เพราะรัก คือเพลงรัก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เพราะรัก คือเพลงรัก
โปสเตอร์ ในภาษาไทย
กำกับจอห์น คาร์นีย์
อำนวยการสร้างแอนโธนี่ เบร็กแมน
เขียนจอห์น คาร์นีย์
นำแสดงเคียรา ไนต์ลีย์
แอดัม เลอวีน
มาร์ก รัฟฟาโล
เฮลี สไตน์เฟลด์
ดนตรีประกอบเพลง : อเล็ก ซานเด
ตัดต่อแอนดรู มาร์กัส
จำหน่าย/เผยแพร่บริษัท ไวน์สไตน์
ฉายFlag of the United Kingdom.svg 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557
Flag of Thailand.svg 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
ความยาว104 นาที [1]
ประเทศสหราชอาณาจักร
ภาษาอังกฤษ
งบประมาณ8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ [2]
รายได้63.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ [3]

เพราะรักคือเพลงรัก (อังกฤษ: Begin Again) (ก่อนหน้านี้ชื่อ เพลงสามารถช่วยชีวิตคุณได้จริงหรือ?[4] ) เป็นภาพยนตร์ดนตรีอเมริกันแนวตลกของประเทศอังกฤษ กำกับ จอห์น คาร์นีย์ นำแสดงโดย เคียรา ไนต์ลีย์, มาร์ก ราฟฟาโล่, เฮลี สไตน์เฟลด์ และแอดัม เลอวีน ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรกของแอดัมอีกด้วย [5] ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดตัวในเดือนกันยายน 2013 ได้ฉายในรอบปฐมทัศน์ใน เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโตประจำปี 2013 (2013 Toronto International Film Festival) และถูกฉายในประเทศไทยในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2014[6][3]

เกร็ก อเล็กแซนเดอร์ ได้แต่งเพลงร่วมกับ ดาเนียล บริสบัวร์, นิค แลสลี่ย์, ริค โนเวล และ นิค เซาท์วู้ด ในเพลงลอสต์สตาส์ (Lost Stars) ได้ถูกเข้าชิงรางวัลออสการ์ ในสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม อีกด้วย การผลิตในเดือนกรกฎาคม 2012 มีการถ่ายทำที่เกิดขึ้นในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วมหานครนิวยอร์ก และออกฉายเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2557 ซึ่งได้รับเสียงส่วนใหญ่ชื่นชมจากนักวิจารณ์ [2]

เนื้อเรื่อง[แก้]

แดน มัลลิแกน คือ ผู้บริหารค่ายเพลงในนครนิวยอร์กที่กำลังประสบปัญหา คืนหนึ่ง ในขณะที่เขากำลังนั่งดื่มเหล้าในบาร์ เขาได้พบกับ เกรต้า นักแต่งเพลงหญิงสาวผู้เด็ดเดี่ยว แข็งกร้าว และดนตรีของเธอทำให้แดนอยากจะปั้นเกรต้าให้เป็นศิลปิน แดนยื่นข้อเสนอให้เกรต้าเข้าร่วมค่ายเพลงในสังกัดของเขา แต่ด้วยความมุ่งมั่นในหลักการของเกรต้าในฐานะศิลปินที่ไม่ต้องการแลกศักดิ์ศรีกับชื่อเสียง เธอจึงปฏิเสธแดน แต่ตอนที่เกรต้ากำลังจะเดินออกจากบาร์ แดนได้ยืนรอพบเธอและพยายามชวนเธอไปดื่มต่อ

และเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ตอนนั้นเขากำลังระหองระแหงกับภรรยาของเขา มิเรียม และเพิ่งถูกไล่ออกจากงานเนื่องจากแดนไม่สามารถหาศิลปินหน้าใหม่เข้าสังกัดมานานกว่า 7 ปี หลังจากแดนทะเลาะอย่างรุนแรงกับภรรยาเรื่องลูกสาว แดนได้ดื่มเหล้าอย่างหนักและทำให้เขาไปที่บาร์ในคืนนั้น อีกด้านหนึ่ง เกรต้า ผู้ซึ่งเพิ่งเลิกกับ เดฟ โคล แฟนนักแต่งเพลง ศิลปินชื่อดัง ร่วมที่คบกันมายาวนาน เดฟนอกใจไปมีสัมพันธ์กับหนึ่งในโปรดิวเซอร์ช่วงระหว่างที่เขาอยู่ที่ลอสแอนเจลิส เกรต้าทั้งโกรธและเสียใจ และตั้งใจที่จะออกจากนิวยอร์ก แต่แดนได้ขอร้องให้เธอให้ตัดสินใจเรื่องข้อเสนอของเขาอีกครั้ง

