ฮอนด้า ซีวิคไทป์อาร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์
Honda Civic Type R Championship White.jpg
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตฮอนด้า
เริ่มผลิตเมื่อพ.ศ. 2540–ปัจจุบัน
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภทรถยนต์นั่งขนาดเล็กสมรรถนะสูง
รูปแบบตัวถัง3 ประตู แฮทช์แบ็ก (พ.ศ. 2540–2554)
5 ประตู แฮทช์แบ็ก (พ.ศ. 2558–2565)
4 ประตู เก๋ง (พ.ศ. 2550–2554; เฉพาะ FD2)
5 ประตู ลิฟต์แบ็ก (พ.ศ. 2565–ปัจจุบัน)
โครงสร้างเครื่องวางหน้า ขับเคลื่อนล้อหน้า
รุ่นที่คล้ายกันฮอนด้า ซีวิค เอสไอ

ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์ (ญี่ปุ่น: ホンダ・シビックタイプRโรมาจิHonda Shibikku Taipuāru) (อังกฤษ: Honda Civic Type R) เป็นรุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดของฮอนด้า ซีวิค ผลิตโดยบริษัทฮอนด้ามอเตอร์ของญี่ปุ่น มีคุณสมบัติตัวถังที่เบาและแข็งแรงกว่าเดิม ด้านเครื่องยนต์ได้ถูกปรับแต่งและเพิ่มประสิทธิภาพของเบรกให้ดีขึ้น ใช้สีแดงในตราสัญลักษณ์และภายในเพื่อให้ดูมีความสปอร์ตและให้ดูแยกออกมาจากรุ่นฮอนด้าอื่นๆ

ลำดับรุ่น[แก้]

รุ่นที่ 1 (2540–2543; EK9)[แก้]

EK9 รุ่นแรกก่อนปรับปรุง (1997–1998) 
EK9 รุ่นแรกก่อนปรับปรุง (ด้านหลัง) 
ภายใน 
EK9 รุ่นแรกหลังปรับปรุง (1998–2000) 
EK9 รุ่นแรกหลังปรับปรุง (ด้านหลัง) 

เปิดตัวในช่วงปี 1997 (พ.ศ. 2540) และถือเป็นการเปิดศักราชให้กับ Type R ให้กับรถยนต์คอมแพ็กต์รุ่นดังของพวกเขาอย่าง Civic โดย Honda เลือกหยิบเอา Civic ตัวถังแฮทช์แบ็กแบบ 3 ประตูมาปรับปรุงใหม่ด้วยเอกลักษณ์ที่ถือว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับ Type R นั่นคือ ตัวถังที่มากับสีขาวโทน Championship White (แต่ในรุ่นนี้มีสีเหลืองเป็นอีกทางเลือก) ล้อแม็กสีขาว ภายในสีแดงพร้อมเบาะ Recaro และเครื่องยนต์ที่ถูกรีดแรงม้าในรอบสูงเหมือนกับรถแข่งจับคู่กับเกียร์ธรรมดา

Civic Type R รุ่นแรกถือเป็น JDM อย่างแท้จริง เพราะมีขายเฉพาะในตลาดญี่ปุ่นเท่านั้น ที่เหลือคือการนำเข้าผ่านตัวแทนจำหน่ายทั้งแบบถูกต้องและผ่านทางผู้นำเข้ารายย่อย โดยเครื่องยนต์ที่นำมาติดตั้งในรุ่นนี้ต้องบอกว่าเกิดมาเพื่อ Civic Type R เพราะขุมพลัง B16B มีเฉพาะในรถยนรต์รุ่นนี้ และเป็นเครื่องยนต์ 1,600 ซีซีที่รีดกำลังออกมาในช่วงรอบสูงมาก โดยมีตัวเลข 185 แรงม้าที่ 8,200 รอบ/นาที โดยที่แถบ Redline ของเครื่องยนต์เริ่มต้นที่ 8,500 รอบ/นาที และจับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ

รุ่นที่ 2 (2544–2548; EP3)[แก้]

EP3 รุ่นที่ 2 ก่อนปรับปรุง (2001–2003) 
EP3 รุ่นที่ 2 ก่อนปรับปรุง (ด้านหลัง) 
EP3 รุ่นที่ 2 หลังปรับปรุง (2003–2005) 
EP3 รุ่นที่ 2 หลังปรับปรุง (ด้านหลัง) 
ภายใน 

