เฮลี สไตน์เฟลด์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เฮลี สไตน์เฟลด์
Hailee Steinfeld
Hailee Steinfeld by Gage Skidmore.jpg
Steinfeld at the 2018 San Diego Comic-Con
เกิดเฮลี สไตน์เฟลต์
11 ธันวาคม ค.ศ. 1996 (24 ปี)
ลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา
อาชีพ
ปีปฏิบัติงานค.ศ.2007–ปัจจุบัน
ส่วนสูง173 เซ็นติเมตร
ญาติเจค สไตน์เฟลด์ (ลุง)
ทรู โอไบรเอน (ลูกพี่ลูกน้อง)
อาชีพทางดนตรี
แนวเพลง
เครื่องดนตรีเสียงร้อง
ค่ายเพลงรีพับลิคเรคเคิร์ด
ส่วนเกี่ยวข้อง
เว็บไซต์haileesteinfeldofficial.com

เฮลี สไตน์เฟลด์ (อังกฤษ: Hailee Steinfeld; เกิด 11 ธันวาคม ค.ศ. 1996) เป็นนักแสดง, นักร้อง และนางแบบชาวอเมริกัน เธอได้รับรางวัลมากมายจากบทบาทที่ก้าวหน้าของเธอในบทบาท Mattie Ross ในภาพยนตร์ดราม่าตะวันตกเรื่อง True Grit (2010) ซึ่งเธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล BAFTA Award สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม รวมถึง Screen Actors Guild Award และรางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม ทำให้เธอเป็นผู้เข้าชิงรางวัลประเภทนี้ที่อายุน้อยที่สุดอันดับเก้า

เฮลี สไตน์เฟลด์ ได้รับความโดดเด่นมากขึ้นจากบทบาทนำของเธอใน Ender's Game (2013), Romeo & Juliet (2013), Begin Again (2013) และ 3 Days to Kill (2014) นอกจากนี้เธอยังรับบทบาทเป็น Emily Junk ในซีรีส์ภาพยนตร์เรื่อง Pitch Perfect (2015–2017) และ Nadine Franklin ใน The Edge of Seventeen (2016) ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ประเภทภาพยนตร์ตลกหรือละครเพลง ในปี ค.ศ. 2018 เฮลี สไตน์เฟลด์ได้รับบทนักแสดงนำ Gwen Stacy/Spider-Woman ในภาพยนตร์แอนิเมชั่น Spider-Man: Into the Spider-Verse และแสดงเป็น Charlie Watson ในภาพยนตร์แอ็คชั่น Bumblebee ซึ่งมีส่วนร่วมในการร้องเพลงประกอบภาพยนตร์อีกด้วย ตั้งแต่ปีค.ศ. 2019 เธอได้รับบท Emily Dickinson ในซีรีส์ตลก-ดราม่าเรื่อง Dickinson ของ Apple TV+ นอกจากนี้เธอจะรับบท Kate Bishop/Hawkeye ในซีรี่ส์ Disney+ จักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล เรื่อง Hawkeye

เฮลี สไตน์เฟลด์สร้างความก้าวหน้าทางดนตรีหลังจากร้องเพลง "Flashlight" ในภาพยนตร์ซีรีส์เรื่อง Pitch Perfect 2 (2015) หลังจากนั้นไม่นานเธอก็เซ็นสัญญากับค่ายเพลงรีพับลิคเรคเคิร์ดและปล่อยซิงเกิ้ลแรก "Love Myself" ตามมาด้วยละครโทรทัศน์เรื่องแรกของเธอ Haiz (2015) เธอได้ออกซิงเกิ้ลอัลบั้มซึ่งรวมถึงเพลง "Starving" ซึ่งเป็นผลงานร่วมกับนักร้องอีก 2 คน คือ เกรย์ และ เซดด์ ซึ่งครองอันดับที่ 12 ในชาร์ต Billboard Hot 100 และเพลง "Let Me Go" ซึ่งเป็นผลงานร่วมกับนักร้องอีก 3 คน คือ อเลสโซ่, ฟลอริดา จอร์เจีย ไลน์ และ วัตต์ ซึ่งขึ้นสูงสุดอันดับที่ 14 ในชาร์ต Mainstream Top 40 ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2020 และเธอยังได้เปิดตัวละครโทรทัศน์เรื่องที่สอง Half Written Story ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากซิงเกิ้ล "Wrong Direction" และ "I Love You's"

ประวัติ[แก้]

ชีวิตช่วงต้น[แก้]

