อุทยานแห่งชาติป่าหิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ลักษณะไม้ที่กลายเป็นหิน

อุทยานแห่งชาติป่าหิน (Petrified Forest National Park) ตั้งอยู่ในรัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา เดิมเป็นอนุสรสถานแห่งชาติป่าหินเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ.1906 มีอาณาเขต 378 ตารางกิโลเมตร ภายหลังรวมเอาอาณาเขตทะเลทรายเพนเท็ด(painted)จึงมีอาณาเขต 800 ตารางกิโลเมตร และได้กลายมาเป็นอุทยานแห่งชาติป่าหินซึ่งเป็นป่าหินแห่งใหญ่ที่สุดในโลก ถูกค้นพบครั้งแรกโดยร้อยโทลอเรนโซ ซิตกรีฟส์ แห่งกองทัพบกสหรัฐฯ โดยบังเอิญ ในปี ค.ศ 1851 มีลักษณะเป็นเศษท่อนไม้ที่เนื้อไม้กลายเป็นหินควอตซ์จำนวนมาก ซึ่งดูมีลักษณะเหมือนต้นไม้จริงทุกประการ เพียงแต่กลายเป็นหินทั้งท่อน ซุงหินที่พบมีขนาดใหญ่และส่วนใหญ่อยู่ในสภาพแตกหัก พบมากบริเวณลองเลกส์(long Legs) นับตั้งแต่ก่อตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติป่าหิน มีผู้เข้าเยือนแล้วกว่า 600,000 คน

ต้นกำเนิดของป่าหิน[แก้]

ภายในเต็มไปด้วยซิลิกาเห็นเป็นประกายเมื่อเจอแสง

ต้นกำเนิดของป่าหิน เกิดจากการกระทำของกระบวนการธรรมชาติ ซึ่งเริ่มเกิดขึ้นเมื่อ 200 ล้านปีที่แล้ว ซึ่งเป็นยุคที่ทะเลทรายแอริโซนาเป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึงอันกว้างใหญ่ และยังคงมีไดโนเสาร์อาศัยอยู่ท่ามกลางป่าสนยักษ์ โดยมีภูเขาไฟหลายลูกโอบล้อม ขนาดต้นสนสูงใหญ่มากประมาณ 30 เมตร และลำต้นวัดได้กว้างกว่า 1.8 เมตร มีชนิดสูงใหญ่กว่านี้สองเท่า ซึ่งน้ำป่าได้พัดต้นสนล้มไปกับน้ำล้มระเนระนาดตามพื้นดินเป็นเป็นท่อนซุงจำนวนมาก บางส่วนกองอยู่บริเวณคุ้งน้ำและธารแคบๆ หลังจากนั้นโคลนตมซึ่งมีตะกอนภูเขาไฟปะปนมาด้วยก็พัดมาสะสมเรื่อยๆจนมิดหายไปซึ่งทับถมนานหลายพันปี ซึ่งในช่วงที่ถูกฝังนั้นตะกอนภูเขาไฟซึ่งมีซิลิกาจากธุลีภูเขาไฟที่ละลายมากับน้ำค่อยๆซึมเข้าไปในเนื้อไม้และตกผลึก ซึ่งแร่ธาตุต่างๆที่ไปปะปนระหว่างตกผลึกได้แก่ อะมีธิสต์(สีม่วง) หินโมรา แจสเพอร์(สีเขียวเข้ม) โอนิกซ์(สีดำ) และ โกเมน(สีแดง)และผลึกซิลิกาจะมีรูปร่างเหมือนเซลล์ไม้ต้นตอนั้นๆ ซึ่งอยู่ใต้ดินลึกกว่า 300 เมตร ก่อนที่การยกตัวของเปลือกโลกและกระบวนการกัดกร่อนจะทำให้ท่อนไม้ที่ถูกฝังถูกเปิดเผยขึ้น ซึ่งกระบวนการกำเนิดป่าหินนี้ ยังทำให้เกิดซากดึกดำบรรพ์หรือฟอสซิลของพืชและสัตว์นานาชนิดที่เคยอาศัยเมื่อ 200 ล้านปีก่อน ซึ่งนอกจากต้นสนแล้วยังมีต้นปรง ไดโนเสาร์ไฟโทซอร์(phytosaur) เมโทโพซอร์(metoposaur) และ เอโทซอร์(aetosaur)

ความเชื่อของชาวอินเดียนแดง[แก้]

ชาวอินเดียนแดงชนเผ่านาวาโฮ (Navajo)เชื่อว่าซุงหินเหล่านี้เป็นกระดูกของยักษ์ในตำนานชื่อ"ยีเอตโซ"(Yietso) ส่วนชาวอินเดียนแดงเผ่าเพยูติเชื่อว่าเป็นลูกศรของเทพเจ้าคำรามชื่อ"ชินาฟ"(Shinauv)

ศิลปะบนหินทราย[แก้]

ก่อนที่จะเป็นอุทยานแห่งชาติป่าหิน บริเวณนี้เคยเป็นที่อยู่ของชาวอินเดียนแดงหลายเผ่า รวมทั้งเผ่านาวาโฮ รูปสลักบนหินทรายเป็นสิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในโบราณสถานปูเอร์โก ซึ่งเป็นชุมชนโบราณขนาดใหญ่ที่สุดในป่าหินแห่งนี้ คาดว่ามีมนุษย์อยู่ที่นี่เมื่อ ค.ศ. 500-1400