เวิน ปี้เสีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เวิน ปี้เสีย
ชื่อเกิดเวิน ปี้หยู่
เกิด วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2509 (53 ปี)
ฮ่องกง
คู่สมรส เหอ จู่กวง (何祖光) (พ.ศ. 2543 - ปัจจุบัน)
อาชีพ นักแสดง
ปีที่แสดง ปี พ.ศ. 2525 - ปัจจุบัน
ค่าย สถานีโทรทัศน์ทีวีบี (พ.ศ. 2534 - 2544)
ข้อมูลบนเว็บ IMDb
เว็บทางการ

เวิน ปี้เสีย หรือ Irene Wan (จีน :温碧霞; พินอิน :wēn bì xiá; กวางตุ้ง :wan1 bik1 ha4; อังกฤษ :Irene Wan) เป็นนักแสดงหญิงชาวฮ่องกง ที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า ไอรีน วัน ในอดีตเธอโด่งดังและเป็นที่รู้จักในฐานะ "เซ็กซี่สตาร์" ที่ดูมีระดับ ไม่โป๊เปลือยจนเกินงาม และเป็นขวัญใจหนุ่มๆ ในยุค 90s เป็นอย่างมาก

ในช่วงแรกที่เธอเข้าวงการแสดง เธอมักจะได้รับการจัดอันดับว่าเป็น ดาราสาวที่มีความสวยและมีความสามารถในการแสดง เธอเริ่มมีชื่อเสียงมาตั้งแต่ยุค 80s มีผลงานภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง แต่ทว่าภาพยนตร์เรื่อง ขายรัก แต่ไม่ขายใจ (Everlasting Love , 1984) ร่วมแสดงกับ หลิว เต๋อหัว ประสบความสำเร็จมากในยุคนั้น ได้สร้างภาพลักษณ์เซ็กซี่สตาร์ให้กับตัวเธอ และในยุค 90s เธอมาโด่งดังเปรี้ยงปร้างทั่วเอเชียเป็นอย่างมาก กับบทบาทไห่เฉา ในผลงานละครชุดสุดฮิตเรื่อง กุหลาบไฟ กับตัวละครที่มีวลีเด็ดว่า " สวยซ่อนแค้น รุนแรงดั่งไฟ พร้อมจะเผาผลาญหัวใจผู้ชายทุกคน เพราะฉันคือ กุหลาบไฟ " จากความโด่งดังของเธอในละครเรื่องนี้ ทำให้เธอมีฉายาที่ถูกเรียกว่า "กุหลาบไฟ" ซึ่งกลายเป็นชื่อเรียกที่เป็นตัวแทนของเธอไปเลย อีกทั้งด้วยภาพลักษณ์ของเธอที่ดูร้อนแรง เซ็กซี่ แบบพอดีไม่โป๊เกลื่อน และดูมีคลาส มีระดับ จึงทำให้ในยุคนั้นเธอได้รับการยกย่องว่าเป็น เซ็กซี่ตัวแม่แห่งเกาะฮ่องกง ด้วยอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้ตอนนี้เธอกลายเป็นศิลปินหญิงอาวุโสคนหนึ่งของฮ่องกง แต่ทว่าเธอยังคงรักษาความสวยและรูปร่างที่งดงามไว้ได้อยู่เสมอ

ปัจจุบัน เธอยังคงรับงานแสดงเป็นช่วงๆ และมีชีวิตครอบครัวที่ดี กับสามี เหอ จู่กวง (何祖光) ซึ่งเป็นนักธุรกิจผู้ร่ำรวยคนหนึ่งในฮ่องกง มีบุตรบุญธรรมอีก หนึ่งคน

ประวัติ[แก้]

เวิน ปี้เสีย เดิมมีชื่อว่า เวิน ปี้หยู่ (溫碧玉) เธอเกิดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2509 ที่เมืองเถียวเจงหลิ่ง (調景嶺) ในเขตการปกครองไซกุง (Sai Kung) ประเทศฮ่องกง กับครอบครัวที่ยากจน โดยเธอเป็นบุตรคนสุดท้อง จากพี่น้องทั้งหมด 4 คน เดิมพ่อของเธอรับราชการเป็นนายทหารของสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่ต่อมาได้ย้ายเข้ามาตั้งรกรากในฮ่องกงสาเหตุเนื่องจากสงครามการเมืองในประเทศจีน ไม่นานก็ได้ย้ายไปอาศัยอยู่ในเขตที่ 8 ของเมือง เถียวเจงหลิ่ง ในเขตการปกครองนิวเทอร์ริทอรีส์ (New Territories) ซึ่งเป็นที่ๆ เธอเติบโตขึ้นมา