เฮลี สไตน์เฟลด์ เกิดในย่านทาร์ซานา เมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นลูกสาวคนเล็กของ เชรี โดมาซิน นักออกแบบตกแต่งภายใน กับ ปีเตอร์ สไตน์เฟลด์ ผู้ฝึกสอนฟิตเนสส่วนบุคคล เธอมีพี่ชายชื่อ กริฟฟิน สไตน์เฟลด์ และลุงของเธอเป็นครูฝึกฟิตเนสชื่อ เจค สไตน์เฟลด์ และหลานสาวของเธอคืออดีตนักแสดงเด็กชื่อ แลร์รี โดมาซิน ลูกพี่ลูกน้องคนแรกของมารดาเธอเป็นนักแสดงหญิงชื่อ ทรู โอไบรอัน ปรากฏตัวในโฆษณาทางโทรทัศน์เมื่อเฮลี สไตน์เฟลด์อายุแปดขวบ นอกจากนี้เขายังเป็นแรงบันดาลใจให้เธอลองเป็นนักแสดงอีกด้วย

พ่อของเฮลี สไตน์เฟลด์เป็นชาวยิว ส่วนแม่ของเธอนับถือศาสนาคริสต์เป็นลูกครึ่งฟิลิปปินส์ (จากเกาะปังเลา จังหวัดโบโฮล) และครึ่งเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกัน เฮลี สไตน์เฟลด์ ถูกเลี้ยงดูมาในเมืองอะกูราฮิลส์และย้ายมาอาศัยอยู่ที่เมืองเทาซันด์โอกส์ เธอได้เข้าศึกษาที่ Conejo Valley Unified School ในระดับชั้นประถมศึกษาและระดับชั้นมัธยมศึกษา ภายหลังเธอเริ่มเรียนโฮมสกูลตั้งแต่ปีค.ศ. 2008 จนสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2015

การทำงาน[แก้]

ค.ศ. 2007–2014: การเริ่มต้นทำงาน[แก้]

เฮลี สไตน์เฟลด์ ที่งานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง Secretariat รอบพิเศษในเดือน กันยายน ค.ศ. 2010

เฮลี สไตนเฟลด์ เริ่มงานด้านการแสดงเมื่ออายุ 10 ขวบ เธอปรากฏตัวในภาพยนตร์สั้นหลายเรื่องรวมถึงการรับบท Talia Alden ที่ทำให้เธอได้รับรางวัลของฟ็อกซ์ เธอปรากฏตัวเป็นแขกรับเชิญทางโทรทัศน์และโฆษณาหลายชิ้น เฮลี สไตน์เฟลด์ได้รับเลือกให้รับบท Mattie Ross ในภาพยนตร์ True Grit เมื่อเธออายุ 13 ปี ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายในต่างประเทศในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2010 นิตยสาร Richard Corliss of Time เรียกการแสดงของเธอว่า 'Her performance one of the Top 10 Movie Performances of 2010' และเขียนว่า "Delivers the orotund dialogue as if it were the easiest vernacular, stares down bad guys, wins hearts. That's a true gift" บทวิจารณ์จาก Roger Ebert , Los Angeles Times และ Rolling Stone ทำให้เฮลี สไตน์เฟลด์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในงานรางวัลออสการ์ครั้งที่ 83 ประเภทนักแสดงสมทบหญิงที่ดีที่สุดในเดือนพฤษภาคมปีค.ศ. 2011 ภายหลัง 5 เดือนจากการแสดงภาพยนตร์เรื่อง True Grit เธอได้รับเลือกให้เป็นพรีเซนเตอร์หน้าใหม่ของผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายแบรนด์อิตาลี Miu Miu

ในปีค.ศ. 2011 เฮลี สไตน์เฟลด์ถูกวางตัวตอนอายุ 14 ให้มาทำการแสดงบทบาทจูเลียตในปีค.ศ. 2013 ภาพยนตร์เรื่อง Romeo & Juliet เดิมบทบาทนี้ถูกวางไว้สำหรับนักแสดงหญิงอายุ 22 ปี แต่เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับภาพเปลือยในภาพยนตร์ ผู้กำกับจึงอธิบายว่าเมื่อเฮลี สไตน์เฟลด์ถูกคัดเลือกให้มารับบทนี้บทภาพยนตร์ก็ต้องเปลี่ยนไปเพื่อให้เหมาะสมกับวัย ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงได้รับการฉายในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2013 เมื่อได้รับคำวิจารณ์ที่ดีในสหรัฐอเมริกาและในระดับสากล เฮลี สไตน์เฟลด์ จึงได้รับบท Petra Arkanian ในภาพยนตร์เรื่อง Ender's Game เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากนิยายวิทยาศาสตร์-แอ็คชั่นผจญภัย ประพันธ์โดย ออร์สัน สก็อตการ์ด ซึ่งภาพยนตร์ออกฉายเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013

