เจ้าพระยานครราชสีมา (ปิ่น ณ ราชสีมา)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจ้าพระยานครราชสีมา
(ปิ่น ณ ราชสีมา)
เจ้าพระยานครราชสีมา
ก่อนหน้า - ว่าง -
ถัดไป พระยาสุริยอภัย (ทองอิน)
ข้อมูลส่วนบุคคล
คู่สมรส ท่านผู้หญิงนครราชสีมา (ท่านเดิม)
เจ้าจอมมารดาเจ้าหญิงจวน ในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
อนุภริยาอื่น
บุตร พระยาภักดีสงคราม เจ้าเมืองนางรอง
พระยานครราชสีมา (เที่ยง ณ ราชสีมา)
พระยาสุริยเดช (ทัศน์ รายณสุข ณ ราชสีมา)
เจ้าพระยานครราชสีมา (ทองอินทร์ ณ ราชสีมา)
พระราชานุชิต

เจ้าพระยานครราชสีมา (ปิ่น ณ ราชสีมา) [1][2] หรือ เจ้าคุณตามืด เจ้าเมืองนครราชสีมาในสมัยกรุงธนบุรี เป็นพระบิดาบุญธรรมในเจ้าพระยานครราชสีมา (ทองอินทร์ ณ ราชสีมา) พระราชโอรสองค์สุดท้ายในสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และเป็นญาติกับพระยาพิชัยดาบหัก

ประวัติ[แก้]

เจ้าพระยานครราชสีมา (ปิ่น ณ ราชสีมา) หรือ เจ้าคุณตามืด เป็นญาติกับ “พระยาพิชัยดาบหัก” เริ่มรับราชการในสมัยต้นกรุงธนบุรี เป็นที่ยกกระบัตร ณ เมืองพิมาย ต่อมาได้รับพระราชทานเลื่อนตำแหน่ง และบรรดาศักดิ์ขึ้นโดยลำดับ จนเป็นที่ "เจ้าพระยานครราชสีมา"

เจ้าพระยานครราชสีมา (ปิ่น) มีภริยา 3 ท่าน และมีบุตร 5 ท่าน ดังนี้

เจ้าพระยานครราชสีมา (ปิ่น) ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นอย่างมาก นอกจากได้รับพระราชทานเจ้าจอมมารดาเจ้าหญิงจวน แล้ว ในบั้นปลายชีวิต เมื่อท่านชราภาพมากจักษุมืดมัวลง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นจางวางกำกับราชการเมืองนครราชสีมา โดยโปรดเกล้าฯ ให้ พระยาสุริยอภัย (ทองอิน) หรือ สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้าทองอิน กรมพระอนุรักษ์เทเวศร์ [3][4] เป็นพระยานครราชสีมาแทน คนทั้งหลายจึงเรียกท่านว่า “เจ้าคุณตามืด” เชื้อสายและเครือญาติของท่าน ต่อมาได้มีบทบาทสำคัญในราชสำนักสยาม และในราชการบ้านเมือง

เกียรติประวัติ[แก้]

ปราบนครเวียงจันทน์ อัญเชิญพระแก้วมรกต[แก้]

เจ้าพระยานครราชสีมา (ปิ่น) เคยนำทัพนครราชสีมาสมทบทัพกรุงธนบุรี ยกไปปราบนครเวียงจันทน์ เมื่อคราวเจ้านครเวียงจันทน์ส่งกำลังล่วงล้ำเข้ามาในพระราชอาณาเขต พ.ศ. 2321 ครั้งนั้นเจ้าพระยานครราชราชสีมา (ปิ่น) เป็นกองหน้า รุดเข้าตีกองทัพเพี้ยอุปราชาแห่งนครเวียงจันทน์ มีชัยชนะกวาดจับครัวชายหญิงในเขตเพี้ยอุปราชาเป็นต้นได้มากกว่าพันคน เมื่อเสร็จราชการปราบนครเวียงจันทน์เรียบร้อยแล้ว กองทัพอัญเชิญพระแก้วมรกต ซึ่งพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช อัญเชิญไปจากนครเชียงใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ. 2091 กลับคืนมายังพระนครธนบุรี ใน พ.ศ. 2322 เจ้าพระยานครราชสีมา (ปิ่น) ได้รับพระราชทานเพี้ยอุปราชา ท้าวเพี้ยและครอบครัวทั้งปวงที่ตีได้นั้นทั้งหมด

