เย่ จื่อเหมย์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เย่ จื่อเหมย์
เกิดวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2509 (55 ปี)
เย่ จื่อเหมย์
ฮ่องกง
อาชีพนักแสดง
ปีที่แสดงปี พ.ศ. 2528-2539
ผลงานเด่น-โอมเนื้อภาพยนตร์มังผี (พ.ศ. 2533)
-โอมเนื้อภาพยนตร์มังผี ภาค2 (พ.ศ. 2534)
-อาบรักกระบี่คม ภาค1 (พ.ศ. 2534)
สังกัด-เอทีวี
-โกลเดนฮาร์เวสต์
ฐานข้อมูล
IMDb

เย่ จื่อเหมย์ (จีน:葉子楣; พินอิน: Yè Zǐméi; กวางตุ้ง :Ye4 Zi3 Mei2; อังกฤษ:Amy Yip) เป็นนักแสดงซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางเพศแห่งวงการภาพยนตร์ฮ่องกงในปลายคริสต์ทศวรรษ 1980–1990 เนื่องจากเรือนร่างที่ได้รูปและทรวงอกที่ใหญ่โต

ประวัติ[แก้]

เย่ จื่อเหมย์ เกิดเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2508 ที่ฮ่องกง เธอเป็นบุตรคนที่3 จากบรรดาพี่น้องทั้งหมด 4 คน แรกเริ่มบิดาและมารดาของเธออาศัยอยู่ที่ไทชาน มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งตั้งอยู่ตอนใต้สุดของประเทศจีน ติดกับทะเลจีนใต้ ใกล้กับเกาะฮ่องกงและมาเก๊า

ต่อมาครอบครัวของเธอได้เดินทางอพยพออกจากถิ่นฐานเดิม ไปยังประเทศฮ่องกง เมื่อปี พ.ศ. 2502 และพักอาศัยอยู่ในห้องเช่าราคาถูก ย่านนิคมอุตสาหกรรมในเขตอำเภอไควชุง (Kwai Chung) พ่อเปิดร้านตัดผมเลี้ยงชีพ และส่งเธอจนเรียนจบในระดับชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนอนุสรณ์ ลกซิ้ง (Lok Sin Tong Leung Chik Wai Memorial School) ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งในฮ่องกง

ปี พ.ศ. 2527 เธอได้ไปสมัครเรียนการแสดงของสถานีโทรทัศน์เอทีวี และผ่านการคัดเลือก โดยใช้เวลาฝึกอบรมการแสดงกับทางค่ายอยู่ 1 ปี ต่อมาในปี พ.ศ. 2528 เธอจบการแสดงจากชั้นฝึกอบรมของสถานีโทรทัศน์เอทีวี (ATV) และกลายเป็นนักแสดงอย่างเต็มตัว เธอมีผลงานละครทีวีกับทางค่ายเอทีวี 3 ปี และมีโอกาสร่วมแสดงในละครเด่น ๆ ของทางค่าย เช่น "จี้กง", "เดชนางพญาผมขาว", "3 คู่ชูชื่น" เป็นต้น แต่ทว่า...เธอกลับไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก เพราะโดยส่วนใหญ่บทที่เธอได้รับจะเป็นตัวสมทบที่ไม่ค่อยโดดเด่นอะไรมาก จนกระทั่งหมดสัญญาการเป็นนักแสดงให้กับทางค่ายเอทีวี ในปี พ.ศ. 2530

หลังจากนั้นเธอได้หันไปเป็นนักแสดงภาพยนตร์ให้กับค่าย โกลเดนฮาร์เวสต์ และมีโอกาสได้ร่วมเล่นเป็นตัวประกอบในภาพยนตร์ที่เฉินหลงแสดง เช่น เรื่อง ฉีจี้ (Miracles 1989) หรือภาพยนตร์ที่มี โจวซิงฉือ แสดงนำ เช่น เรื่อง คนเล็กทะลุโลก (in Look Out, Officer ! 1990) ต่างก็ทำให้เธอมีชื่อเสียงขึ้นมาในระดับหนึ่ง นอกจากนี้เธอได้โชว์ความสามารถทางการแสดงในภาพยนตร์แนวสยองขวัญ อย่างเรื่อง ดุดี ผีน้ำลึก (Mortuary Blues 1990) แต่เนื่องจากสัดส่วนรูปร่างโดยเฉพาะหน้าอกขนาดใหญ่เกือบ 40 นิ้วของเธอ เป็นที่สนใจจากผู้คนมาโดยตลอด จึงทำให้เธอถูกชักชวนให้เล่นภาพยนตร์เรตอาร์ แบบเต็มรูปแบบ และตัวเธอเองก็จับจุดได้ว่า "หน้าอก" ของเธอคือจุดขาย

