อี อึน-จู

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อี อึน-จู
Lee Eun-ju in 2004.JPG
เกิด22 ธันวาคม พ.ศ. 2523
กุนซาน, เกาหลีใต้
เสียชีวิต22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 (24 ปี)
บุนดัง, ซ็องนัม, เกาหลีใต้
อาชีพนักแสดง
ปีปฏิบัติงานพ.ศ. 2540–2548
ชื่อเกาหลี
ฮันกึล이은주
RRI Eun-ju
MRI Ŭnju

อี อึน-จู (22 ธันวาคม พ.ศ. 2523 – 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548) เป็นนักแสดงชาวเกาหลีใต้ เกิดที่เมืองกุนซาน มีพี่น้อง 2 คน เป็นชาย 1 หญิง 1 เป็นเด็กที่มีความสามารถพิเศษในการแสดงมาตั้งแต่เธอยังเล็ก ๆ ด้วยความที่เธอเป็นคนรักเสียงเพลง เธอจึงให้ความสนใจกับการเล่นเปียโน จนกลายเป็นความสามารถพิเศษอีกอย่างหนึ่งของเธอที่ติดตัวมาจนถึงปัจจุบัน เธอจบการศึกษาจาก โรงเรียนอนุบาลและประถมศึกษา Kunsan, โรงเรียนมัธยมศึกษา Glory, มหาวิทยาลัย Dankook[1]

อี อึน-จูเข้าวงการครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2540 จากการเป็นนางแบบ ก่อนที่ในปีเดียวกันเธอจะมีผลงานละครเรื่องแรกในละครของทางสถานีโทรทัศน์ KBS เรื่อง Start หลังจากนั้นในปีต่อ ๆ มาเธอก็มีงานละครเข้ามาอีกมากมาย

ปี พ.ศ. 2542 เป็นปีที่อี อึน-จูเริ่มต้นงานแสดงภาพยนตร์ด้วยบทสมทบในภาพยนตร์เรื่อง Rainbow Trout โดยเธอรับบทเป็น Se Hwa ปี พ.ศ. 2543 เธอก้าวขึ้นมาเป็นนักแสดงนำครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง Virgin Stripped Bare by Her Bachelors ภาพยนตร์ขาว-ดำ ผลงานการกำกับของ ฮองซังซู ในเรื่องนี้เธอรับบทเป็น Soo Jung หญิงสาวที่กำลังเดินทางไปหาแฟนของเธอ Jae Hoon (รับบทโดย Jeong Bo-Seok) โดยภาพยนตร์เรื่องนี้แบ่งเรื่องราวของเขาและเธอออกเป็น 5 ตอน ด้วยการเล่าเรื่องย้อนไปมาในช่วงเวลา 7 วันที่เขาและเธอได้รู้จักกัน ด้วยความลงตัวของภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้ภาพยนตร์ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในหลาย ๆ เทศกาลภาพยนตร์ที่ได้เข้าไปฉาย ปี พ.ศ. 2544 เธอกลับมาอีกครั้งกับภาพยนตร์เรื่อง Bungee Jumping of Their Own โดยเธอรับบทเป็น Tae Hee แฟนสาวของ In Woo (รับบทโดย Lee Byeong-Hun) ที่เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีที่ผ่านมา In Woo เกิดความรู้สึกว่า Tae Hee นั้นได้เกิดมาใหม่แล้วกลายเป็นเด็กนักเรียนชายที่ชื่อ Hyun Bin (รับบทโดย Yeo Hyun-Soo) ลูกศิษย์ในโรงเรียนที่เขาสอนอยู่

