เนมันยา วีดิช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เนมันยา วิดิช)
เนมันยา วีดิช
Nemanja Vidić.jpg
วีดิช ขณะเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในปี ค.ศ. 2006
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อเต็ม เนมันยา วีดิช[1]
วันเกิด 21 ตุลาคม ค.ศ. 1981 (34 ปี)
ส่วนสูง 1.88 เมตร (6.2 ฟุต)[2]
ตำแหน่ง เซ็นเตอร์แบ็ก
สโมสรเยาวชน
1989–1994 เยดินสตอวออูชีตเซ
1994–1996 สลอบอดาอูชีตเซ
1996–2000 เรดสตาร์เบลเกรด
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2000–2004 เรดสตาร์เบลเกรด 67 (12)
2000–2001 สปาร์ตักซูบอตีตซา (loan) 27 (6)
2004–2006 สปาร์ตักมอสโก 39 (4)
2006–2014 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 211 (15)
2014–2016 อินแตร์นาซีโอนาเล 23 (1)
รวม 367 (38)
ทีมชาติ
2002–2011 เซอร์เบีย 56 (2)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 2015
† ลงเล่น (ประตู)

เนมันยา วีดิช (เซอร์เบีย: Немања Видић, Nemanja Vidić, เสียงอ่าน: [ně̞maɲa v̞ǐːditɕ]) เกิดเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ. 1981 เป็นอดีตนักฟุตบอลชาวเซอร์เบีย เคยเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในพรีเมียร์ลีก ประเทศอังกฤษ เล่นตำแหน่งกองหลัง วีดิชเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุเพียง 6 ปี โดยเมื่ออายุได้ 12 ปี ได้เข้าร่วมสโมสรสลอบอดาอูชีตเซ ชีวิตในวัยเด็กของวีดิชเติบโตมาท่ามกลางสงคราม ในช่วงที่ยูโกสลาเวียล่มสลายและแบ่งออกเป็นหลายประเทศ

เรดสตาร์เบลเกรดและสปาร์ตัคมอสโก[แก้]

หลังจากวีดิชเซ็นสัญญากับสโมสรสลอบอดาอูชีตเซได้ปีครึ่ง เรดสตาร์เบลเกรด (เซอร์เวนาซเวซดา) สโมสรชื่อดังของเซอร์เบียจึงได้จับเซ็นสัญญารับเข้าสู่ระบบเยาวชน วีดิชเริ่มต้นการเป็นนักเตะชุดใหญ่ในฤดูกาลที่ถูกยืมตัวไปสปาร์ตักซูบอตีตซา (Spartak Subotica) ทีมดังใน Super Liga ของเซอร์เบียในปี 2000 หลังจากสิ้นสุดสัญญายืมตัวแล้ว วีดิชกลับมาเล่นให้กับเรดสตาร์เบลเกรดอีกครั้ง และการกลับมาครั้งนี้ทำให้เขาได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอภายใต้การทำทีมของซอรัน ฟีลีพอวิช (Zoran Filipović) โดยคว้าแชมป์ Yugoslav Cup ในปี 2001–02

วีดิชได้รับปลอกแขนกัปตันทีมอย่างรวดเร็วและยังเป็นกัปตันที่ยังอายุน้อยอีกด้วย และหลังจากได้รับตำแหน่งกัปตันได้ 3 ปี เขาลงเล่นไป 67 เกม และยิงได้ถึง 12 ประตู ถือเป็นสถิติที่ดีมากสำหรับนักเตะที่อยู่ในตำแหน่งกองหลัง ชีวิตการค้าแข้งของวีดิชกับเรดสตาร์เบลเกรดสิ้นสุดลงด้วยการคว้าดับเบิลแชมป์ คือแชมป์ลีกของประเทศ (Serbia and Montenegro League) และแชมป์บอลถ้วย (Serbia and Montenegro Cup) เพราะในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2004 หลังจากคว้าดับเบิลแชมป์ดังกล่าว วีดิชถูกซื้อตัวไปยังพรีเมียร์ลีกรัสเซียกับทีมสปาร์ตัคมอสโก (Spartak Moscow) โดยไม่เปิดเผยค่าตัว แต่ยังคงเป็นที่กล่าวขานว่า วีดิชคือกองหลังที่ค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีกรัสเซีย

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด[แก้]

ฤดูกาล 2005-2006[แก้]

หลังจากเล่นในลีกรัสเซียกับสปาร์ตัคมอสโกได้เพียงแค่ 2 ปี ในวันที่ 25 ธันวาคม 2005 วีดิชได้เซ็นสัญญากับสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวประมาณ 7 ล้านปอนด์ แต่กว่าจะได้เดินทางเข้าสู่สโมสร ก็ล่วงเวลาไปกว่าครึ่งปีเนื่องจากติดใบอนุญาตทำงานโดยวันที่ 5 มกราคม ปี 2006 วีดิชจึงได้ย้ายเข้าร่วมสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอย่างสมบูรณ์ หากจะรวมระยะเวลาทั้งหมดซึ่งที่ทางสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ได้ให้ความสนใจในตัวเขาตั้งแต่การให้แมวมองออกไปดูฟอร์มนักเตะจนถึงได้เซ็นสัญญาเข้าร่วมทีมนั้น กินเวลากว่า 2 ปีครึ่ง

