ฮิโรชิเงะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ฮิโระชิเงะ)
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ฮิโรชิเงะ
Portrait à la mémoire d'Hiroshige par Kunisada.jpg
ภาพเหมือนของฮิโรชิเงะโดยคูนิซาดะ
ชื่อเมื่อเกิดอันโด โทกุทะโร
วันเกิด ค.ศ. 1797
โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
วันเสียชีวิต ค.ศ. 1858
สาขา จิตรกร
ประเภทงาน จิตรกรรม; ภาพพิมพ์แกะไม้

อูตางาวะ ฮิโรชิเงะ (ภาษาญี่ปุ่น: 歌川広重, ภาษาอังกฤษ: Hiroshige หรือ Utagawa Hiroshige หรือ Andō Hiroshige (安藤広重)) (ค.ศ. 1797 - 12 ตุลาคม ค.ศ. 1858) เป็นจิตรกรคนสำคัญของประเทศญี่ปุ่นในคริสต์ศตวรรษที่ 17 มีความเชี่ยวชาญทางการสร้างภาพพิมพ์แกะไม้ (woodcut) สมัยที่เรียกว่า “ภาพอุกิโยะ” ซึ่งเป็นภาพพิมพ์แกะไม้ที่สร้างระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 17 ถึง 20 ที่เป็นภาพภูมิทัศน์ ตำนานจากประวัติศาสตร์ การละคร และจากชีวิตความสนุก

ฮิโระชิเงะเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1797 ที่ เอโดะ หรือกรุงโตเกียวในปัจจุบัน ประเทศญี่ปุ่น เสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1858 ชื่อของฮิโระชิเงะที่ใช้ในงานศิลปะคือ อิจิยูไซ ฮิโรชิเงะ ( Ichiyūsai Hiroshige (一幽斎廣重))

เบื้องต้น[แก้]

ฮิโรชิเงะเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1797 มีชื่อว่าอันโด โทกูทาโร (Andō Tokutarō) ในค่ายทหารทางตะวันออกของปราสาทเอโดะในบริเวณแยซูของเอโดะ (ปัจจุบันโตเกียว) เป็นลูกของอันโด เกนเอะมอง เป็นข้าระดับโดชิง ของโชกุน มึหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับความปลอดภัยจากอัคคีภายของปราสาท พ่อของฮิโระชิเงะและครอบครัวและซามูไรอีก 30 คนอาศัยอยู่ภายในค่าย 10 ค่าย และมีรายได้ 60 โคกุซึ่งเทียบว่าเป็นฐานะรองๆ แต่มั่นคงและงานไม่หนัก ศาสตราจารย์เซอิจิโร ทากาฮาชิ (Seiichiro Takahashi) กล่าวว่าหน้าที่การป้องกันไฟส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการเที่ยวหาความสนุกสนาน[1] ซามูไรและพ่อของฮิโรชิเงะมีหน้าที่คนงานชั้นต่ำอีก 300 คนผู้ที่ก็อาศัยอยู่ในค่ายด้วย พ่อของฮิโรชิเงะเสียชีวิตเมื่อฮิโรชิเงะมีอายุได้ 12 ปีฮิโรชิเงะทำหน้าที่ต่อ เอกสารเพียงเล็กน้อยกล่าวว่าฮิโรชิเงะได้รับการฝึกจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงอีกคนหนึ่งให้เขียนภาพแบบจีนตระกูลคะโน (Kanō school)

