อีเมลลับฉบับ, ไซมอน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อีเมลลับฉบับ, ไซมอน
ภาพจากโปสเตอร์ในประเทศไทย
กำกับเกร็ก เบอร์ลานติ
อำนวยการสร้างมาร์ตี้ โบเวน
วิคค์ ก็อดฟรีย์
ไอแซก คราวส์เซอร์
โพย่า เชอร์บาเซียน
เขียนไอแซก แอปเทกเกอร์
เอลิซาเบธ เบอร์เกอร์
เค้าโครงจากSimon vs. the Homo Sapiens Agenda เขียนโดย เบ็คกี้ แอลเบอร์ทาลลี
นำแสดงนิก รอบินสัน
จอช เดอเมล
เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์
ดนตรีประกอบร๊อบ ไซมอนเซ่น
กำกับภาพจอห์น กูลิซีเรียน
ตัดต่อแฮร์รี่ เจอร์เจียน
ค่าย
  • ฟอกซ์ 2000 พิคเจอร์ส
  • เทมเพิล เอ็นเตอร์เทนเมนต์
  • ทีเอสจี เอ็นเตอร์เทนเมนต์
จำหน่าย/เผยแพร่ทเวนตีท์เซนจูรีฟอกซ์
ฉาย27 กุมภาพันธ์ 2561 (งาน Mardi Gras Film Festival)
16 มีนาคม 2561 (อเมริกา)
24 พฤษภาคม 2561 (ไทย)
ความยาว110 นาที[1]
ประเทศสหรัฐอเมริกา
ภาษาภาษาอังกฤษ
งบประมาณ$ 10 – 17 ล้าน[2]
รายได้$66.3 ล้าน[3]
ข้อมูลจาก IMDb

อีเมลลับฉบับ, ไซมอน (อังกฤษ: Love, Simon) เป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติกดราม่า, วัยรุ่น และ ตลกดราม่า โดยเนื้อเรื่องภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นร่วมกับนวนิยายเรื่อง Simon vs. the Homo Sapiens Agenda ซึ่งเขียนโดย เบ็คกี้ แอลเบอร์ทาลลี ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดยเกร็ก เบอร์ลานติ เขียนบทภาพยนตร์โดย ไอแซก แอปเทกเกอร์ และ เอลิซาเบธ เบอร์เกอร์ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้แสดงนำโดย นิก รอบินสัน, จอช เดอเมล และ เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์ เรื่องราวของภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กหนุ่มที่มีชื่อว่า ไซมอน สเปียร์ ที่ต้องปิดบังผู้เองมาตลอดว่าเขาเป็นเกย์เพื่อที่จะทำให้ชีวิตของเขาเป็นปกติ จนกระทั่งวันหนึ่งเขาได้มีโอกาสเจอบุคคลนิรนามทางออนไลน์ในโรงเรียนเดียวกันกับเขาซึ่งประกาศตัวว่าเป็นเกย์เหมือนกัน ซึ่งไซมอนก็ได้ตกหลุมรักกับบุคคลนิรนามทางออนไลน์คนนั้น

อีเมลลับฉบับ, ไซมอน ถูกนำมาฉายครั้งแรกในงานเทศกาลภาพยนตร์ Mardi Gras Film Festival ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ก่อนจะถูกฉายในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรกในวันที่16 มีนาคม พ.ศ. 2561 โดย ทเวนตีท์เซนจูรีฟอกซ์ และ นำเข้ามาฉายในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับความรักของเพศที่สามในช่วงวัยรุ่นเรื่องแรกที่บริษัทภาพยนตร์ระดับเดอะบิ๊กซิกซ์ของฮอลลีวู้ดทำ

เรื่องย่อ[แก้]

ไซมอน สเปียร์ เด็กหนุ่มวัยรุ่นที่กำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายคนหนึ่งในเมืองแอตแลนตา, รัฐจอร์เจีย ที่ต้องปิดบังตัวเองมาตลอดว่าเป็นเกย์ เขาเป็นคนที่ค่อนข้างจะเก็บตัวและรักครอบครัวมาก เขามีเพื่อนสนิทด้วย 3 คนคือ นิกและลีอาห์ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยอนุบาล กับแอ๊บบี้ซึ่งเป็นนักเรียนที่เพิ่งจะย้ายเข้ามาเรียนใหม่

วันหนึ่งเขาได้มีโอกาสเจอกับบุคคลนิรนามทางออนไลน์ซึ่งอยู่โรงเรียนเดียวกันกับเขาที่ใช้นามแฝงว่า “บลู” โดยบลูได้ประกาศตัวเองผ่านทางบล็อกเกอร์ของโรงเรียนว่าเขาเป็นเกย์และนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ไซมอนได้รู้จักบลู ซึ่งเขาก็ได้สร้างบัญชีอีเมลขึ้นมาใหม่และส่งอีเมลไปหาบลูโดยใช้นามแฝงว่า “ฌาคส์” ทั้งคู่ได้ทำการแอบติดต่อผ่านทางอีเมลกันสักระยะหนึ่ง

