เจสัน บอร์น ยอดจารชนคนอันตราย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เจสัน บอร์น ยอดจารชนคนอันตราย
ใบปิดภาพยนตร์
กำกับพอล กรีนกราส
อำนวยการสร้างแฟรงก์ มาร์แชลล์
เจฟฟรีย์ เอ็ม. ไวเนอร์
เบน สมิท
พอล กรีนกราส
แม็ตต์ เดม่อน
เกรกอรี กู๊ดแมน
เขียนพอล กรีนกราส
คริสโตเฟอร์ เราส์
เค้าโครงจากตัวละคร โดย รอเบิร์ต ลัดลัม
นำแสดงแม็ตต์ เดม่อน
จูเลีย สไตส์
อาลีเซีย วิคันเดอร์
ทอมมี่ ลี โจนส์
แว็งซ็อง กาแซล
ดนตรีประกอบจอห์น พาวเวลล์
เดวิด บัคลีย์
กำกับภาพแบร์รี แอ็ครอยด์
ตัดต่อคริสโตเฟอร์ เราส์
ค่ายThe Kennedy/Marshall Company
Captivate Entertainment
Pearl Street Films
Perfect World Pictures
จำหน่าย/เผยแพร่Universal Pictures
ฉาย27 กรกฎาคม ค.ศ. 2016
(สหราชอาณาจักร)[1]
28 กรกฎาคม ค.ศ. 2016
(ไทย)[2]
29 กรกฎาคม ค.ศ. 2016 (สหรัฐอเมริกา)
ความยาว123 นาที[3]
ประเทศสหรัฐอเมริกา
ภาษาอังกฤษ
งบประมาณ120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[4]
รายได้415.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[4]
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากสยามโซน

เจสัน บอร์น ยอดจารชนคนอันตราย (อังกฤษ: Jason Bourne) เป็นภาพยนตร์โลดโผน/สายลับ/ระทึกขวัญ ลำดับที่ 5 ในภาพยนตร์ชุด บอร์น กำกับ ร่วมอำนวยการสร้างและร่วมเขียนบทโดยพอล กรีนกราส นำแสดงโดยแม็ตต์ เดม่อน, จูเลีย สไตส์, อาลีเซีย วิคันเดอร์, ทอมมี่ ลี โจนส์ และแว็งซ็อง กาแซล ชื่อภาพยนตร์และตัวอย่างภาพยนตร์แรกเผยแพร่ในงานซูเปอร์โบวล์ครั้งที่ 50 เข้าฉายเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ค.ศ. 2016[5]

เรื่องย่อ[แก้]

สิบปีหลังจากเปิดโปงโครงการแบล็กไบรอาร์ เจสัน บอร์นฟื้นจากอาการความจำเสื่อมและยังคงใช้ชีวิตอย่างหลบซ่อน ที่ไอซ์แลนด์ อดีตเจ้าหน้าที่ CIA นิคกี พาร์สันส์ร่วมมือกับคริสเตียน ดาสซอลต์เจาะเข้าไปในระบบของ CIA และพบข้อมูลบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับบอร์น นิคกีนัดพบบอร์นที่กรีซ การเจาะระบบของนิคกีส่งสัญญาณเตือนไปถึงหัวหน้าฝ่ายไซเบอร์ของ CIA เฮเทอร์ ลีและผู้อำนวยการ CIA โรเบิร์ต ดิวอี

ที่กรีซ นิคกีพบกับบอร์นที่จัตุรัสซินแทกมาที่กำลังมีการประท้วง เฮเทอร์ใช้ดาวเทียมติดตามทั้งคู่ ส่วนดิวอีสั่งให้แอสเส็ตมาทำงานนี้ แอสเส็ตเป็นมือสังหารในโครงการแบล็กไบรอาร์ที่เจ็บแค้นเพราะถูกบอร์นเปิดโปงโครงการ หลังการไล่ล่าบนท้องถนน แอสเส็ตยิงนิคกีเสียชีวิต ด้านบอร์นใช้กุญแจตู้นิรภัยที่นิคกีให้ไว้ก่อนเสียชีวิตสืบหาอดีตของตนเองและครอบครัวต่อไป โดยเดินทางไปพบดาสซอลต์ที่เบอร์ลินเพื่อให้ถอดรหัสข้อมูล แล้วพบว่าริชาร์ด เว็บบ์ พ่อของตนซึ่งเป็นนักวิเคราะห์ของ CIA มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการเทรดสโตน การถอดรหัสทำให้ฝ่าย CIA รู้ที่อยู่ของบอร์น บอร์นสู้กับดาสซอลต์ก่อนจะหนีต่อไปยังลอนดอนเพื่อพบกับมัลคอล์ม สมิธ อดีตเจ้าหน้าที่ CIA ซึ่งเคยทำงานในโครงการเทรดสโตน ด้านเฮเทอร์อาสาเข้าไปเกลี้ยกล่อมบอร์นเพื่อให้กลับเข้าโครงการ แต่ดิวอีลอบออกคำสั่งให้แอสเส็ตตามไปจัดการบอร์นและสมิธ