เกรต้าได้เปลี่ยนใจ และโทรหาแดนในวันถัดมาและตัดสินใจที่จะร่วมทำเพลงกับเขา ทั้งคู่ได้พบกับ โซล หุ้นส่วนทางธุรกิจของแดนและผู้ก่อตั้งร่วมค่ายเพลงอิสระเลเบลดิสเตรสเรคคอร์ด แต่โซลไม่เห็นถึงแววในตัวของเกรต้าจึงได้ปฏิเสธไป ถึงกระนั้น แดนก็เสนอว่าเขาและเกรต้าจะร่วมทำอัลบั้มเพลงด้วยกัน ด้วยการถ่ายทำสดๆ ในช่วงฤดูร้อนในสถานที่สาธารณะต่างๆ ในนครนิวยอร์ก และรวบรวมเหล่านักดนตรีที่มีความสามารถ แดนตั้งใจที่จะทำอัลบั้มออกมาสำหรับเปิดตัวภายใต้สังกัดของเขาเอง ในช่วงเวลานั้นเอง แดนและเกรต้าได้สนิทสนมกันมากขึ้นทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว เกรต้ายังได้ช่วยดูแลลูกสาวของแดน นักกีต้าร์มือสมัครเล่น และคอยสนับสนุนให้เธอร่วมเล่นดนตรีในอัลบั้มของเธอด้วย

เมื่อเกรต้าเห็นเดฟในโทรทัศน์กล่าวสุนทรพจน์สำหรับรางวัลที่เขาได้รับ เกรต้ารู้สึกอยากจะบอกผ่านความรู้สึกเจ็บปวดผ่านเพลงที่เธอแต่งขึ้นในข้อความตอบรับในโทรศัพท์ของเดฟ หลังจากที่ได้ฟัง เดฟซึ่งกลับมานิวยอร์กเพื่อโปรโมทอัลบั้มเพลงใหม่ของเขา ได้สำนึกผิด เขาจึงติดต่อเกรต้าและขอร้องอยากพบเธอ แต่เกรต้าไม่ได้ตอบกลับ

หลังจากที่ทำอัลบั้มเสร็จ แดนและเกรต้าก็ได้กลับมาพบกับโซลอีกครั้ง โซลประทับใจกลับผลงานของแดนและเกรต้ามาก แต่พวกเขายังไม่สามารถสรุปข้อตกลงกันได้ หลังจากที่เกรต้าได้ใคร่ครวญแล้ว เธอตัดสินใจที่จะพบเดฟ ทั้งคู่ได้วิจารณ์ผลงานอัลบั้มซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตาม เกรต้ารู้สึกเหมือนถูกหักหลังกับเพลง “ลอสสตาร์” ผลงานเพลงแปลงของเดฟที่เน้นเอาใจเพลงกระแสหลัก (เพลงรักบัลลาดที่เกรต้าแต่งให้เดฟเป็นของขวัญวันคริสมาสต์เมื่อครั้งที่ทั้งคู่ยังคบกัน) เกรต้าเชื่อว่าความหมายของเพลงที่แท้จริงได้สูญหายไป ถึงกระนั้นก็ตาม เดฟได้ชวนให้เกรต้ามาฟังเขาเล่นดนตรีที่ กราเมอร์ซี เทียเตอร์ ในช่วงสุดสัปดาห์นั้น เพื่อหวังให้เกรต้าได้เห็นถึงอิทธิพลของเพลงที่มีต่อบรรดาแฟนคลับของเขา

เกรต้าได้มาถึงที่หมายได้ทันเวลาพอดีที่จะได้เห็นเดฟเล่นเพลงที่เขาได้ทำใหม่ขึ้น ท่ามกลางกลุ่มฝูงชน แม้ว่าเดฟได้ชวนให้เกรต้าขึ้นมาบนเวทีและร่วมเล่นกีต้าร์กับกลุ่มดนตรีของเขา เกรต้าปฏิเสธคำชวนนั้น และน้ำตาของเธอก็ล้นเอ่อ เธอได้ออกจากสถานที่นั้นไปและขี่จักรยานไปตามที่ต่างๆ ในเมืองพร้อมกับความรู้สึกใหม่ที่เกิดขึ้นกับเธอ หลังจากนั้น เกรต้าได้เข้าพบแดนที่อพาร์ทเม้นท์ของเขา ในขณะที่แดนกำลังเตรียมจัดของเพื่อกลับบ้านไปอยู่กับภรรยาของเขา เกรต้าบอกแดนว่าเธอไม่ต้องการให้แดนปล่อยอัลบั้มของเธอ แต่ต้องการให้ปล่อยผ่านทางสื่อออนไลน์แทน แดนตกลงอย่างเสียไม่ได้ และได้ติดต่อ ทัลเบิลกัม ศิลปินแรพชื่อดังผู้ซึ่งช่วยโปรโมทอัลบั้มผ่านทางทวิตเตอร์ของเขา ในวันถัดมา โซลได้บอกแดนว่าอัลบั้มเพลงของเกรต้ามียอดขาย 10,000 ก็อปปี้ภายในหนึ่งวัน