อยากอยู่รอดต้องรู้จักปรับตัว แน่นอนว่า Honda มองไกลกว่าในตลาดญีปุ่น เพราะในยุโรปยังมีตลาดกลุ่มหนึ่งที่ถือว่ามียอดขายสูง และได้รับความนิยมจากคนที่นั่น ซึ่งก็คือตลาด Hot Hatch หรือพวกรถยนต์แฮทช์แบ็กที่มีพลังแรงอย่าง Volkswagen GTI หรือ Opel OPC นั่นทำให้จุดเริ่มต้นในการพัฒนา Civic Type R รุ่นที่ 2 ต้องเกิดมาเพื่อรองรับกับลูกค้าทั้งในญี่ปุ่น และยุโรป โดยใช้จุดศูนย์กลางในการพัฒนาอยู่ที่ Honda UK ที่เมืองสวินดอน ประเทศอังกฤษ และใช้พื้นฐานของ Civic 3 ประตู

ในรุ่นนี้เปิดตัวเมื่อปี 2001 (พ.ศ. 2544) และยังคงคอนเซ็ปต์ในเรื่องการถ่ายทอดความแรงจากสนามแข่งสู่รถยนต์ใช้งานบนถนน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือ การเพิ่มกำลังด้วยการใช้เครื่องยนต์ซีซีสูง แทนที่จะรีดรอบเครื่องยนต์จากเครื่องยนต์บล็อกเล็กเหมือนกับรุ่นแรกเพื่อสร้างสัมผัสจากสนามแข่งโดยเฉพาะการลากรอบเครื่องยนต์สูงๆ เหมือนกับรถแข่ง

ดังนั้นในแง่ของเครื่องยนต์จึงถูกเปลียนจากรหัส B มาเป็น K20A ที่มีความจุ 2,000 ซีซี พร้อมกับขยับกำลังของเครื่องยนต์เป็น 200-215 แรงม้าสำหรับใช้ในการแข่งขันกับคู่ปรับในตลาดยุโรปอย่าง Volkswagen Golf GTi, Opel Astra OPC, Peugeot 307GTI โดยตัวถังยังใช้แบบแฮทช์แบ็ก 3 ประตูเหมือนเดิม

รุ่นที่ 3 (2550–2554; FD2/FN2)[แก้]

FD2 รุ่นที่ 3 (Japanese version) 
ภายในรุ่น Sedan 
FN2 รุ่นที่ 3 (European and international version) 
ภายในรุ่น Hatchback 

ถือเป็นครั้งแรกใน 2 เรื่อง คือ เป็นครั้งแรกที่ Civic Type R ใช้ตัวถังซีดาน ซึ่งเป็นเพราะในตลาดญี่ปุ่น Honda มีความเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบายการจำหน่ายรถยนต์ที่หันมาเจาะตลาดใหญ่ขึ้น แม้ Civic ยังมี 3 เวอร์ชันเหมือนเดิม คือ สำหรับตลาดญี่ปุ่น อเมริกา และยุโรป แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ เวอร์ชันญี่ปุ่นและอเมริกามีการใช้พื้นฐานเดียวกัน แต่ปรับเปลี่ยนแค่หน้าตาเล็กน้อยคือ ไฟหน้าและไฟท้าย (ซึ่งในรุ่นนี้เวอร์ชันญี่ปุ่น และไทยใช้ร่วมกัน) โดยในญี่ปุ่นไม่มีตัวถังแฮทช์แบ็กทำตลาดอีกต่อไป และนั่นทำให้ Civic Type R จึงต้องใช้พื้นฐานของตัวถังซีดาน จึงเป็นที่มาของ FD2 ซึ่งเป็นรหัสตัวถังด้านท้ายซ้ำกับรุ่น 2,000 ซีซีของ Civic รุ่นธรรมดา แต่รหัสด้านหน้าจะแตกต่างกัน

ตัวรถเปิดตัวในปี 2007 (พ.ศ. 2550) และถือเป็นครั้งแรกเช่นกันที่ Honda ส่ง Civic Type R ที่เป็นเวอร์ชัน JDM ออกขายนอกญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยในรุ่นนี้มีจำหน่ายที่ประเทศมาเลเซีย ส่วนเครื่องยนต์ที่ทำตลาดเป็นรหัส K20A แบบ 4 สูบ 2,000 ซีซีแต่ปรับกำลังขับเคลื่อนเป็น 225 แรงม้า และจับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ

สำหรับเรื่องที่ 2 คือ เป็นครั้งแรกที่ Civic Type R มี 2 เวอร์ชัน โดยนอกจากเวอร์ชัน JDM ที่มีวางขายประเทศอื่นๆ อย่างที่บอกข้างต้นด้วยนั้น ยังมี Civic Type R เวอร์ชันยุโรปด้วย โดยจะใช้รหัส FN2 ซึ่ง Civic Type R รุ่นนี้ใช้พื้นฐานของ Civic แฮทช์แบ็กแบบ 3 ประตูซึ่งจะเป็นคนละแพล็ตฟอร์มกับ Civic FD ที่มีขายอยู่ในบ้านเรา ซึ่งในรุ่นนี้ Honda ยังคงเดินหน้าในการเจาะตลาด Hot Hatch ของยุโรปเช่นเคย และใช้เครื่องยนต์ K20Z4 แบบ 4 สูบ 2,000 ซีซี ที่มีกำลัง 201 แรงม้า ที่ 7,800 รอบ/นาที โดยในเวอร์ชันนี้ยังมีส่งกลับเข้ามาขายในญี่ปุ่นด้วย และใช้ชื่อว่า Honda Civic Type R Euro โดยมีการนำเข้าไปทำตลาด 2 ล็อตรวม 3,500 คัน

รุ่นที่ 4 (2558–2560; FK2)[แก้]

รถต้นแบบ Civic Type-R ที่งาน 2014 Geneva Motor Show 
FK2 รุ่นที่ 4 
FK2 รุ่นที่ 4 หลังปรับปรุง 
ภายใน 

เปิดตัวในปี 2015 (พ.ศ. 2558) โดยใช้พื้นฐานของ Honda Civic เจนเนอเรชั่นที่ 9 พร้อมความเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง นั่นคือ Honda มี Civic มีวางจำหน่ายโดยใช้ตัวถังแฮทช์แบ็ก 5 ประตูที่อ้างอิงจากพื้นฐานของ Civic ที่ขายในยุโรป พร้อมกับปรับปรุงในเรื่องของสมรรถนะที่อัพเกรดและยกระดับเพื่อทัดเทียมกับคู่ปรับในตลาดซึ่งในกลุ่ม Hot Hatch นั้นขยับขึ้นเป็นมีกำลังอยู่ที่ 300 แรงม้า

Honda เปิดตัว Civic Type R รุ่นนี้ในงานเจนีวา มอเตอร์โชว์ 2015 พร้อมเครื่องยนต์ใหม่ที่เป็นรหัส K20C1 หันมาใช้การจ่ายน้ำมันบบ Direct Injection เข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง พร้อมเทอร์โบ และเทคโนโลยี Earth Dreams ซึ่งทำให้ช่วยลดมลพิษ และประหยัดน้ำมันมากขึ้น ตัวรถรีดกำลังออกมาได้ 310 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที พร้อมเกียร์ธรรดา 6 จังหวะ ใช้เวลาเพียง 5.7 วินาทีในการทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง

รุ่นนี้ผลิตที่โรงงานในสวินดอน ประเทศอังกฤษ และในปี 2015 มีการส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน และมียอดขายอยู่ที่ 750 คันเท่านั้น

รุ่นที่ 5 (2560–2565; FK8)[แก้]

รถต้นแบบ Civic Type-R Prototype ที่งาน 2017 Osaka Auto Messe 
FK8 รุ่นที่ 5 (2017–2019) 
FK8 รุ่นที่ 5 (ด้านหลัง) 
FK8 รุ่นที่ 5 (2020) 
FK8 รุ่นที่ 5 (ด้านหลัง) 
ภายใน 

รุ่นที่ 4 ของ Civic Type R มีการทำตลาดในช่วงสั้นๆ และในปี 2017 (พ.ศ. 2560) Honda ได้ส่ง Civic Type R ใหม่ลงสู่ตลาดบนตัวถังแฮทช์แบ็ก 5 ประตูที่อยู่บนพื้นฐานของ Civic FK รุ่นที่ 10 พร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ 2,000 ซีซี เทอร์โบ ซึ่งจะมีกำลังอยู่ในระหว่าง 310-320 แรงม้า พร้อมเกียร์ธรรมดาแบบอัตราทดชิด 6 จังหวะ

เพื่อความพิเศษ Honda ได้ส่ง Civic Type R รุ่นนี้ลงทดสอบในสนามนูร์บูร์กริง ที่ประเทศเยอรมนี และสามารถทำเวลาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยระยะทาง 1 รอบสนามซึ่งอยู่ที่ 20 กิโลเมตรใช้เวลาอยู่ที่ 7 นาที 43.80 วินาที