ตำนานกล่าวว่าฮิโรชิเงะมึความมุ่งมั่นที่จะเป็นศิลปินภาพอุกิโย (ukiyo-e artist) เมื่อได้เห็นภาพพิมพ์เกือบร่วมสมัยของคะสึชิกะ โฮะกุไซ ตั้งแต่บัดนั้นจนโฮะกุไซเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1849 งานของศิลปินสองคนนี้ก็สร้างแข่งกันให้กับลูกค้าเดียวกัน แต่สิ่งที่น่าจะมีอิทธิในการสร้างภาพพิมพ์แกะไม้มีส่วนมาจากทางเศรษฐกิจ เพราะเงินเดีอนของซามูไรชั้นรองอย่างฮิโรชิเงะก็คงไม่พอใช้ ซึ่งทำให้ต้องหารายได้เพิ่ม แต่ก็ไม่ยากอะไรเพราะหน้าที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเป็นหน้าที่ที่มีเวลาว่างมาก

หมู้บ้านกลางหิมะ
สำนักสงฆ์บนภูเขา
เรือในทะเลสาบ

ความโน้มเอียงทางไปทางการวาดภาพทำให้ฮิโรชิเงะกลายเป็นจิตรกร เมื่อยังอายุไม่มากนักฮิโรชิเงะก็เริ่มเป็นที่รู้จัก เช่นในภาพเขียนเมื่อ ค.ศ. 1806 เป็นภาพขบวนของโชกุนจากเกาะริวกิว การศึกษาของฮิโรชิเงะเริ่มด้วยการเรียนการเขียนแบบตระกูลคะโนโดยเพื่อนเจ้าหน้าที่ดับเพลิง โอกะจิมะ รินไซ (Okajima Rinsai) การศึกษาช่วงนี้เป็นการเตรียมตัวให้ฮิโรชิเงะให้เป็นผู้ฝึกงานเขียนต่อมา ฮิโรชิเงะพยายามเข้าฝึกงานกับอุตะงะวะ โทะโยะกุนิ (Utagawa Toyokuni) จิตรกรผู้มีชื่อเสียงแต่ไม่สำเร็จ แต่ต่อมาก็ได้เข้าฝึกงาน (หลังจากถูกปฏิเสธไปครั้งหนึ่งก่อนหน้านั้น) กับอุตะงะวะ โทะโยะฮิโระ (Utagawa Toyohiro) ในปี ค.ศ. 1811 เมื่ออายุ 15 ปี โตโยฮิโรให้ชื่อฮิโรชิเงะว่า “อุตะงะวะ” (Utagawa) เพียงปีเดียวหลังจากเริ่มฝึกงานแทนที่จะเป็นสองถึงสามปีอย่างปกติ ต่อมาฮิโรชิเงะก็ใช้ชื่ออาจารย์เป็น “อิจิยูไซ ฮิโรชิเงะ” (Ichiyūsai Hiroshige)

เมื่อเริ่มฝึกงานกับโทะโยะฮิโร, ฮิโรชิเงะก็มิได้แสดงแนวโน้มทางความสามารถทางศิลปะมากนักและไม่มีผลงานเท่าใด แม้ว่าจะใช้ชื่อศิลปิน “อิจิยูไซ ฮิโรชิเงะ” และประกาศนียบัตรตั้งแต่ยังอายุเพียง 15 ปี งานชิ้นแรกที่แสดงความสามารถอย่างแท้จริงเป็นงานชิ้นที่ทำในปี ค.ศ. 1818 ในชุด ทัศนียภาพ 8 ทางของทะเลสาบบิวะ (Eight Views of Lake Biwa) และ สถานที่สำคัญ 10 แห่งทางตะวันออกของเมืองหลวง (Ten Famous Places in the Eastern Capital) ภาพสองชุดนี้ได้รับความสำเร็จพอประมาณ แต่ภาพ “สถานที่สำคัญทางตะวันออกของเมืองหลวง” สร้างใน ค.ศ. 1831 เริ่มสร้างความสนใจอย่างจริงจัง เชื่อกันว่างานเขียนระหว่างช่วงนี้เป็นงานที่ทำให้ฮิโรชิเงะศึกษาการเขียนภาพแบบตระกูลคะโน และ ชิโจ (Shijō) ได้ แต่งานเหล่านี้ก็เป็นเพียงงานเบื้องต้นที่ในที่สุดจึงได้นำมาสู่งานที่ทำให้ฮิโรชิเงะะมีชื่อเสียงอย่างแท้จริง ในปี ค.ศ. 1832 ฮิโรชิเงะะได้รับเชิญให้เป็นส่วนหนี่งของกลุ่มทูตโชกุนในพระราชสำนักหลวงที่เกียวโต ฮิโรชิเงะทิ้งนะคะจิโรลูกชายไว้ให้ทำหน้าที่ดับเพลิงแทน ขณะที่เดินทางไปเกียวโตฮิโรชิเงะก็สังเกตทิวทัศน์ของถนนโทไกโด (Tōkaidō road) หรือถนนฝั่งทะเลตะวันออกซึ่งเป็นถนนที่คดเคี้ยวเลียบฝั่งทะเลและภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะไปพลาง ผ่านทะเลสาบบิวะจนในที่สุดก็ถึงเกียวโต งานเขียนจากการเดินทางครั้งนี้สถานี 53 สถานีบนเส้นทางโตไกโด (The Fifty-Three Stations of the Tokaido) เป็นงานพิมพ์ที่ประสพความสำเร็จมากและสร้างชื่อเสียงให้ฮิโรชิเงะเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว แต่ก็มิได้ทำให้ฐานะทางการเงินดีเท่าใดนักจนตลอดชีวิต