ที่ลอนดอน บอร์นให้สมิธมาพบที่จัตุรัสแพดดิงตัน โดยทำให้สัญญาณเตือนไฟไหม้ดังขึ้นเพื่อก่อให้เกิดความวุ่นวายและพาตัวสมิธออกไป โดยมีเฮเทอร์และแอสเส็ตตามมา บอร์นคาดคั้นจนสมิธยอมบอกว่าริชาร์ดเป็นผู้สร้างโครงการเทรดสโตนและบอร์นถูกเลือกให้เข้าร่วมโครงการ แต่ริชาร์ดไม่ยอมและขู่ว่าจะเปิดโปงโครงการนี้จึงถูกฆ่า โดยให้บอร์นเข้าใจว่าพ่อตนเองถูกผู้ก่อการร้ายฆ่าเพื่อให้เขายอมเข้าร่วมโครงการแต่โดยดี แอสเส็ตตามมาทันและยิงสมิธ ส่วนบอร์นจำได้ว่าคนที่ฆ่าพ่อของตนคือแอสเส็ต บอร์นหลบหนีและไปพบเฮเทอร์ โดยเธอบอกบอร์นว่าดิวอีจะไปร่วมการประชุมในลาสเวกัส

ที่ลาสเวกัส ดิวอีพบกับแอรอน คาลัวร์ ผู้ก่อตั้งบริษัทสื่อสังคม ดีปดรีม ดิวอีและคาลัวร์ร่วมมือกันอย่างลับ ๆ ในโครงการ "ไอเอิร์นแฮนด์" ซึ่งให้สิทธิ์ CIA เข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ทุกคน แต่ต่อมาคาลัวร์อยากถอนตัวและขู่จะเปิดโปงโครงการนี้ ดิวอีจึงวางแผนให้แอสเส็ตฆ่าแอรอนและเฮเทอร์ ซึ่งแอบช่วยบอร์นให้มาที่ลาสเวกัส บอร์นเข้าขัดขวางเมื่อแอสเส็ตพยายามจะยิงแอรอนและเผชิญหน้ากับดิวอีที่ห้องพัก ก่อนที่บอร์นจะฆ่าดิวอี บอร์นถูกเจฟเฟอส์ เจ้าหน้าที่ CIA ที่ตามมายิง ดิวอีพยายามจะฆ่าบอร์นแต่ถูกเฮเทอร์ยิงเสียชีวิต จากนั้นบอร์นไล่ตามแอสเส็ตไป หลังการขับรถไล่ล่าบนท้องถนนและการต่อสู้ตัวต่อตัว แอสเส็ตก็ถูกบอร์นฆ่าตาย

ที่วอชิงตัน เฮเทอร์หารือกับรัสเซล ผู้อำนวยการสำนักงานหน่วยข่าวกรองแห่งชาติสหรัฐ เธอบอกว่าจะอาสาเข้าไปเกลี้ยกล่อมบอร์นอีกครั้ง แต่หากไม่สำเร็จเธอจะกำจัดบอร์น เฮเทอร์ไปพบกับบอร์นโดยเธอขอให้บอร์นกลับเข้าโครงการ ด้านบอร์นบอกขอเวลาคิดและเดินจากไป เมื่อเฮเทอร์กลับมาที่รถ เธอพบกล้องวิดีโอที่บันทึกบทสนทนาระหว่างเธอกับรัสเซล เฮเทอร์จึงตระหนักว่าบอร์นรู้ทันแผนการของเธอ ภาพยนตร์จบลงเมื่อบอร์นเดินไปตามสวนสาธารณะในวอชิงตัน

นักแสดง[แก้]

การผลิต[แก้]

ในบทสัมภาษณ์เดือนธันวาคม ค.ศ. 2012 แม็ตต์ เดม่อนกล่าวว่าเขาและพอล กรีนกราส สนใจจะกลับมาแสดงและกำกับภาพยนตร์ในชุด บอร์น ภาคต่อ[9] อย่างไรก็ตาม ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2013 มีข่าวว่าเจเรมี เรนเนอร์จะแสดงในภาคต่อที่มีจัสติน ลินกำกับ โดยมีกำหนดฉายวันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ. 2016[10][11]

ต่อมาในเดือนกันยายน ค.ศ. 2014 มีการยืนยันว่าเดม่อนและกรีนกราสจะกลับมาทำภาคต่อ ส่วนเรนเนอร์จะแสดงในภาคแยกที่มีกำหนดฉายในภายหลัง[12]