เฮลี สไตน์เฟลด์ ที่งานเทศกาลภาพยนตร์เบอลินอินเตอร์เนชั่นเนลในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011

เฮลี สไตน์เฟลด์ ได้รับบท Violet ซึ่งเป็นบทนักแสดงนำในภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่าเรื่อง Begin Again ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับการเผยแพร่เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ค.ศ. 2014 โดยทำรายได้ 134,064 ดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์ที่เปิดตัว เผยแพร่ทั่วโลกในวันที่ 11 กรกฎาคม และได้รับการเผยแพร่อีกครั้งโดย The Weinstein Company ในวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 2014

บริษัทผลิตภาพยนตร์ของอเมริกา พาราเมาต์พิกเจอส์ ปิดข้อตกลงในปีค.ศ. 2011 สำหรับลิขสิทธิ์ที่จะทำภาพยนตร์โดยดัดแปลงจากนวนิยาย Forgotten ประพันธ์โดย Cat Patrick และประกาศว่าเธอจะร่วมถ่ายทำภาพยนตร์ที่ถนนลอนดอนในปีค.ศ. 2015

ในปีค.ศ. 2014 ได้มีข่าวประกาศให้เฮลี สไตน์เฟลด์รับบท Min Green ในภาพยนตร์เรื่อง Why We Broke Up ซึ่งดัดแปลงจากหนังสือโรแมนติก-คอมเมดีของนักเขียน Daniel Handler แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการผลิตแต่อย่างใด

ค.ศ. 2015–2017: ภาพยนตร์เรื่อง Pitch Perfect, Haiz และ The Edge of Seventeen[แก้]

เฮลี สไตน์เฟลด์ถูกวางตัวให้รับบท Eliza ในภาพยนตร์เรื่อง Ender's Game แสดงร่วมกับ เอซา บัตเตอร์ฟีลด์ ซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากภาพยนตร์เรื่อง Ten Thousand Saints เผยแพร่ในวันที่ 23 มกราคม ค.ศ. 2015 ที่งานเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์

ในปีค.ศ. 2015 เฮลี สไตน์เฟลด์ถูกวางตัวให้รับบทแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง For the Dogs แต่ถูกแทนที่ด้วยนักแสดงสาว เอมมา โรเบิตส์ และในฤดูใบไม้ผลิปีค.ศ. 2014 เฮลี สไตน์เฟลด์ได้พากย์เสียงของอันเนอ ฟรังค์ในนิทรรศการเกี่ยวกับฟรังค์ที่พิพิธภัณฑ์ Museum of Tolerance ในเดือนตุลาคมปีเดียวกันเธอได้รับบท Hadley ในภาพยนตร์เรื่อง The Statistical Probability of Love at First Sight ที่ดัดแปลงจากนวนิยายชื่อเดียวกันประพันธ์โดย Jennifer E. Smith นอกจากนี้เธอได้มีการประกาศในเดือนมกราคม ค.ศ. 2015 ให้มาแสดงภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากนวนิยายเรื่อง Carrie Pilby ที่ประพันธ์โดย Caren Lissner ในเดือนมีนาคมปีเดียวกันเธอยังเป็นหนึ่งในนักแสดงที่ให้เสียงพากย์ภาษาอังกฤษของภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่นเรื่อง When Marnie Was There โดยเธอรับบทพากย์เสียงของ Anna Sasaki ร่วมกับ เคียร์แนน ชิพกา ที่รับบทพากย์เสียง Marnie

นอกจากนี้เฮลี สไตน์เฟลด์ยังรับบท Trinity ในมิวสิกวิดีโอเพลง "Bad Blood" ของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ ร้องร่วมกับ เคนดริก ลามาร์ ซึ่งมิวสิกวิดีโอได้ฉายในรอบปฐมทัศน์ที่งานประกาศรางวัลเพลง 2015 เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมค.ศ. 2015 และได้รับรางวัลรางวัล MTV Video Music Award for Video of the Year และเธอยังได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Barely Lethal กำกับโดย Kyle Newman และเข้าฉายเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 2015