ในวัยเด็กเธอมีเพื่อนบ้านใกล้เคียงอย่าง เฉิน อวี้เหลียน และ หวัง ซิ่วเฟิง แต่เธอไม่ค่อยสนิท เพราะเธอมักจะชอบเล่นกับเด็กชายที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน มากกว่าเล่นกับเด็กผู้หญิง ส่วนใหญ่แล้วเธอมักจะชอบเล่นตีปิงปอง,ตีแบดมินตัน และอื่น ๆ กับพวกเด็กผู้ชาย ตอนเธอเรียนที่โรงเรียนประถมหมิงหยวน เธอก็ยังสนใจทางด้านดนตรีและศิลปะเป็นอย่างมากและมักจะเข้าร่วมกิจกรรมกับทางโรงเรียนอยู่บ่อย ๆ หลังจากจบ เธอได้ย้ายจากโรงเรียน มัธยมคาทอลิก หมิงหยวน (Catholic Ming Yuen Secondary School) เพื่อไปเรียนต่อที่ โรงเรียนภาษาอังกฤษของเซนต์จอห์น (St. John's) แห่งหนึ่งใน ไท่กู่เฉิง (Taikoo Shing) ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมต้นที่มีชื่อเสียงมากกว่าแต่ทว่าโรงเรียนกลับอยู่ไกลจากบ้านพักของเธอมาก ดังนั้นเธอจึงย้ายไปพักอยู่ที่ ซุนวาน (Tsuen Wan) เพราะอยู่ใกล้กับโรงเรียน และพักอาศัยอยู่ในห้องชั้นล่างของตึกที่เธอเช่าอยู่ ในช่วงที่ศึกษาอยู่ที่นี้ เธอได้มีโอกาสเข้าร่วมเป็นสมาชิกของทีมบาสเกตบอลหญิงของโรงเรียน อีกด้วย แต่ทว่า..ในช่วงวัยรุ่นตัวเธอเองก็มักมีปากเสียงกับพ่ออยู่บ่อย ๆ เนื่องจากพ่อของเธอเป็นนายทหาร จึงมีระเบียบวินัยที่เข้มงวดมาก ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพ่อ ไม่ค่อยจะดีนัก ต่อมาเธอเริ่มคบเพื่อนในโรงเรียนที่เกเร และเริ่มเรียนรู้ที่จะสูบบุหรี่

เมื่อเธออายุ 15 ปี มีแมวมองท่านหนึ่งมาเห็นเธอเข้าจึงเรียกเธอให้ไปเทสหน้ากล้อง กับภาพยนต์เรื่องใหม่ ที่กำลังจะเปิดกล้อง และเธอก็ผ่านการคัดเลือก จึงได้มีโอกาสเข้าร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง สิบห้าหยกๆ สิบหกหย่อนๆ (Lonely Fifteen 1982) จากบทบาทสาววัยรุ่นใจแตก กับการแสดงของเธอที่ยอดเยี่ยมในภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้เธอแจ้งเกิดทันทีและมีชื่อเสียงขึ้นมาในฐานะ "นักแสดงหญิงดาวรุ่ง" บทบาทของเธอในภาพยนตร์เรื่องนี้ ว่ากันว่า เธอแสดงได้ดีมากจนได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลภาพยนตร์ฮ่องกง ในสาขานักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากงาน ฮ่องกงฟิล์มอวอร์ด ครั้งที่ 2 (Hong Kong Film Awards) เลยเป็นสาเหตุทำให้เธอได้เข้าวงการบันเทิง นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งในเวลานั้นเธอยังไม่จบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมปลาย เลยด้วยซ้ำ ต่อมาเธอก็มีผลงานในแนวเดียวกัน ตามออกมาอีก คือภาพยนต์วัยรุ่นเรื่อง วัยรุ่น...วุ่นรัก (Happy Sixteen 1982) ต่อมาก็พลิกบทบาทมาเล่นภาพยนตร์แนวสยองขวัญเรื่อง สยอง...ซึมลึก (Possessed 1983)และภาพยนตร์ดังที่ทำให้เธอมีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นไปอีกกับบทบาทต่อมาที่โดดเด่น ด้วยภาพลักษณ์ของเธอเป็นที่รู้กันดีถึงความสวยและเซ็กซี่ในภาพยนตร์เรื่อง ขายรัก แต่ไม่ขายใจ(Everlasting Love 1984)ซึ่งมีโอกาสได้ร่วมแสดงกับ หลิว เต๋อหัว ซึ่งในตอนนั้นเธอมีอายุแค่ 17 ปีเท่านั้น ต่อมาเธอก็ได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์ดังหลายเรื่อง เช่นคนตัดเดือด (Love to Waste 1986) , เรื่อง ล่ารัก...59 ปี (Rouge 1988) และ ขันทีคนสุดท้าย (Last Eunuch in China 1988) ซึ่งภาพยนตร์เหล่านี้ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง

แต่แล้วในช่วงปีพ.ศ. 2532-2534 (1989-1991) แม้เธอจะมีภาพยนต์เด่นๆตามมาอีกหลายเรื่อง เช่น เถื่อนทัวร์นรก (Fatal Vacation 1989) , มังกรตัดโหด หรือ โหดแหกสกุล (Bloody Brotherhood 1989) , เธอชื่อโคตรเพชฌฆาต (Touch and Go 1991) เพื่อเพื่อนสับมันเลย (The Tigers 1991) แต่ก็ดูเหมือนกับว่า กระแสความดังทางความเซ็กซี่ของเธอเริ่มลดน้อยลง และในช่วงนี้เองเธอก็ได้เกิดใหม่อีกครั้ง เมื่อเธอตัดสินใจหันไปรับงานแสดงละครทีวี ให้กับสถานีโทรทัศน์ทีวีบี (tvb) และแจ้งเกิดในฐานะ ดาราสาวจอแก้ว กับละครโทรทัศน์สุดฮิตเรื่อง กุหลาบไฟ (Vengeance 1992) ในบทไห่เฉา หญิงสาวสวยเซ็กซี่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรอยแค้น ในเรื่องเธอร่วมแสดงนำ กับดาราหนุ่มชื่อดังแห่งยุค 90s เวินเจ้าหลุน ละครเรื่องนี้ก็ดังเปรี้ยงปร้างทันทีที่ละครได้ออกฉาย เธอสามารถเล่นบทไห่เฉา ได้ออกมาถูกใจคนดูละครในตอนนั้นเป็นอย่างมาก และจากความสำเร็จของละครเรื่องนี้ ทำให้เธอถูกเรียกว่า "กุหลาบไฟ" แทนชื่อเธอไปเลย ถือได้ว่าเป็นการกลับมามีชื่อเสียงโด่งดังอีกครั้ง แต่เป็นในฐานะ นักแสดงจอแก้ว หลังจากนั้นเธอก็มีผลงานละครยอดนิยมตามมาอีก เช่น เสน่ห์แม่ยั่วเมือง (Gentle Reflections 1994) และ ฤทธิ์ดาบวงพระจันทร์ (Against the Blade of Honour 1997) เป็นต้น ในขณะที่เธอโด่งดังสุดๆ กับการเป็นนักแสดงของสถานีโทรทัศน์ทีวีบี จู่ๆ ก็มีผลงานภาพยนต์เรทอาร์ เรื่อง ร้อนรัก...กุหลาบไฟ (All of a Sudden 1996) ออกฉาย ยิ่งเป็นการตอกย้ำ ความฮอตของเธอในขณะนั้น

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2543 เวินปี้เสีย ได้เข้าพิธีแต่งงานกับ เหอ จู่กวง (何祖光) ซึ่งเป็นหนุ่มนักธุรกิจผู้มั่งคั่งในฮ่องกงและทำงานที่ ซาโลมอนบราเดอร์สฮ่องกง (Salomon Brothers Hong Kong Limited) ในตำแหน่งรองประธานฝ่ายการธนาคารเพื่อการลงทุนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทั้งคู่ได้จัดพิธีแต่งงานที่โรงแรมบันยันทรี (Banyan Tree Phuket) ซึ่งตั้งอยู่ที่ภูเก็ตในเมืองไทย อีกทั้งนาย เหอจู่กวง ยังเป็นหลานชายแท้ๆ ของนาย เหอ อิงชิน (何應欽) ซึ่งเป็นอดีตทหารผ่านศึกพรรคชาตินิยมจีน ทั้งคู่ไม่มีบุตรร่วมกัน แต่มีบุตรบุญธรรมชื่อว่า เหอ กุ้ยหลุน

ผลงานบางส่วน[แก้]

ภาพยนตร์[แก้]

  • เพชรฆาตสัญชาติฮ้อ (The Lucky Stars Series 1986)
  • คนตัดเดือด (Love Unto Waste 1986)
  • ตำรวจกับพี่ชายหัวขโมย (caper 1986)
  • แสบเผาขน (TIGER CAGE 1988)
  • ขันทีคนสุดท้าย (Last Eunuch in China 1988)
  • ล่ารัก...59ปี (Rouge 1988)
  • เถื่อนทัวร์นรก (Fatal Vacation 1989)
  • มังกรตัดโหด หรือ โหดแหกสกุล (Bloody Brotherhood 1989)
  • เธอชื่อโคตรเพชฌฆาต (Touch and Go 1991)
  • เพื่อเพื่อนสับมันเลย (The Tigers 1991)
  • รักติ๊กติ๊ก ไม่ต้องไขลาน (Now You See Love, Now You Don't 1992)
  • เหวี่ยงใหญ่ให้ติดดิน (Circus Kids 1994)
  • ร้อนรัก...กุหลาบไฟ (All of a Sudden 1996)
  • ห้องซ้อน...ซ่อนปม (A Tragic Room 2003)
  • ศึกพิชิตใจของนายไฮโซ (Impetuous Love in Action 2014 ‧)

ละครโทรทัศน์ (ค่ายทีวีบี)[แก้]

  • กุหลาบ...ไร้หนาม (Heartbreak Blues 1991)
  • ซ่อนรักซ่อนแค้น (The Fugitives 1991)
  • กุหลาบ...ไฟ (Vengeance 1992)
  • ห้องเรียน..รุ่น93 (Class of '93)
  • เสน่ห์แม่ยั่วเมือง (Gentle Reflections 1994)
  • ยอดดาบวงพระจันทร์ (Against the Blade of Honour 1997)
  • นาจาเทพจอมอิทธิฤทธิ์ - Gods of Honour (2001)

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูล[แก้]