ทีมนักแสดง[แก้]

การผลิต[แก้]

ภาพยนตร์กำกับโดยจอห์น คาร์นีย์[13] และผลิตโดยแอนโธนี เบรกแมน[14] การถ่ายทำเริ่มต้นที่นิวยอร์กในวันที่ 2 กรกฎาคม 2012[15] ด้วยสถานที่ถ่ายทำ เช่น วอชิงตัน สแควร์ พาร์กในนิวยอร์ก[16] [17]

ผลตอบรับ[แก้]

ภาพยนตร์ได้รับผลวิจารณ์ในแง่บวกจากนักวิจารณ์ส่วนใหญ่ โดยในเดือนกรกฎาคม 2014 ได้รับคะแนน "ความสด" 80% จากเว็บไซต์ร็อตเทน โทเมโท (Rotten tomato) และได้คะแนน 62 จากเมตาคริติก (Metacritic)[18][19]

อ้างอิง[แก้]

  1. "BEGIN AGAIN (15)". Entertainment One. British Board of Film Classification. May 16, 2014. สืบค้นเมื่อ May 16, 2014.
  2. 2.0 2.1 Setoodeh, Ramin (June 25, 2014). "Director John Carney Considered Casting Adele in 'Begin Again'". Variety. สืบค้นเมื่อ October 11, 2014.
  3. 3.0 3.1 "Begin Again". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ October 8, 2014.
  4. Cox, Gordon (March 20, 2014). "'Begin Again,' Formerly Called 'Can A Song Save Your Life?,' to Close 2014 Tribeca Film Festival". Variety. สืบค้นเมื่อ March 21, 2014.
  5. Child, Ben (June 29, 2012). "Cee Lo Green joins Keira Knightley in Can a Song Save Your Life?". The Guardian. London. สืบค้นเมื่อ March 18, 2013.
  6. "Toronto film festival 2013: the full line-up". The Guardian. London. July 23, 2013. สืบค้นเมื่อ 2013-07-24.
  7. 7.0 7.1 7.2 Lattanzio, Ryan (March 20, 2014). "Tribeca Film Fest Announces Closing Night Film". Indiewire. สืบค้นเมื่อ March 21, 2014.
  8. Fleming, Michael (June 18, 2012). "Tony Winner James Corden Lands Paul Potts Pic And 'Can A Song Save Your Life?'". Deadline.com. สืบค้นเมื่อ March 18, 2013.
  9. Midgarden, Cory (July 31, 2012). "Cee Lo Takes Mentor Role To Big Screen In 'Can A Song Save Your Life?'". MTV. สืบค้นเมื่อ March 18, 2013.
  10. "Cee Lo Green lands role in new Keira Knightley film". NME. July 2, 2012. สืบค้นเมื่อ March 18, 2013.
  11. Kit, Borys (August 2, 2012). "Mos Def Joins 'Can A Song Save Your Life?' (Exclusive)". The Hollywood Reporter. สืบค้นเมื่อ March 21, 2013.
  12. Patten, Dominic (June 26, 2012). "Catherine Keener Joins 'Can A Song Save Your Life?'".
  13. Harp, Justin (June 28, 2012). "Cee Lo Green joins Keira Knightley in 'Can a Song Save Your Life?'". Digital Spy. สืบค้นเมื่อ March 18, 2013.
  14. "Cee Lo Green In 'Can A Song Save Your Life?'". Deadline.com. June 28, 2012. สืบค้นเมื่อ March 18, 2013.
  15. Kenneally, Tim (June 29, 2012). "Cee Lo Green will share the big screen with Keira Knightley, Mark Ruffalo, Hailee Stanfied and Catherine Keener in the upcoming John Carney film "Can a Song Save Your Life?"". Reuters. สืบค้นเมื่อ March 18, 2013.
  16. Montenegro, Laura (July 27, 2012). "Keira Knightley: Can a Song Save Your Life? Sure Looks That Way". E! Online. สืบค้นเมื่อ March 21, 2013.
  17. Jue, Teresa (August 25, 2014). "The Weinstein Company set to re-release 'Begin Again'". Entertainment Weekly. สืบค้นเมื่อ October 11, 2014.
  18. Retrieved July 15, 2014
  19. Retrieved July 15, 2014

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]