เบลีซแบร์ริเออร์รีฟ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
เบลีซแบร์ริเออร์รีฟ *
Great Blue Hole.jpg
ประเทศ ธงของประเทศเบลีซ เบลีซ
ประเภท มรดกทางธรรมชาติ
เกณฑ์พิจารณา (vii) (ix) (x)
ประวัติการขึ้นทะเบียน
ขึ้นทะเบียน 2538 (คณะกรรมการสมัยที่ 19)

เบลีซแบร์ริเออร์รีฟ เป็นแนวปะการังที่มีชีวิตอยู่ซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของโลก เทือกปะการังนี้มีความยาว 300 กิโลเมตรตามแนวคาบสมุทรยูกาตัง [1] ระบบนิเวศที่หลากหลายนี้ เริ่มนับตั้งแต่ทางตอนเหนือของเบลีซ ที่ติดกับเม็กซิโก ไล่ยาวไปจนถึงตอนใต้ที่ติดกับกัวเตมาลา รวมความยาวได้ประมาณ 300 กิโลเมตร นอกจากพืดหินปะการัง เขตอนุรักษ์นี้ยังมีเกาะปริ่มน้ำ 450 เกาะ และมีเกาะปะการังวงแหวนอีกสามเกาะ ซึ่งก็คือพืดหินปะการังรูปวงแหวนที่ล้อมรอบทะเลสาบน้ำเค็ม มีพื้นที่รวมกันทั้งหมด 960 ตารางกิโลเมตร ได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษภายใต้อนุสัญญามรดกโลก โดยบริเวณที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก มีตั้งแต่ แนวปะการังใต้น้ำ ทะเลสาบ ปากแม่น้ำ ป่าชายเลน เกาะที่เกิดจากหินปะการัง หาดทราย รวมถึงพื้นที่ชายฝั่ง แนวปะการังแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ซึ่งถือว่าเป็นแนวปะการังที่มีขนาดใหญ่อันดับ2ของโลก รองจากเกรตแบริเออร์รีฟในออสเตรเลีย และ แนวปะการังเบลีซยังเป็นแนวปะการังที่ขนาดใหญ่ และอุดมสมบูรณ์ที่สุดในซีกโลกเหนือและซีกโลกตะวันตก

สปีชี่ส์[แก้]

ฝูงฉลามที่พบใน Hol Chan Marine Reserve

แนวปะการังเบลีซเป็นบ้านที่มีขนาดใหญ่ของพืชและสัตว์ และยังเป็นสถานที่ที่มีระบบนิเวศหลากหลายแห่งหนึ่งของโลก

ตัวอย่างสปีชี่ส์ที่พบ[แก้]

อย่างไรก็ตาม มีเพียง 10% ของแนวปะการังเท่านั้นที่ได้รับการสำรวจ อีก 90% ยังคงไม่ได้รับการสำรวจ จึงมีโอกาสพบสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ได้ตลอดเวลา

หลักเกณฑ์การพิจารณาให้เป็นมรดกโลก[แก้]

(vii) : การเกิดแนวปะการัง ต้องใช้ระยะเวลานับล้านปี เพราะแนวปะการัง คือปะการัง และ สิ่งมีชีวิตเล็กๆ รวมถึงซากของสิ่งมีชีวิตในทะเลต่างๆ เช่น หอยที่มีเปลือกแข็ง สาหร่ายหินปูน มารวมกัน โดยปะการังเองและสิ่งมีชีวิตที่สร้างหินปูนได้ เมื่อตายไปแล้วจะยังคงเหลือซากหินปูนทับถมพอกพูน ซึ่งถือว่าเป็นขบวนการสร้างแนวปะการัง ซากหินปูนเหล่านั้นค่อย ๆ ผุกร่อนเป็นผงตะกอน ซึ่งส่วนหนึ่งก็ยังคงสะสมพอกพูนในแนวปะการัง แต่อีกส่วนหนึ่งอาจถูกพัดพาล่องลอยไปตามกระแสน้ำไปทับถมพอกพูนเป็นชายหาด โดยวิธีการเกิดแนวปะการังของเบลีซนี้ แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการสำคัญต่างๆในอดีตของโลก เช่น ยุคสัตว์เลื้อยคลาน ยุคน้ำแข็ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาความหลากหลายทางธรรมชาติบนพื้นโลก

(ix) : ด้วยความที่แนวปะการังเบลีซ เป็นแนวปะการังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในซีกโลกเหนือ มีความอุดมสมบูรณ์ทั้งบนชายฝั่ง และใต้ทะเล ซึ่งความโดดเด่นของปะการังเบลีซนี้มี เอกลักษณ์ หายาก สวยงามแปลกตาเป็นพิเศษ

(x): แนวปะการังเบลีซ เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์และพืชพรรณที่หายากจำนวนมาก ทั้งบนชายฝั่ง และใต้น้ำ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแนวปะการังเบลีซเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดสัตว์และพันธุ์พืชที่หายากหรือที่ตกอยู่ในสภาวะอันตราย แต่ยังคงสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่งรวมถึงระบบนิเวศอันเป็นแหล่งรวมความอุดมสมบูรณ์ของพืชและสัตว์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจด้วย

แต่เมื่อ ค.ศ. 2009 เบลีซแบร์ริเออร์รีฟ ก็ถูกจัดอยู่ในรายชื่อแหล่งมรดกโลกที่กำลังตกอยู่ในภาวะอันตราย ด้วยปัจจัยต่างๆไมว่าจะเป็น การทำประมงผิดกฎหมาย ภัยคุกคามจากนักท่องเที่ยวที่ควบคุมไม่ได้ รวมถึงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เช่น การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิน้ำทะเล หรือ เอลนิโญ่ ซึ่งแนวปะการังเบลีซเสียหายไปเกือบ 40 % เพราะการเกิดปะการังฟอกขาว และพายุเฮอริเคน ที่ทำให้ปะการังแตกหัก สิ่งที่ทำได้เพียงเพิ่มมาตรการป้องกันภัยคุกคามจากการประมง และการท่องเที่ยว เพื่อที่จะให้ปะการังฟื้นฟูด้วยตัวเอง [2]

อ้างอิง[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 17°18′56″N 87°32′4″W / 17.31556°N 87.53444°W / 17.31556; -87.53444