ปี พ.ศ. 2547 อี อึน-จูกลับมารับงานภาพยนตร์อีกครั้งใน Au Revoir, UFO โดยเธอได้รับบทเป็น Kyung Woo หญิงสาวที่ตาบอดมาตั้งแต่เธอยังเป็นเด็กหลังจากที่เธอได้เห็น UFO พอโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่เธอก็ได้พบรักกับหนุ่มขี้อาย Sang Hyun (รับบทโดย Lee Beom-Soo) ชายหนุ่มซึ่งมีอาชีพเป็นพนักงานขับรถเมล์ หลังจาก Au Revoir, UFO เข้าฉายได้ไม่นานนัก ภาพยนตร์เรื่องที่สองของเธอในปีนี้ Taegukgi ก็เข้าฉายตามมาติด ๆ ในภาพยนตร์เรื่องนี้เธอได้รับบทเป็น Young Shin แฟนสาวของ Jin Tae (รับบทโดย Jang Dong-Gun) ที่เขาต้องกลับเข้าไปร่วมสงครามอีกครั้งเพื่อช่วยน้องชายของเขา Jin Seok (รับบทโดย Won Bin) ให้กลับมาจากสงครามได้อย่างปลอดภัย เดือนเมษายน อี อึน-จูกลับมารับงานละครอีกครั้งในละครของทางสถานีโทรทัศน์ MBC เรื่อง Fire Bird ในละครเรื่องนี้ อี อึน-จู ได้รับบทเป็น Lee Jin-Eun

อี อึน-จูมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง The Scarlet Letter ร่วมกับ Han Suk-Kyu และ Sung Hyun-Ah โดยอี อึน-จูได้รับบทเป็น Ga Hie หนึ่งในภรรยาสาวของ Ki Hun (รับบทโดย Han Suk-Kyu) The Scarlet Letter

การเสียชีวิต[แก้]

แหล่งข่าวจากเว็บไซต์เกาหลี รายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ตามเวลาประเทศเกาหลี พี่ชายของนางเอกชื่อดังได้พบศพอี อึน-จู ในสภาพที่แขวนคอตายกับราวตากผ้าที่ห้องพักของตัวเอง โดยที่ข้อมือด้านซ้ายมีรอยถูกกรีด ข้างศพพบจดหมายเขียนด้วยรอยเลือดว่า "แม่หนูรักแม่ หนูขอโทษ ความจริงลูกก็อยากทำงาน แต่การมีชีวิตอยู่แสนลำบาก ทั้ง ๆ ที่ใจอยากหาเงินให้ได้มาก"

พี่ชายของนางเอกคนดังได้ให้สัมภาษณ์ว่า เห็นน้องสาวของตนเดินไปมาตั้งแต่ช่วงกลางคืน จนถึงเวลา 06.00 น. ของวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ท่าทางเหมือนคนนอนไม่หลับ แต่ตนก็ไม่ได้คิดอะไรมาก จึงได้กลับไปนอน จนกระทั่งตื่นมาช่วงเวลา 13.00 น. เห็นห้องของน้องสาวเงียบผิดปกติ และเมื่อได้เปิดประตูห้องไปดู จึงพบว่าน้องสาวได้แขวนคอตายกับราวตากผ้า

"ผมจึงได้โทรไปแจ้งตำรวจ และตำรวจได้นำศพไปชันสูตร พบว่าสาเหตุการตายเกิดจากการแขวนคอตาย ส่วนข้อมือซ้ายที่มีรอยกรีด ตำรวจสันนิษฐานว่า ในตอนแรกคงตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการกรีดข้อมือ แต่ทำไม่สำเร็จก็เลยใช้วิธีแขวนคอ แต่ทั้งนี้ตำรวจก็กำลังชันสูตรหาสาเหตุการตายอื่น ๆ ด้วย" พี่ชายของอี อึน-จูกล่าว

นอกจากนี้ตำรวจยังได้กล่าวด้วยว่า ทางครอบครัวของนางเอกสาว ได้ให้การว่า หนังเรื่องล่าสุด "จูฮงคึลชี" (주홍글씨,The Scarlet Letter, พ.ศ. 2547) คู่กับพระเอกสุดฮ็อต ฮันซุกกิว เธอแสดงได้เศร้ามาก ซึ่งในหนังจะมีฉากบนเตียงหวือหวาค่อนข้างเยอะ ซึ่งนางเอกสาวรู้สึกว่าฉากนี้น่าอายมาก ทำให้รู้สึกกดดันและเครียดมาก โดยก่อนหน้านี้ 1 เดือน เธอได้เข้าโรงพยาบาลเพื่อตรวจสภาพจิตใจ สำหรับสาเหตุการตายตำรวจกำลังหาข้อสรุปที่แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง[2]

อ้างอิง[แก้]