จนกระทั่งมาร์ตินผู้ที่แอบชอบแอ๊บบี้เพื่อนสนิทของไซมอน และเพื่อนร่วมชั้นเดียวกันกับเขาได้มีโอกาสไปเจอบทสนทนาทางอีเมลระหว่างไซมอนกับบลูโดยบังเอิญ จากเหตุการณ์นี้ทำให้มาร์ตินรู้ว่าไซมอนเป็นเกย์และได้สร้างบัญชีอีเมลขึ้นมาใหม่เพื่อแอบคุยกับบลู ซึ่งเขาก็ได้ทำการบันทึกหน้าจอบทสนทนาทางอีเมลระหว่างไซมอนกับบลู และทำการข่มขู่ไซมอนให้ช่วยเขากับแอ๊บบี้ให้คบกันให้ได้โดยหากไซมอนไม่สามารถทำได้เรื่องราวระหว่างไซมอนกับบลูก็จะถูกเปิดโปงออกมาทั้งหมด ดังนั้นไซมอนจึงจำเป็นต้องทำทุกวิถีทางที่จะทำให้แอ๊บบี้คบกับมาร์ติน เพื่อที่มาร์ตินจะได้ไม่เปิดโปงความลับระหว่างเขากับบลู และหลังจากนั้นเรื่องราวต่างๆก็ได้เกิดขึ้น

นักแสดง[แก้]

  • นิก รอบินสัน รับบทเป็น ไซมอน สเปียร์
  • จอช เดอเมล รับบทเป็น แจ็ค สเปียร์ (พ่อของไซมอน)
  • เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์ รับบทเป็น เอมิลี่ สเปียร์ (แม่ของไซมอน)
  • ทาลิธา เบตแมน รับบทเป็น นอร่า สเปียร์ (น้องสาวของไซมอน)
  • แคทเธอรีน แลงฟอร์ด รับบทเป็น ลีอาห์ เบิร์ก (เพื่อนสนิทของไซมอน)
  • อเล็กซานดร้า ชิปป์ รับบทเป็น แอ๊บบี้ ซูโซ (เพื่อนสนิทของไซมอน)
  • จอร์จ เลนด์เบิร์ก จูเนียร์ รับบทเป็น นิก ไอส์เนอร์ (เพื่อนสนิทของไซมอน)
  • คีย์แนน ลอนส์เดล รับบทเป็น อับราฮัม แบรม กรีนเฟลด์ (เพื่อนร่วมชั้นของไซมอน)
  • ไมล์ส ไฮเซอร์ รับบทเป็น คาล ไพรซ์ (เพื่อนร่วมชั้นของไซมอน)
  • โลแกน มิลเลอร์ รับบทเป็น มาร์ติน เอดิสัน (เพื่อนร่วมชั้นของไซมอน, คนที่พยายามจะเปิดโปงไซมอน)
  • โจอี้ พอลลารี รับบทเป็น ไลล์ (พนักงานชั่วคราวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง)

เพลงประกอบภาพยนตร์[แก้]

Love, Simon (Original Motion Picture Soundtrack)
ลำดับ ชื่อเพลงร้องโดย ยาว
1. "Alfie's Song (Not So Typical Love Song)"  Bleachers 3:01
2. "Rollercoaster"  Bleachers 3:12
3. "Never Fall in Love"  Jack Antonoff and  
4. "Strawberries & Cigarettes"  Troye Sivan 3:21
5. "Sink In"  Amy Shark 4:35
6. "Love Lies"  Khalid and Normani 3:23
7. "The Oogum Boogum Song"  Brenton Wood 3:07
8. "Love Me"  The 1975 3:42
9. "I Wanna Dance with Somebody (Who Loves Me)"  Whitney Houston 4:50
10. "Someday at Christmas"  Jackson 5 2:44
11. "Wings"  Haerts 4:58
12. "Keeping a Secret"  Bleachers 3:25
13. "Wild Heart"  Bleachers 3:21

ชาร์ท[แก้]

ชาร์ท (2561) ตำแหน่ง
บิลบอร์ด 200 37

รางวัลที่ได้รับ[แก้]