Honda Civic Type R (ฮอนด้า ซีวิค ไทป์อาร์) รถซีดานตัวแรงสุดของค่ายนี้ ยืนหนึ่งเรื่องยอดขายในต่างประเทศ เพราะมีกำลังสูง ราคาเอื้อมถึงง่าย ที่ล่าสุดได้เปิดตัวรุ่นพิเศษ แต่งด้วยแรงบันดาลใจจากรถแข่ง ในราคาแพงขึ้นอีก 280,000 บาท ทำให้เมื่อคิดเป็นเงินไทยรวมภาษี อาจจะสูงถึง 4.9 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับ Ford Mustang GT ทำให้คนรวยในไทยอาจเกิดความลังเลเล็กน้อย

รุ่นที่ 6 (2565–ปัจจุบัน; FL5)[แก้]

Honda Civic Type R (FL5) รุ่นที่ 6 
ด้านหลัง 
ภายใน 

Honda Civic Type R Prototype เคยเผยโฉมในงาน Tokyo Auto Salon 2022 ระหว่างวันที่ 14 มกราคม – 16 มกราคม 2022 และ กำหนดการเปิดตัวภายในเดือนมิถุนายน 2022 แต่ยังไม่ระบุวันเวลาอย่างเป็นทางการ (สหรัฐอเมริกาจะเปิดตัวในเดือนกรกฎาคมระหว่าง งาน NTT IndyCar Series ที่มิดโอไฮโอ)

Stephen Collins ผู้อำนวยการของ Honda Australia ให้สัมภาษณ์ กับ นิตยสาร Carsales ระบุว่า HONDA CIVIC TYPE R ใหม่ จะเปิดตัวในเดือนมิถุนายน 2022

HONDA CIVIC Type R ได้ทำการทดสอบอย่างต่อเนื่องล่าสุดเป็นการเผยภาพทีเซอร์อย่างเป็นทางการแบบปกปิดบนสนามเนือร์บูร์กริง เมืองเนือร์บวร์ค รัฐไบเอิร์น ใกล้อุทยานแห่งชาติไอเฟิล ทางตะวันตกของประเทศเยอรมนี

HONDA CIVIC Type R มาพร้อมรูปลักษณ์การออกแบบที่สปอร์ตมากขึ้น Type R ส่วนหน้ามีความดุดันอย่างมาก ช่องรับอากาศด้านล่างใหญ่ขึ้น ขนาบด้วยช่องที่คาดว่าเป็นระบายอากาศที่ซ่อนอยู่ใต้ลายพลางสีแดง-ดำ โดยรวมกระจังหน้าหนาขึ้นดูเหมือนว่า Type R ใหม่จะมีช่องระบายอากาศเทียมน้อยกว่ารุ่นก่อนมาก ชิ้นส่วนพลาสติกขนาดใหญ่ด้านหลังหายไป ที่น่าสนใจคือท่อไอเสียแบบสามท่อที่ติดตั้งไว้ตรงกลางยังคงเอกลักษณ์ พร้อมสปอยเลอร์ขนาดใหญ่ คาลิปเปอร์เบรกสีแดงของ Brembo และยาง Michelin Pilot Sport 4 ตามที่คาดไว้ การตกแต่งภายในส่วนใหญ่ มาจากแฮทช์แบคมาตรฐาน รวมทั้งหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว หน้าปัดดิจิตอล 7-10.2 นิ้ว แตกต่างที่เบาะนั่งแบบสปอร์ตสีแดงเดินด้ายแดง พร้อมสัญลักษณ์ Type R พวงมาลัยหุ้ม Alcantara เกียร์ธรรมดา 6 สปีดที่มีปุ่มโลหะคล้ายกับที่พบในรุ่นก่อน

All-New Honda Civic Type R เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เดือนมิถุนายนนี้! อาจเป็นเครื่องยนต์สันดาปตัวสุดท้าย เฝ้ารอกันมาเนินนานสำหรับ All-New Honda Civic Type R เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด ในที่สุดก็กำลังจะมาถึงแล้ว โดยทาง Honda Australia ได้ออกมาเปิดเผยในการให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศว่า Honda Civic Type R รุ่นใหม่ จะเปิดตัวในตลาดโลกเดือนมิถุนายนนี้

หลังจากมีกระแสข่าวพร้อทภาพ Spyshot และ Teaser จากทางการมานานแรมปี เราก็จะได้พบกับตัวแรงจากค่าย VTEC อย่าง Honda Civic Type R รุ่นล่าสุด ในอีกไม่กี่อึดใจ หลังทางการประกาศกำหนดการเปิดตัวในวันที่ 20 กรกฏาคม พ.ศ. 2565 เวลา 19.00 น. ตามเวลาของสหรัฐฯ พร้อมระบุว่านี่จะเป็นรถยนต์ production ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ Honda เคยทำขายในอเมริกา

