงเสี่ยวปิงแสดงมักได้รับความนิยมชมชอบจากหมู่คนดูเป็นอย่างยิ่ง นับว่าโจวเหวินฟะมองคนไม่ผิดเลยทีเดียว ส่วนใหญ่ละครที่เธอแสดงหนีไม่พ้นแนวกำลังภายใน แต่หลายคนคงไม่ปฏิเสธว่า เหลียงเสี่ยวปิงในชุดจีนโบราณนั้นดูสวยสดงดงามยิ่งนัก

ละครเรื่องสุดท้ายที่เธอแสดงกับทีวีบีคือเรื่อง อุ้ยเสี่ยวป้อ เพราะหลังหมดสัญญากับทีวีบี เหลียงเสี่ยวปิงตัดสินใจไม่ต่อสัญญาอีก แต่เลือกโผบินออกไปรับงานนอกสังกัดหลายเรื่องทั้งละครของไต้หวันอย่าง ม่านประเพณี และ Lady Stealer ของ เอทีวี เป็นต้น โดย 2 เรื่องข้างต้น เหลียงเสี่ยวปิงมีโอกาสได้โชว์เสียงร้องเพลงประกอบละครด้วย

ละครของเหลียงเสี่ยวปิงทั้งเก่าและใหม่ มีโอกาสเข้าฉายในจีน และเมื่อปีพ.ศ. 2548 สื่อมวลชนแผ่นดินใหญ่ยกให้เหลียงเสี่ยวปิงเป็นนางงามฮ่องกง ที่มีกลิ่นอายความเป็นสาวจีนโบราณและงามสง่าที่สุด แถมขนานนามให้เป็น “สาวงามผีเสื้อ”

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

ด้านความรัก เหลียงเสี่ยวปิงแต่งงานกับเฉินเจียฮุย เพื่อนนักแสดงตั้งแต่ปีพ.ศ. 2543 รอคอยมานานหลายปีในที่สุดก็มีข่าวดีว่า เหลียงเสี่ยวปิงกำลังตั้งครรภ์ได้ 6 เดือนแล้ว คาดว่าจะให้กำเนิดปิงปิงน้อยในเดือนเมษายนปีนี้ ก่อนหน้านี้ เสี่ยวปิงเคยประจำเดือนขาดไป 3 เดือน ตอนแรกนึกว่ามีน้องสมใจ แต่ที่ไหนได้ หมอกลับบอกว่า เธอยังไม่ตั้งครรภ์ เพราะว่าช่วงนั้นเสี่ยวปิงรับงานละครไม่น้อย ทำให้ร่างกายไม่ได้พักผ่อน ไม่สบายบ่อยๆ ทำให้ส่งผลกระทบต่อการมีลูก หลังจากนั้นเธอจึงเริ่มหยุดพักงาน เพื่อเตรียมมีเจ้าตัวน้อย เธอให้สัมภาษณ์ว่า อยากมีลูกสัก 3 คน

ผลงาน[แก้]

ปีพ.ศ. 2547 幻影神针

ปีพ.ศ. 2546 Light of Million Hope / 万家灯火

ปีพ.ศ. 2544 Lady Stealer / 女侠丁叮当 残剑震江湖

ปีพ.ศ. 2543 ม่านประเพณี / 新梁山伯与祝英台

ปีพ.ศ. 2542 袁崇焕传 食神

ปีพ.ศ. 2541 อุ้ยเสี่ยวป้อ (ฉบับเฉินเสี่ยวชุน) / 新鹿鼎记

ปีพ.ศ. 2540 โปเยโปโลเย ภาค 2 / 聊斋Ⅱ

ปีพ.ศ. 2539 จี้กง / 济公 เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ (ฉบับเฉินจิ่นหง เฉินสงหลิง) / 新上海滩 นักฆ่าสะท้านฟ้า ตอน พฤกษาทมิฬ / 大刺客之《大唐聂隐娘》

ปีพ.ศ. 2538 เปาบุ้นจิ้น / 包青天之《夫证妻凶》 娱乐插班生 หมัดใต้เตะเหนือ / FIST OF POWER / 南拳北腿 ฤทธิ์ดาบวงพระจันทร์ / 圆月弯刀

ปีพ.ศ. 2537 ฮ่องเต้บัลลังก์เลือด / 天子屠龙 新父子時代 จอมดาบไลโบยี / 寻龙剑侠赖布衣

ปีพ.ศ. 2536 เดชคัมภีร์เส้าหลิน / Heroes From Shaolin / 武尊少林 จอมกระบี่สันโดด / Lonestar Sword / 孤星剑 จอมราชันย์ยุคสุดท้าย / Fate of the Last Empire / 清宫气数录 ไฟรักไฟลวง / Ambition / 孽吻

ปีพ.ศ. 2535 致命一擊 疾风柔情 兄兄我我 กระบี่ลมกรด / 风之刀

ปีพ.ศ. 2534 共饮长江水 阖府抢钱 จอมโจรดาบทอง / 血玺金刀

อ้างอิง[แก้]

  1. วงการบันเทิง. "ประวัติแบบของดาราสาว "เหลียงเสี่ยวปิง"". โดย "หมิงซิงคลับ". สืบค้นเมื่อ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561.

แหล่งข้อมูล[แก้]