การถ่ายทำ[แก้]

การถ่ายทำเริ่มในเดือนกันยายน ค.ศ. 2015[13] ช่วงเดือนพฤศจิกายนมีการถ่ายทำในลอนดอนและเบอร์ลิน[14][15] เดือนธันวาคมถ่ายทำในวอชิงตัน ดี.ซี.[16] และเดือนมกราคม ค.ศ. 2016 ถ่ายทำที่ลาสเวกัส[17] การถ่ายทำเสร็จสิ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016[18]

การตอบรับ[แก้]

การตอบรับในประเทศไทย[แก้]

เจสัน บอร์น ยอดจารชนคนอันตราย ทำรายได้เปิดตัวในประเทศไทย 6.55 ล้านบาท[19] ระหว่างวันที่ 18–24 สิงหาคม ค.ศ. 2016 ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ 54.19 ล้านบาท[20]

รางวัล[แก้]

เจสัน บอร์น ยอดจารชนคนอันตราย ได้รับรางวัลเอ็มไพร์อะวอดส์ สาขาภาพยนตร์ระทึกขวัญยอดเยี่ยม[21]

ภาคต่อ[แก้]

แฟรงก์ มาร์แชลล์ ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์กล่าวว่ายูนิเวอร์แซลสตูดิโอส์วางแผนจะสร้างภาคต่อของ เจสัน บอร์น ยอดจารชนคนอันตราย[22]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Jason Bourne UK Release Date".
  2. Jason Bourne - Major Cineplex
  3. "Jason Bourne (12A)". British Board of Film Classification. July 15, 2016. สืบค้นเมื่อ July 15, 2016.
  4. 4.0 4.1 "Jason Bourne (2016)". Box Office Mojo. สืบค้นเมื่อ January 5, 2017.
  5. No Time to Re-Watch the Old Jason Bourne Movies? Matt Damon Gives a 90-Second Recap - E! Online‎
  6. Jaafar, Ali (June 23, 2015). "Alicia Vikander Confirmed For Bourne Sequel Opposite Matt Damon". deadline.com. สืบค้นเมื่อ June 23, 2015.
  7. Kroll, Justin (July 28, 2015). "'Bourne': Tommy Lee Jones Joins Matt Damon in Sequel (EXCLUSIVE)". variety.com. สืบค้นเมื่อ July 31, 2015.
  8. Kroll, Justin (September 1, 2015). "'Bourne': Vincent Cassel to Play Villain Opposite Matt Damon in Sequel (EXCLUSIVE)". variety.com. สืบค้นเมื่อ September 3, 2015.
  9. "Matt Damon: Door is still open for some more 'Bourne'". MSN.
  10. ‘Fast & Furious’ Helmer Justin Lin To Direct Next ‘Bourne’ Installment
  11. Nededog, Jethro (June 18, 2014). "Next 'Bourne' Movie Delayed Until 2016". The Hollywood Reporter. สืบค้นเมื่อ June 18, 2014.
  12. "Matt Damon and Paul Greengrass Returning for Bourne 5!". Coming Soon.net. September 15, 2014. สืบค้นเมื่อ September 15, 2014.
  13. https://www.twitter.com/LeDoctor/status/641343442933563392
  14. Thomas, Kate (2015-11-03). "Matt Damon films fifth Bourne Identity sequel in London". The Daily Mail. สืบค้นเมื่อ 2016-02-08.
  15. Evry, Max (November 25, 2015). "Bourne 5 Set Photos Feature Matt Damon Spying It Up in Germany". comingsoon.net. สืบค้นเมื่อ November 25, 2015.
  16. "Matt Damon spotted filming 'Bourne 5' in D.C. today!". onlocationvacations.com. December 4, 2015. สืบค้นเมื่อ December 7, 2015.
  17. "Find out how you can be an extra in 'Bourne 5' in Las Vegas next month". On Location Vacations. December 30, 2015. สืบค้นเมื่อ January 5, 2016.
  18. "On the Set for 2/5/16: Vin Diesel & Nina Dobrev Start Shooting 'xXx' Sequel, Ben Affleck Wraps Production on 'Live by Night'". SsnInsider.com. February 5, 2016. สืบค้นเมื่อ February 5, 2016.
  19. รายได้หนังเข้าใหม่ ประจำวันที่ 28 ก.ค.
  20. รายได้หนังประจำสัปดาห์ที่ 18-24 สิงหาคม 2559
  21. Pape, Danny (February 7, 2017). "Star Wars: Rogue One Leads Empire Awards 2017 Nominations". Flickreel.com. สืบค้นเมื่อ March 3, 2017.
  22. "'Jason Bourne' Sequel Likely to Happen, 'Bourne Legacy' Sequel Less Likely to Happen". Slash Film. 29 November 2016.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]