Teaser ล่าสุดเผยให้เห็นว่า Honda Civic Type R รุ่นถัดไป มาพร้อมกับชุดแต่งเฉพาะรุ่นพร้อมเอกลักษณ์โลโก้สีแดง ทั้งยังมีกระจังหน้าและช่องลมกระจังหน้าแบบตาข่าย ส่วนรายละเอียดอื่นอ้างอิงจากภาพชุดก่อนที่เผยให้เห็นดีไซน์รอบคัน ทั้งท้าย Hatahback, สปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ และ ท่อไอเสียออกกลาง คาดว่าขุมพลังของ Honda Civic Type R เป็นเครื่องยนต์เบนซิน แบบ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ กำลังสูงสุด 320 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อคู่หน้าพร้อม limited slip differential การันตีสมรรถนะด้วยการทำเวลาต่อรอบสนามแข่ง Suzuka Racing ได้ไวที่สุดในกลุ่มรถยนต์ขับหน้า เอาชนะแชมป์เก่าซึ่งเป็น Honda Civic Type R รุ่นปัจจุบัน ไปในเสี้ยววินาที

เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของรถตระกูล TYPE-R นับตั้งแต่เปิดตัวเอ็น NSX TYPE-R ในปี 1992 สำหรับรถรุ่นCivic TYPE-R ที่เริ่มเปิดตัวครั้งแรกในปี 1997 ก็นับเป็นเวลาครบ 25 ปีพอดี ในขณะที่ฮอนด้าเพิ่งจะฉลองครบรอบ 50 ปีของรถตระกูลCivic นี้ไปเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2022 ที่ผ่านมา และที่สำคัญฮอนด้า Civic TYPE-R รหัสตัวถัง FL5 คันนี้จะเป็นรถตระกูล TYPE-R ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในรุ่นสุดท้ายก่อนที่จะหันไปพ่วงระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าในรูปแบบ e:HEV หรือ EV ในรุ่นต่อๆไป

แต่ทว่าการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งนี้ทางฮอนด้าเองก็ยังไม่เผยรายละเอียดเรื่องข้อมูลเชิงเทคนิค ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขแรงม้าแรงบิดของเครื่องยนต์ หรือข้อมูลเรื่องช่วงล่าง ระบบส่งกำลัง เพียงแต่โชว์จุดเด่นและปล่อยภาพภายนอกภายในรอบคันให้เห็นกันเสียก่อนที่จะมีการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน

สำหรับเครื่องยนต์ถึงแม้จะไม่มีการเผยข้อมูลและตัวเลขสมรรถนะต่างๆ ในตอนนี้ แต่ทางแหล่งข่าวต่างประเทศรวมไปถึงรูปภาพอย่างเป็นทางการก็ได้บ่งชี้แล้วว่าฮอนด้า Civic TYPE-R รุ่นใหม่นี้จะยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรเทอร์โบยกมาจากรุ่นก่อนหน้านี้จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ส่งกำลังผ่านล้อคู่หน้า โดยตัวเลขแรงม้าที่หลายสื่อได้คาดการณ์ น่าจะอยู่ในช่วงระหว่าง 320 ถึง 350 แรงม้า โดยที่ยังไม่มีข่าวว่าจะมีทางเลือกเกียร์อัตโนมัติในอนาคตหรือไม่

All NEW Civic Type R สร้างบนแนวคิด Ultimate SPORT ใช้พื้นฐานของ Civic Hatchback รหัสตัวถัง FL ที่ไม่ทำตลาดในไทย ขยายโป่งล้อ แก้มข้าง ให้รับกับสมรรถนะที่ก้าวกระโดด ด้วยทีมวิศวกร ซึ่งนำทีมโดย Hideki Kakinuma

ล่าสุด ได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวภายใน ว่า Honda ประเทศไทย เตรียมเปิดตัว All NEW Civic Type R (FL5) ในบ้านเรา ช่วงเดือน ธันวาคม นี้ ! คาดเจอกันในงาน Motor Expo 2022 ระหว่างวันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2565 นี้ !

และ นี่ถือเป็นข่าวเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนๆ Honda ชาวไทย ที่บริษัทแม่ Honda ประเทศไทย นำเข้า Civic Type R ทั้งคันจากประเทศ ญี่ปุ่น มาทำตลาดในบ้านเรา 330 แรงม้า ตัวแรง นำเข้าทั้งคัน (CBU Japan) พบรถคันจริง All NEW Honda Civic Type R ได้ที่งาน Motor Expo 2022 ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2565 @ Challenger Hall 1-3 เมืองทองธานี

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ ฮอนด้า ซีวิค ไทป์ อาร์