ในปี ค.ศ. 1839 ภรรยาคนแรกฮิโรชิเงะเสียชีวิต ซึ่งต่อมาเขาได้แต่งงานกับ โอะยะสุ (O-yasu) ลูกสาวชาวนาชือคะเอะมอง (Kaemon) ฮิโรชิเงะอาศัยอยู่ในค่ายจนอายุ 43 และทำงานเช่นพ่อถึงแม้ว่าจะมีชื่อเสียงว่าเป็นศิลปินแล้วก็ตาม

ฮิโรชิเงะที่ 2 และ ฮิโรชิเงะที่ 3[แก้]

ฮิโรชิเงะที่ 2 เป็นช่างภาพพิมพ์ชื่อชิเงะโนะบุ (Shigenobu) ผู้แต่งงานกับทัทสุลูกสาวของฮิโรชิเงะ ฮิโรชิเงะตั้งใจจะให้ชิเงะโนะบุเป็นทายาทแต่ทัทสุและชิเกะโนบุแยกกัน แต่ชิเกะโนบุก็ยังใช้ชื่อฮิโรชิเงะซึ่งทำให้รู้จักกันในชื่อ “ฮิโรชิเงะที่ 2” ส่วน หลังจากนั้นทัทสุก็ไปแต่งงานกับศิลปินอีกคนหนึ่งชื่อ ชิเงะมะสะ (Shigemasa) ผู้ที่กลายมาเป็นทายาทเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของฮิโรชิเงะและใช้ชื่อฮิโรชิเงะ ที่รู้จักกันในชื่อ “ฮิโรชิเงะที่ 3” แต่ทั้ง ฮิโรชิเงะที่ 2 และ ฮิโรชิเงะที่ 3 ต่างก็ไม่ได้รับความสำเร็จเท่าเทียมกับฮิโรชิเงะ

ระเบียงภาพ[แก้]

ภาพจากชุด “สถานี 53 สถานีบนเส้นทางโทไกโด”:

ภาพจากชุด “ทัศนียภาพเด่น 100 แห่งของเอะโดะ”

อ้างอิง[แก้]

  1. "The firemen of his day appear to have actually spent most of their time gambling, drinking, or otherwise amusing themselves." pg 2 of Ando Hiroshige, authored by Professor Sei-ichiro Takahashi (head of the Japan Art Academy and Minister of Education in 1947), trans. by Charles S. Terry; published by the Charles E. Tuttle Company in 1956.

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ ฮิโรชิเงะ