การการซื้อขายนั้นแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดปาดหน้าฟีโอเรนตีนาเพื่อซิววีดิชมายืนแผงหลัง ทั้ง ๆ ที่ สโมสรต้นสังกัดขณะนั้นกับฟิออเรนตินาได้ตกลงค่าตัวกันเรียบร้อยแล้ว ว่ากันว่าที่ฟีโอเรนตีนาต้องพลาดการเซ็นต์สัญญาครั้งนี้เพราะว่าโควต้านักเตะนอกสหภาพยุโรปเต็มพอดียูไนเต็ดจึงปาดหน้าคว้าตัวกองหลังคนเหล็กมาได้สำเร็จ

วีดิชได้เสื้อหมายเลข 15 และได้ลงเล่นนักแรกกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2006 ในฐานะตัวสำรอง โดยถูกเปลี่ยนตัวลงไปแทนรืด ฟัน นิสเติลโรย ช่วงใกล้หมดเวลาในเกมที่เอาชนะแบล็คเบิร์น โรเวอร์สไปได้ 2-1 ใน League Cup รอบ semi-final นัดที่สอง แชมป์รายการแรกของวีดิชคือ League Cup ที่ต้นสังกัดเอาชนะ Wigan Athletic ไปได้อย่างท่วมท้น 4-0 ในปี 2006 โดยได้ลงเล่นในนาทีที่ 83

ฤดูกาล 2006–07[แก้]

ระหว่างฤดูกาล 2006-07 วีดิชได้ลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอโดยครึ่งฤดูกาลแรกได้ลงเล่นถึง 25 เกม โดยจับคู่เล่นกับริโอ เฟอร์ดินานด์ ในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค และได้กลายเป็นคู่เซ็นเตอร์แบ็คที่ว่ากันว่าแข็งแกร่งที่สุดในยุโรปในขณะนั้น ฤดูกาลนั้นจบลงด้วยการที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก

วีดิชยิงประตูแรกในวันที่ 14 ตุลาคม 2006 นัดที่พบกับวีกันแอทเลติกในนัดที่เอาชนะไปได้ 1–3 ขณะที่ประตูต่อมาเขายิงได้ในนัดที่พบกับพอร์ตสมัทโดยยิงประตูขึ้นนำ 3–0 ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2006 และถือเป็นประตูแรกที่ยิงได้ใน United's Old Trafford วีดิชยิงประตูแรกในรายการถ้วยยุโรป (EUFA Champions League) ในนัดที่ชนะไบฟีกา 3-1 วันที่ 6 ธันวาคม ค.ศ. 2006 ซึ่งเป็นเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม โดยโหม่งประตูสุดสวยตีเสมอให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดต้องชนะเท่านั้นจึงจะผ่านเข้ารอบ 16 ทีม) หลังจากโดนนำไปก่อน ทำให้ต้นสังกัดเดินหน้าบุกและยิงได้อีก 2 ประตู กรุยทางเข้าสู่รอบต่อไปได้ หลังจากเกมนั้น ผู้จัดการทีมไบฟีกาได้ออกมายกย่องประตูนั้นว่า เป็นประตูที่สุดสวยและทำให้ทีมของเขาต้องผิดหวังกับผลการแข่งขัน

ในวันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 2007 วีดิชจรดปากกาต่อสัญญากับต้นสังกัดไปอีก 5 ปี ทำให้เขามีพันธะผูกพันกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไปจนถึงปี ค.ศ. 2012 สิ้นฤดูกาล เขาก็ได้พาต้นสังกัดคว้าดับเบิลแชมป์ คือแชมป์ลีกเป็นสมัยที่สองติดต่อกัน และแชมป์ยุโรป ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์ยุโรปครั้งแรกในชีวิตของเขา (เอาชนะเชลซีในการดวลจุดโทษ) นอกจากนี้วีดิชยังติดทีมยอดเยี่ยมยุโรปในปีนั้นอีกด้วย ปีนั้นจึงถือเป็นปีทองของเนมันยา วีดิช อย่างแท้จริง

ประกาศแขวนสตั้ด[แก้]

หลังปราการหลังชาวเซอเบียร์ได้รับอาการบาดเจ็บรบกวน และได้ยกเลิกสัญญากับ อินเตอร์มิลาน เจ้าตัวจึงตัดสินใจแขวนสตั้ดด้วยวัย 34 ปี

เกียรติประวัติ[แก้]

สโมสร[แก้]

เรดสตาร์เบลเกรด
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

รางวัลส่วนตัว[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]