อุมัร ฮะซัน อะห์มัด อัลบะชีร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อุมัร ฮะซัน อะห์มัด อัลบะชีร
Omar Hassan Ahmad al-Bashir
عمر حسن أحمد البشير
ประธานาธิบดีแห่งประเทศซูดาน
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
16 ตุลาคม ค.ศ. 1993
รองประธานาธิบดี ซัลวา กีร์ มายาร์ดิต
อะลี อุษมาน ฏอฮา
สมัยก่อนหน้า อะห์มัด อัลมิรฆอนี
นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศซูดาน
ดำรงตำแหน่ง
30 มิถุนายน ค.ศ. 1989 – 16 ตุลาคม ค.ศ. 1993
สมัยก่อนหน้า ซาดิก อัลมะฮ์ดี
สมัยถัดไป ยกเลิกตำแหน่ง
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 1 มกราคม ค.ศ. 1944 (70 ปี)
Hosh Bannaga, Kingdom of Egypt and Sudan
พรรคการเมือง พรรคเนชันแนลคองเกรส
คู่สมรส ฟาตมา คาลิด
ศาสนา ศาสนาอิสลามนิกายซุนนี

อุมัร ฮะซัน อะห์มัด อัลบะชีร (อาหรับ: عمر حسن أحمد البشير, 1 มกราคม ค.ศ. 1944 - ) เป็นหัวหน้าพรรคเนชันแนลคองเกรส และประธานาธิบดีของประเทศซูดานคนปัจุจบัน เริ่มเข้ามามีอำนาจทางการเมืองครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1989 ขณะยังเป็นนายทหารยศพันโท โดยเป็นผู้นำกลุ่มนายทหารทำรัฐประหารไม่นองเลือดขับไล่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีซาดิก อัลมะฮ์ดี (Sadiq al-Mahdi) ซึ่งเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย[1]

ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2004 รัฐบาลของนายอัลบะชีรได้เจรจายุติสงครามกลางเมืองซูดานครั้งที่สอง ซึ่งเป็นสงครามที่ดำเนินมาต่อเนื่องยาวนานที่สุดและนองเลือดที่สุดครั้งหนึ่งในคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยให้อำนาจปกครองตนเองบางส่วนในเซาท์ซูดานซึ่งเป็นพื้นที่เกิดสงคราม อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามกลางเมืองแล้ว รัฐบาลของนายอัลบะชีรได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางต่อบทบาทของรัฐบาลในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ดาร์ฟูร์ อันเป็นการกวาดล้างชาติพันธุ์ประชากรที่ไม่ใช่ชาวอาหรับครั้งใหญ่ในซูดาน มีผู้เสียชีวิตจากกรณีดังกล่าวอยู่ระหว่าง 200,000[2] ถึง 400,000 คน[3] บทบาทของนายอัลบะชีรในเรื่องนี้ได้นำไปสู่การสู้รบอย่างรุนแรงระหว่างกองกำลังติดอาวุธของพวกยันยาวิด (Janjaweed) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายรัฐบาล และกองกำลังกบฏฝ่ายต่างๆ อันได้แก่ กองทัพปลดแอกประชาชนซูดาน (Sudan People's Liberation Army, SPLA) กองทัพปลดปล่อยซูดาน (Sudanese Liberation Army, SLA) และขบวนการความยุติธรรมและความเสมอภาค (Justice and Equality Movement, JEM) ซึ่งทำการรบในรูปแบบสงครามกองโจรในแคว้นดาร์ฟูร์ ผลจากสงครามครั้งนี้ทำให้ประชาชนกว่า 2.5 ล้านคนต้องไร้ที่อยู่อาศัย[4] และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชาดกับซูดานตกต่ำลงจนถึงระดับวิกฤต[5]

เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2008 หลุยส์ โมเรโน-โอแคมโป อัยการประจำศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court, ICC) ได้ฟ้องร้องนายอัลบะชีรในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ กระทำอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และอาชญากรรมสงครามในแคว้นดาร์ฟูร์[6] ศาลได้ออกหมายจับนายอัลบะชีรเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ค.ศ. 2009 ในข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติและอาชญากรรมสงคราม แต่ไม่รวมข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เนื่องจากศาลได้ชี้ว่าหลักฐานที่จะฟ้องร้องด้วยข้อหาดังกล่าวยังมีไม่เพียงพอ[7] หมายจับดังกล่าวได้ถูกนำส่งไปยังรัฐบาลซูดาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้[7] อย่างไรก็ตาม นายอัลบะชีรยังคงดำรงตำแหน่งประมุขของประเทศต่อไปแม้จะมีหมายจับจากศาลอาญาระหว่างประเทศออกมาก็ตาม[7]

นายอัลบะชีรได้ลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งทั่วไปของซูดานที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2009 นับเป็นการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยแบบหลายพรรคการเมืองของซูดานครั้งแรกในรอบ 9 ปี[8][9] คู่แข่งคนสำคัญของนายอัลบะชีรคือนายซัลวา เคียร์ มายาร์ดิท (Salva Kiir Mayardit) รองประธานาธิบดีคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นผู้นำของกองทัพปลดแอกประชาชนซูดาน (SPLA)[10]

อ้างอิง[แก้]