เฮลี สไตน์เฟลด์ ในเดือน กันยายน ค.ศ. 2015

ในปีค.ศ. 2015 เฮลี สไตน์เฟลด์ร่วมแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง Pitch Perfect 2 ร่วมกับ แอนนา เคนดริก, เรเบล วิลสัน และเอลิซาเบท แบงส์ เธอได้แสดงการร้องเพลงให้ตัวแทนจากค่ายเพลงรีพับลิคเรคเคิร์ดในงานอีเวนต์ที่นิวยอร์กซิตี้และได้ตกลงเซ็นสัญญาให้เธอมาร่วมสังกัด และในเดือนพฤษภาคมค่ายเพลงรีพับลิคเรคเคิร์ดได้ประกาศบันทึกข้อตกลงและเฮลี สไตน์เฟลด์กำลังทำงานในการเปิดตัวในฐานะนักร้องครั้งแรกของเธอ

ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2015 เฮลี สไตน์เฟลด์ได้รับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง Break My Heart 1000 Times ซึ่งสร้างจากนวนิยาย YA ของ Daniel Waters กำกับโดย สก็อตต์ สเปียร์ ในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน เฮลี สไตน์เฟลด์ และ ชอว์น เมนเดส ได้ปล่อยเพลงเวอร์ชั่นอะคูสติก "Stitches" ซึงเป็นเพลงในอัลบั้มของชอว์น เมนเดส ในเดือนต่อมาเธอได้เปิดตัวซิงเกิ้ล "Love Myself" เพลงนี้ได้รับความสนใจจากสื่อเนื่องจากข้อความที่ให้กำลังใจเช่นเดียวกับเนื้อเพลงที่มีการชี้นำทางเพศซึ่งทำให้สื่อต่างวิจารณ์เพลงว่า "ode to masturbation" นอกจากนี้เธอยังปล่อยเอ็กซ์เทนเดด เพลย์ Haiz (ชื่อเล่นที่แฟนคลับใช้) เผยแพร่ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2015 Haiz อำนวยการสร้างโดย Mattman & Robin และได้นักแต่งเพลง จูเลีย ไมเคิลส์ กับ จัสติน เทรนเตอร์ มาร่วมเขียนเนื้อเพลงให้ และได้รับความคิดเห็นที่หลากหลายจากนิตยสาร PopDust, New York และ Nylon ในเดือนกุมภาพันธ์ปี ค.ศ. 2016 เธอยังเปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ของเพลง "Rock Bottom" (แทนที่เวอร์ชั่นเดิม) และได้วงดนตรีอเมริกันพังก์ป๊อป ดีเอ็นซีอี มาร่วมร้องเพลงนี้ด้วย และเพลง "Starving" ของเธอยังได้รับการปล่อยออกมาในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2016 เป็นเพลงที่ร่วมร้องกับเกรย์ และ เซดด์ ทำให้กลายเป็นเพลงของเธอที่ถูกพูดถึงมากที่สุดทั้งในอิตาลี, นิวซีแลนด์, สวีเดน, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย และแคนาดา

เฮลี สไตน์เฟลด์ ที่งานประกาศรางวัล MTV Europe Music Awards ประจำปี 2018

เฮลี สไตน์เฟลด์ รับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง The Edge of Seventeen ร่วมแสดงกับ วูดดี แฮร์เรลสัน, เบลก เจนเนอร์ และไครา เซดจ์วิค เขียนบทและกำกับภาพยนตร์โดย เคลลี ฟรีมอน เคร็ก ออกฉายเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016 ซึ่งได้รับการวิจารณ์ในเชิงบวกและการแสดงของเฮลี สไตน์เฟลด์ได้รับการยกย่องจากนักวิจารณ์รวมถึงได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ เธอเริ่มออกเดทกับดาราอินสตาแกรม คาเมรอน สโมลเลอร์ ในปีค.ศ. 2016 พวกเขาเปิดตัวต่อสาธารณะในฐานะคู่รักที่งานเทศกาลลูกโลกทองคำเมื่อต้นปีค.ศ. 2017 แต่เลิกกันในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน

เฮลี สไตน์เฟลด์รับบท Emily Junk ในภาพยนตร์เรื่อง Pitch Perfect 3 (2017) เธอปล่อยสองซิงเกิ้ลในปีค.ศ. 2017 เพลง "Most Girls" ในเดือนเมษายนซึ่งครองอันดับที่ 58 ในชาร์ต Billboard Hot 100 ในสหรัฐอเมริกา และเพลง "Let Me Go" ในเดือนกันยายนซึ่งเป็นผลงานร่วมกับโปรดิวเซอร์ชาวสวีเดน อเลสโซ่ และได้ ฟลอริดาจอร์เจียไลน์ มาร่วมร้อง โดย แอนดรูว์ วัตต์ เป็นผู้แต่งเนื้อเพลง เพลงนี้ขึ้นถึงอันดับที่ 14 ในชาร์ต Mainstream Top 40 เธอเริ่มคบกับไนออล ฮอแรนนักร้องชาวไอริชในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2017 แต่ทั้งสองได้เลิกกันหลังจากนั้นหนึ่งปีในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2018

ค.ศ. 2018–ปัจจุบัน: Bumblebee, Dickinson and Half Written Story[แก้]

เมื่อวันที่ 12 มกราคม ค.ศ. 2018 เธอได้ปล่อยเพลง "Capital Letters" ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Fifty Shades Freed ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2018

เฮลี สไตน์เฟลด์เปิดเผยว่าเธอกำลัง "wrapping up" งานในสตูดิโออัลบั้มเดบิวต์ของเธอ และเธอได้ขึ้นแสดงที่งาน Indonesian Choice Awards ในจาการ์ตา ที่ประเทศอินโดนีเซีย จากนั้นเธอได้แสดงเพลง "Color" ร่วมกับ MNEK ในวันที่ 1 มิถุนายนอีกด้วย

ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2018 เธอได้ร่วมแสดงมิวสิกวีดีโอของแร็ปเปอร์โลจิกในเพลง "Ordinary Day" นอกจากนี้เธอยังเป็นพิธีกรและได้แสดงในงานเทศกาล MTV Europe Music Awards 2018 ที่เมืองบิลเบา ประเทศสเปนในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2018 ในช่วงปลายปีเธอได้ร่วมแสดงนำในภาพยนตร์ภาคแยกของ ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส ในภาค Bumblebee และให้เสียงพากย์ของ Gwen Stacy (Spider-Woman) ตัวละครในภาพยนตร์อะนิเมชั่นที่ได้รับรางวัลออสการ์เรื่อง Spider-Man: Into the Spider-Verse และในวันที่ 2 พฤศจิกายนเธอได้ปล่อยเพลง "Back to Life" ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Transformers : Bumblebee

ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2019 เธอได้แสดงเพลง "Woke Up Late" ของ Drax Project ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกันเธอได้แสดงมิวสิกวิดีโอของ เบนนี บลังโก และ จูซ เวิลด์ ในเพลง "Graduation" พร้อมด้วยนักแสดงและนักร้อง จัสติส สมิธ, โดฟ คาเมรอน, โทนี เรฟโวโลรี, เพย์ตัน ลิสต์ และ เบรน นอกจากนี้เธอยังปรากฏตัวเป็นหนึ่งในแองเจิลที่ได้รับการคัดเลือกในปี ค.ศ. 2019 ในภาพยนตร์เรื่องนางฟ้าชาร์ลีอีกด้วย เฮลี สไตน์เฟลด์ได้รับคัดเลือกให้รับบท Emily Dickinson ในภาพยนตร์ย้อนยุคของ Apple TV + เรื่อง Dickinson ซึ่งออกอากาศใน 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2019

เฮลี สไตน์เฟลด์ได้ปล่อยเพลงออกมา 2 เพลงด้วยกันในปี ค.ศ. 2020 คือเพลง "Wrong Direction" และ "I Love You's" ซึ่งเป็นเพลงที่อยู่ในเอ็กซ์เทนเดด เพลย์ Half Written Story ของเธอซึ่งวางจำหน่ายในวันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ. 2020 ในช่วงฤดูร้อนของปี และในเดือนธันวาคมปีค.ศ. 2020 เธอยังถูกวางตัวให้มารับบท Hawkeye (Kate Bishop) ในภาพยนตร์เรื่อง Marvel Cinematic Universe: Hawkeye ซึ่งออกฉายผ่านทาง Disney+

ผลงาน[แก้]

ดูบทความจากวิกิพีเดียภาษาอังกฤษของเฮลี สไตน์เฟลด์

รางวัล[แก้]

ดูบทความจากวิกิพีเดียภาษาอังกฤษ List of awards and nominations received by Hailee Steinfeld

อ้างอิง[แก้]

  1. "Hailee Steinfeld - Biography". Allmusic. สืบค้นเมื่อ October 26, 2020.

ข้อมูลเพิ่มเติม[แก้]

เฮลี สไตน์เฟลด์ ที่อินสตาแกรม