จนกระทั่งปี พ.ศ. 2533 เมื่อภาพยนตร์เรตอาร์ เรื่อง โอมเนื้อภาพยนตร์มังผี ภาค1 (Erotic Ghost Story 1990) ออกฉายทั่วเอเชีย ปรากฏว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เธอโด่งดังขึ้นมาและแจ้งเกิดเธอในฐานะ "นักแสดงเกรดสาม" อย่างเต็มตัว จนต้องมีผลงานทำนองนี้ตามมาอีกหลายเรื่อง เช่น ผีดี...ราศรีโด่ (Ghostly Vixen 1990), คนเหล็กหญิง (Robotrix 1991), ขายรัก...ไม่ขายใจ (Easy Money 1991), โอมเนื้อภาพยนตร์มังผี ภาค2 (Erotic Ghost Story 2 1991) และภาพยนตร์เรตอาร์ที่โด่งดังที่สุดในชีวิตการแสดงของเธอ จนขึ้นหิ้งระดับตำนานมาจนถึงทุกวันนี้ เรื่อง อาบรักกระบี่คม ภาค1 (Sex and Zen 1991) อีกทั้งฉากการปรากฏตัวของเธออันแสนวาบหวิว ในเรื่อง คนเล็ก...เกิดมาต้มตามพรหมลิขิต (The Magnificent Scoundrels 1991) ว่ากันว่าเป็นฉากที่ทำให้ผู้ชมที่เป็นผู้ชายต่างพากันน้ำลายไหล กันเป็นแถว จากความสำเร็จของผลงานเหล่านี้ได้ทำให้เธอขึ้นแท่นเป็น นักแสดงดาวโป๊หญิงอันดับหนึ่ง ของฮ่องกง จนได้รับการขนานนามจากสื่อเลยว่าเป็น ราชินีภาพยนตร์เรตอาร์ แห่งเอเชีย

ปีถัดมาพ.ศ. 2535 เธอยังคงมีผลงานเรตอาร์ ที่ได้รับความนิยม เช่น ผู้หญิงอย่างว่า...ก็มีหัวใจ (China Dolls 1992), เนื้อ..นม..ไข่ (Stooges in Hong Kong 1992) อีกทั้งยังมีโอกาสร่วมแสดงในภาพยนตร์ที่มี หลิวเต๋อหัว แสดงนำ อย่างเรื่อง ชีวิตเธอ ชีวิตข้า ชีวิตเดียว (The Prince of Temple Street 1992) อีกด้วย ในขณะที่เธอกำลังโด่งดังและไปได้สวยกับเส้นทางในวงการบันเทิงอยู่นั้น เธอก็เกิดปัญหาเรื่องสุขภาพที่ข้อกระดูกจนต้องรับการผ่าตัด กลายเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอต้องรับงานน้อยลง เพราะต้องพักรักษาตัว จากเหตุการณ์เจ็บป่วยในครั้งนี้ทำให้เธอได้พบรักกับ หมอที่เป็นแพทย์ด้านกระดูก ที่ดูแลและผ่าตัดให้กับเธอ

หลังจากนั้นเธอแทบจะไม่ได้รับงานแสดงเลย พร้อม ๆ กับเริ่มหมดยุคภาพยนตร์เกรดสาม ของฮ่องกง ผลงานท้าย ๆ ก่อนที่เธอจะหันหลังให้กับวงการมายาอย่างถาวร คือเรื่อง ผู้หญิงคนนี้...ไม่ใช่ของเล่น (Underground Judgement 1994) และ ซือเจ๊...ลุยแหลก (Top fighter 1996) จนในปี พ.ศ. 2540 เธอก็ออกจากวงการไปทำธุรกิจร้านอาหารจนประสบความสำเร็จรุ่งเรือง โดยเธอมีร้านอาหารญี่ปุ่นอยู่ใน จงหวน (Zhonghuan) และยังมีร้านอาหารญี่ปุ่นและอาหารจีนในมาเก๊า อีกด้วย ปัจจุปันเธอมีชีวิตที่หรูหรา และอาศัยในบ้านพักหรูย่าน แฮปปี้ วัลเล่แมนชั่น (Happy Valley mansion) และใช้ชีวิตครอบครัวกับแฟนหนุ่มอย่างมีความสุขโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้แต่งงานหรือมีบุตรด้วยกันแต่อย่างใด

ผลงานบางส่วน[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูล[แก้]