ได้รับพระราชทานเจ้าหญิงจวน[แก้]

ความปรากฏว่า ท่านผู้หญิงนครราชสีมา ถึงอนิจกรรมลงในระหว่างที่ท่านเจ้าพระยานครราชสีมา (ปิ่น) ยังปฏิบัติการรบอยู่ที่นครเวียงจันทน์ ครั้งเจ้าพระยานครราชสีมา (ปิ่น) ทำการรบกล้าแกร่งมีชัยชนะกลับมา เป็นเหตุให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเมตตาเป็นอย่างยิ่ง ดังมีหลักฐานแจ้งอยู่ในประชุมพงศาวดารภาคที่ 73 หน้า 67 ว่า “...เจ้าหญิงยวน หรือ จวน (กนิษฐานของพระชนนีสมเด็จเจ้าฟ้าชายทัศพงศ์) พระราชทานแก่เจ้าพระยานครราชสีมาในทำนองคล้ายกับเมื่อพระราชทานเจ้าหญิงเล็กแก่พระมหาอุปราช (พัฒน) คือเจ้าพระยานครราชสีมา (ซึ่งเรียกกันในชั้นหลังว่า เจ้าคุณตามืด) ไปราชการสงครามมีความชอบอันยิ่งใหญ่ เวลานั้นประจวบด้วย เจ้าหญิงยวนทรงครรภ์แล้ว แต่ยังเพียงเริ่มต้น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงพระกรุณาพระราชทานเจ้าหญิงยวนแก่เจ้าพระยานครราชสีมา แต่ก็รับพระราชทานไปเป็นแม่เมือง มิได้ถือเป็นภริยา ครรภ์ที่ประสูติออกมาเป็นเจ้าชาย ปรากฏพระนามว่า ทองอินท์ (ซึ่งต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ได้เป็นเจ้าพระยานครราชสีมา สิ้นชนมายุในรัชกาลที่ 3...”

ตั้งเมืองปักธงไชย[แก้]

เมื่อคราที่ชนะสงครามกลับมา เจ้าพระยานครราชสีมา (ปิ่น) ได้รับพระราชทานเพี้ยอุปราชา ท้าวเพี้ยและครอบครัวทั้งปวงที่ตีได้นั้นทั้งหมด ท่านจึงบัญชาให้เพี้ยอุปราชาและพวกไปตั้งประจำอยู่ที่ด่านกะโปะ ห่างจากนครราชสีมา ประมาณ 30 กิโลเมตร เมื่อกองเพี้ยอุปราชาตั้งอยู่ที่ด่านกะโปะ เป็นปึกแผ่นแน่นหนารวดเร็ว สมควรจัดตั้งเป็นเมืองหนึ่งได้ เจ้าพระยานครราชสีมา (ปิ่น) จึงกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตตั้งด่านกะโปะเป็นเมืองปักธงไชยขึ้นแก่นครราชสีมา และกราบทูลขอให้เพี้ยอุปราชาเป็นพระยาวงศาอัครราช เจ้าเมืองคนแรกของปักธงไชย

อ้างอิง[แก้]

  1. กรมศิลปากร, จดหมายเหตุนครราชสีมา 11 กันยายน พ.ศ. 2497, พิมพ์สนองคุณ เจ้าพระยานครราชสีมา (ปิ่น ณ ราชสีมา) และ เจ้าพระยานครราชสีมา (ทองอินท์ ณ ราชสีมา), กรุงเทพฯ: ห้องสมุดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ม.ป.ป.)
  2. ต้นสกุล ณ ราชสีมา ย้อนเรื่อง เมืองโคราช
  3. ปีสุดท้ายของพระเจ้าตาก ปีที่เต็มไปด้วยพระคุณ แต่โชคไม่อำนวย
  4. พระยาสุริยอภัย เจ้าเมืองนครราชสีมา ในปลายรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อปี พ.ศ. 2323