รางวัล วันที่ สาขา รายการเข้าชิง ผล อ้างอิง
Golden Trailer Awards พฤษภาคม 31, 2561 Best Billboard "Love, Simon LA billboard" (Works Adv) เข้าชิง [4]
[5]
Best Romance Trailer "Courage" (Transit) เข้าชิง
Best Romance TV Spot "Digital Heart" (Aspect) เข้าชิง
Best Teaser Campaign "Love, Simon Love Letter Wildposts" (Works Adv) ชนะ
Human Rights Campaign พฤษภาคม 12, 2561 Ally for Equality Award Nick Robinson ชนะ [6]
Maui Film Festival มิถุนายน 14, 2561 Rising Star Award Nick Robinson ชนะ [7]
MTV Movie & TV Awards มิถุนายน 18, 2561 Best Kiss Nick Robinson and Keiynan Lonsdale ชนะ [8]
Best Musical Moment Love, Simon เข้าชิง
Teen Choice Awards สิงหาคม 12, 2561 Choice Breakout Movie Star Nick Robinson ชนะ [9]
[10]
Choice Movie – Comedy Love, Simon ชนะ
Choice Movie Ship Nick Robinson and Keiynan Lonsdale เข้าชิง
Choice Music – R&B/Hip-Hop Song "Love Lies" – Khalid & Normani ชนะ
People's Choice Awards พฤศจิกายน 11, 2561 Comedy Movie of 2018 Love, Simon เข้าชิง [11]
Comedy Movie Star of 2018 Nick Robinson เข้าชิง
Male Movie Star of 2018 Nick Robinson เข้าชิง
Humanitas Prize กุมภาพันธ์ 9, 2562 Comedy Feature Film Isaac Aptaker and Elizabeth Berger ชนะ [12][13]
Black Reel Awards กุมภาพันธ์ 9, 2562 Best Original or Adapted Song "Love Lies" – Khalid & Normani เข้าชิง [14]
Satellite Awards กุมภาพันธ์ 17, 2562 Actor in Motion Picture, Comedy or Musical (Major, Independent or International) Nick Robinson เข้าชิง [15]
Original Song "Strawberries and Cigarettes" – Alex Hope, Jack Antonoff and Troye Sivan เข้าชิง
GLAAD Media Award มีนาคม 28, 2562 Outstanding Film - Wide Release Love, Simon ชนะ [16]

รายการอ้างอิง[แก้]

  1. "Love, Simon (12A)". British Board of Film Classification. สืบค้นเมื่อ February 9, 2018.
  2. Barnes, Brooks (February 15, 2018). "'Black Panther' Poised to Shatter a Hollywood Myth". The New York Times. The New York Times Company. สืบค้นเมื่อ March 8, 2018.
  3. "Love, Simon (2018)". Box Office Mojo. IMDb. สืบค้นเมื่อ July 12, 2018.
  4. Hipes, Patrick (May 9, 2018). "2018 Golden Trailer Awards Awards". Deadline Hollywood. Penske Business Media. สืบค้นเมื่อ May 9, 2018.
  5. Hipes, Patrick (June 1, 2018). "'Black Panther' Wins Best In Show At Golden Trailer Awards". Deadline Hollywood. Penske Business Media. สืบค้นเมื่อ June 1, 2018.
  6. "HRC to Honor Actor Nick Robinson with the HRC Ally for Equality Award at 13th Annual Las Vegas Gala". Human Rights Campaign. May 9, 2018. สืบค้นเมื่อ July 3, 2018.
  7. "Nick Robinson to Receive 2018 Maui Film Festival Rising Star Award". Maui Now. June 4, 2018. สืบค้นเมื่อ July 3, 2018.
  8. Schulman, Alissa (June 18, 2018). "2018 MTV Movie & TV Award Winners". MTV News. สืบค้นเมื่อ June 18, 2018.
  9. Thompson, Avery (June 13, 2018). "Teen Choice Awards Nominations 2018". Hollywood Life. Penske Business Media. สืบค้นเมื่อ June 13, 2018.
  10. Evans, Greg (June 22, 2018). "Teen Choice Awards: 'Black Panther', 'Solo', 'Riverdale' Lead Nominations – List". Deadline Hollywood. สืบค้นเมื่อ June 22, 2018.
  11. Macke, Johnni (September 5, 2018). "2018 People's Choice Awards: Complete List of Nominations". E! News. สืบค้นเมื่อ September 19, 2018.
  12. Hipes, Patrick (November 27, 2018). "Humanitas Prize: 'Black Panther', 'This Is Us' among nominations". Deadline. สืบค้นเมื่อ November 27, 2018.
  13. Haithman, Diane (February 8, 2019). "44th Humanitas Prize honors films 'On The Basis Of Sex' and 'Love Simon'". Deadline. สืบค้นเมื่อ February 8, 2019.
  14. "Black Panther roars". February 8, 2019. สืบค้นเมื่อ February 8, 2019.
  15. "Press Academy". November 29, 2018. สืบค้นเมื่อ November 29, 2018.
  16. "GLAAD Media Awards Nominees #glaadawards". GLAAD. สืบค้นเมื่อ February 12, 2019.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]